เปลี่ยนขยะล้นเมืองเป็นทรัพยากรล้นค่า ที่รีไซเคิลซิตี พิษณุโลก

เรื่องราว - กุมภาพันธ์ 27, 2556
วิกฤตการณ์ขยะล้นเมืองก่อให้เกิดปัญหาการจัดการต่อขยะ ปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ฝังกลบขยะ รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่เกิดจากขยะ ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากคนใดคนหนึ่ง แต่เราทุกคนเป็นผู้ก่อปัญหาอันเป็นผลมาจากการละเลยหน้าที่ในการจัดการขยะ ไม่คัดแยกก่อนทิ้ง และใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แล้วเราจะต้องการพื้นที่ฝังกลบมากแค่ไหนกับปัญหาขยะล้นเมืองที่เกิดขึ้น

recycle entry point
ขอบคุณภาพจาก ธนาคารขยะ เทศบาลไทรย้อย

จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มีการจุดประกายความคิดดีๆ ที่ว่า “ ขยะคือทองคำ ” ชวนให้ผู้ที่ได้ยินคำนี้สงสัยว่า ขยะจะเป็นทองคำได้อย่างไร คำนี้เกิดขึ้นในเมือง “รีไซเคิลซิตี” หรือเทศบาลเมืองพิษณุโลกที่ประสบความสำเร็จกับการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะด้วยกรณีศึกษาโดยการเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรผ่านกระบวนการรีไซเคิล ในอดีตเมืองพิษณุโลกเคยประสบปัญหาขยะล้นเมืองเมื่อปีพ.ศ. 2538 ในขณะนั้นเมืองขนาดพื้นที่ 18.26 ตารางกิโลเมตรนี้มีขยะจำนวนมหาศาลถึงเฉลี่ยวันละ 182 ตัน ทางเทศบาลขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะจำนวนมาก จึงอาศัยวิธีการจุดไฟเผา และฝังกลบดินอย่างไม่ถูกวิธี ซึ่งถึงเป็นวิธีที่ง่าย แต่ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาขยะล้นเมืองอยู่ในขณะนี้ ยิ่งนานวันเข้าพื้นที่การฝังกลบขยะยิ่งหาได้ยากขึ้น และเกิดการต่อสู้กับทางชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ถือได้ว่าเป็นวิกฤตที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก

ทางเทศบาลจึงหาทางออกด้วยการวิเคราะห์ปริมาณและที่มาของขยะ พบว่าร้อยละ 60 ของขยะเหล่านี้สามารถนำมารีไซเคิลได้  ร้อยละ 20 ย่อยสลายได้เอง  สุดท้ายอีกร้อยละ 20 คือขยะอันตรายที่ต้องมีการกำจัดด้วยกรรมวิธีเฉพาะ ทางผู้บริหารเทศบาลจึงได้ไปปรึกษากับทางกรุงเทพมหานคร แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากทางกรุงเทพมหานครได้ให้เอกชนมาสัมปทานรับไปจัดการขยะ หลังจากนั้นทางเทศบาลได้มีโอกาสไปดูงานการจัดการขยะที่ประเทศเยอรมันและมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ทางเยอรมันมอบเงินทุน 75 ล้านบาทเพื่อจัดการปัญหาขยะที่เหมาะสม ซึ่งเป็นจุดเริ่มโครงการ “Solid Waste Management Programme for Phitsanulok”  หรือ โครงการจัดการขยะมูลฝอยของพิษณุโลก ในช่วงเริ่มต้น เปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ได้ตัดสินใจรณรงค์กับชุมชนต่างๆ ด้วยตนเอง และพยายามหาแรงจูงใจด้วยการส่งเสริมยกย่องชุมชนที่แยกขยะจนประสบความสำเร็จ ที่สำคัญทางเทศบาลได้ดึงธุรกิจขายของเก่าและขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดพิษณุโลกอย่าง “วงษ์พาณิชย์” ให้มาช่วยอบรมเรื่องการคัดแยกขยะและเปลี่ยนความคิดว่าขยะเป็น “ทรัพยากร” ที่มีค่า สามารถทำเงินให้กับผู้ที่รู้จักแยกได้เป็นอย่างดี  จนในที่สุดกลายเป็นแรงจูงใจให้ชุมชนคัดแยกขยะที่บ้านของตนเอง ทำให้เทศบาลลดภาระในการกำจัดไปได้มากเลยทีเดียว 

นอกจากนี้ทางเทศบาลยังมีโครงการ “อาสาสมัครรักษาสิ่งแวดล้อม”  โดยอนุญาตให้รถขนขยะและซาเล้งสามารถคัดแยะขยะที่จุดพักขยะต่างๆ เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะที่จะส่งต่อไปยังบ่อฝังกลบ ขยะที่ลงบ่อฝังรอบสุดท้ายนั้น คือขยะที่แทบจะไม่สามารถนำไปทำประโยชน์ได้แล้วจริงๆ และตรงนี้เองจะมีกระบวนการที่นำวิธีบำบัดขยะเชิงกล-ชีวภาพ (Mechanical-Biological Waste Treatment-MBT) มาใช้ คือ เมื่อขยะถูกคัดแยกจนสิ้นสุดขั้นตอนแล้ว จะมีการขนถ่ายไปใส่รถโม่ผสมที่จะฉีกขยะเป็นริ้วๆ แล้วนำไปกองหมักบนพื้นที่เป็นแผ่นไม้พาเลตต์  ภายใต้พื้นที่ว่านี้จะมีท่อระบายอากาศ ส่วนข้างบนกองขยะจะถูกปิดด้วยกากมะพร้าวเพื่อป้องกันแมลงวันมาวางไข่ระหว่างการหมักขยะที่จะกินเวลาราวกองละ 9 เดือน ระหว่างนั้นน้ำขยะที่ไหลออกมาจะถูกดึงลงไปที่บ่อบำบัดน้ำเสีย  ในกองขยะอุณหภูมิที่เกิดจากปฏิกิริยาในการหมักจะสุงถึง 75 องศาเซลเซียส ทำให้ไม่มีแมลงวันและไม่เกิดก๊าซมีเทนอันเป็นก๊าซก่อภาวะโลกร้อน  เมื่อครบกำหนดกองขยะจะยุบลงอย่างมากเท่ากับประหยัดพื้นที่ฝังกลบไปโดยปริยาย  

ก่อนที่ขยะส่วนนี้จะไปสู่หลุมกลบจะโดนร่อนแยกอีกครั้ง  ส่วนหนึ่งเอาไปทำปุ๋ยหมัก  อีกส่วนคือ “เชื้อเพลิงขยะ” ที่เป็นผลพลอยได้จากถุงพลาสติก ซึ่งเป็นขยะประเภทที่มีมหาศาลและกำจัดได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง  โดยพอผ่านกระบวนการหมัก เชื้อเพลิงขยะจะกลายเป็นเชื้อเพลิงประเภท RDF5 ที่มีค่าความร้อนในการเผาไหม้สูงถึง 9,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม  ซึ่งอาจจะนำไปทำเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงประเภทที่มีอยู่ได้  โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการวิจัยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์  จนทำให้ปัจจุบันเทศบาลเมืองพิษณุโลกลดปัญหาในการจัดการขยะเหลือเพียงปริมาณขยะ 82 ตันต่อวันได้ คาดว่าในอนาคตจะสามารถลดลงได้มากกว่านี้ได้ถ้าช่วยกันคัดแยกและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม

จากความสำเร็จในการดำเนินการจัดการขยะของเมืองพิษณุโลกนี้ ถือเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจที่ดีต่อการจัดการของทุกจังหวัดของประเทศไทย เมื่อหน่วยงานราชการและชุมชนร่วมมือกันแล้ว การลดปริมาณขยะก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องพึ่งการเผาขยะที่ก่อให้เกิดมลพิษไม่รู้จบ แต่เป็นการแก้ปัญหาขยะที่ต้นเหตุพร้อมกับคัดแยกขยะเพื่อเพิ่มมูลค่า และดำเนินการจัดการตามกระบวนการที่ถูกต้องต่อไป ปัญหาขยะล้นเมืองเป็นวิกฤตเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข แต่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหากทุกคนทุกฝ่ายร่วมมือกัน

หมวด