เรื่องราว - มิถุนายน 23, 2552
วันนี้กรีนพีซเรียกร้องประเทศในกลุ่มอาเซียนอีกครั้งให้กำหนดเวลาเลิกดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างเร่งด่วน และลงทุนในพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในงานแถลงข่าวเปิดเผยรายงาน “ต้นทุนจริงของถ่านหิน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี ของการสูญเสียเจริญ วัดอักษร แกนนำชุมชนบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้มีส่วนสำคัญที่ทำให้การต่อสู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินประสบผลสำเร็จ แม้ต้องแลกมาด้วยชีวิต
กรีนพีซ สถาบันวิจัยสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะทำงานเพื่อความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ และ กลุ่มท้องถิ่น จากแม่เมาะ ลำปาง ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง และ ฉะเชิงเทรา จัดเวทีสาธารณะ เพื่ออภิปรายถึงต้นทุนจริงของถ่านหิน ในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันนี้กรีนพีซเรียกร้องประเทศในกลุ่มอาเซียนให้กำหนดเวลาเลิกดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างเร่งด่วน และลงทุนในพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในงานแถลงข่าวเปิดเผยรายงาน “ต้นทุนจริงของถ่านหิน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี ของการสูญเสียเจริญ วัดอักษร แกนนำชุมชนบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้มีส่วนสำคัญที่ทำให้การต่อสู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินประสบผลสำเร็จ แม้ต้องแลกมาด้วยชีวิต
"ถ่านหินไม่ได้มีต้นทุนต่ำอย่างที่ราคาตลาดตั้งไว้
เนื่องจากต้นทุนดังกล่าวไม่ได้รวมผลกระทบอันน่ากลัวของถ่านหินเข้าไปด้วย
ผลกระทบดังกล่าวเป็น "ต้นทุนผลกระทบภายนอก"
ที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงมหันตภัยที่ร้ายกาจที่เกิดขึ้นต่อมนุษย์
อย่างเช่น ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ อุบัติเหตุระหว่างการทำเหมือง
ฝนกรด มลพิษหมอกควัน ผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง
และมหันตภัยเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่อาจย้อนกลับเป็นเหมือนเดิมได้
ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อประชาชนหลายล้านชีวิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ ประจำประเทศไทย กรีนพีซ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในปัจจุบัน
และจะเพิ่มขึ้นภายในปี 2593 หากขาดการลงมือปฏิบัติ
ประเทศในกลุ่มอาเซียนจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ใหม่ ในด้านวิธีใช้
ผลิต จัดเก็บ และ แจกจ่ายพลังงาน
ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างยั่งยืน
กรีนพีซเชื่อว่าิองค์ประกอบสำคัญที่สุดที่เสริมศักยภาพการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน
คือ การลดความต้องการใช้พลังงาน โดยการพัฒนาประสิทธิภาพพลังงาน ได้แก่
การใช้งานเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเพิ่มสูงขึ้น
และการกำหนดเวลาเลิกดำเนินการโรงไฟฟ้าถ่านหินโดยทันที
แล้วแทนที่ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานความร้อนใต้พิภพ
การดำเนินการปฏิวัติพลังงานรูปแบบนี้ในภาคพลังงาน
สามารถช่วยให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงเหลือเท่ากับร้อยละ 37
ซึ่งเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกของปี 2533 ได้ภายในปี 2593
"เราต้องการข้อตกลงระดับโลกฉบับใหม่ที่มิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศของโลก
ซึ่งจะช่วยให้เกิดผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจในทันที
ลดความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นหายนะ และ
ลดสาเหตุของความไม่มั่นคงระดับโลก เช่น ความไม่มั่นคงด้านพลังงาน
และการแข่งขันด้านทรัพยากร ในปัจจุบัน มีงานที่
"มิได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม" ในภาคพลังงานหมุนเวียน อย่างน้อย 2.3
ล้านตำแหน่ง และคาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นไปสู่มากกว่า 20
ล้านตำแหน่ง
เห็นได้ชัดเจนว่ามาตรการกระตุ้นในระยะสั้นสามารถทำให้เกิดการจ้างงานในระยะสั้น
และก่อให้เกิดผลประโยชน์ระยะยาวด้านเศรษฐกิจ
นโยบายที่ถูกต้องและการตัดสินใจลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
จะทำให้เป็นไปได้สูงมากที่จะบรรลุการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาล
ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว" นายธารากล่าวสรุป
นอกจากนี้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สถาบันวิจัยสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะทำงานเพื่อความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ และ กลุ่มท้องถิ่น ได้แก่
กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก-กุยบุรี กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทับสะแก
เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก และ
เครือข่ายติดตามผลกระทบโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลเขาหินซ้อน
ยังได้ร่วมกันจัดเวทีสาธารณะขึ้น
เพื่ออภิปรายถึงต้นทุนจริงของถ่านหินในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"การขยายตัวอย่างไม่หยุดหย่อนของอุตสาหกรรมถ่านหิน
เป็นภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ที่สุดเพียงอย่างเดียวต่อการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตราย
ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อมลพิษต่อสภาพภูมิอากาศมากที่สุด
โดยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1 ใน 3
ส่วนของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด
และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการปล่อยเพิ่มขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี
2573 เห็นได้ชัดเจนว่า การหยุดใช้ถ่านหิน
ไม่เพียงจะเกิดผลดีต่อสภาพภูมิอากาศเท่านั้น
แต่ยังช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทุกคนอีกด้วย" สุรีรัตน์
แต้ชูสกุล ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์
กล่าว
ลงมือทำ
สมัครสมาชิกชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์กรีนพีซ และรับวิธีการง่ายๆ ทางอีเมล ในการเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมเรียกร้องให้ผู้นำประเทศลงมือปฏิบัติ เพื่อลดหายนะของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สนับสนุนงานรณรงค์ของเรา
เราพึ่งพาเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ เพื่อให้เราเดินหน้าต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเรียกร้องวิธีแก้ปัญหา เราไม่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและเอกชน โปรดช่วยเราเท่าที่ทำได้