ผู้แทนประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“นักต่อสู้ตัวจริงคือพลเมืองคนเล็กๆ”


 

ได้ชื่อว่าเป็น “ผู้บุกเบิก” ตัวจริงเสียงจริงของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานประเทศไทย เพราะเป็นเจ้าหน้าที่คนแรกและคนเดียวในยุคก่อตั้งและยังยืนหยัดทำงานอย่างแข็งขันจนถึงทุกวันนี้ โดยรับหน้าที่ดูแลงานด้านรณรงค์ทั้งหมดของกรีนพีซ

“พี่น้ำ” คลุกคลีอยู่ในแวดวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมานาน โดยก่อนหน้าจะ “ปักหลัก” อยู่กับกรีนพีซ ก็ทำงานเป็นฝ่ายวิชาการ ที่มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย

เดือนธันวาคม 2541 ชื่อธารา บัวคำศรี ได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ของกรีนพีซ สำนักงานประเทศไทย โดยที่ยังไม่มีสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเพียงโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของกรีนพีซสากลเท่านั้น

และเมื่อกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศตั้งสำนักงานใหญ่ที่ประเทศไทยในปี 2543 ซึ่งการเปิดตัวมีขึ้นพร้อมๆ กับการมาเยือนของเรือเรนโบว์วอร์ริเออร์ สีสันแรกของการทำงานรณรงค์ในนาม “กรีนพีซ” ก็เกิดขึ้นที่เกาะภูเก็ตของประเทศไทย

พี่น้ำเล่าให้ฟังว่าเป็นการเปิดฉากรณรงค์เรื่องสารพิษ ด้วยการ “ปักป้าย” บริเวณที่ทิ้งขี้เถ้าจากโรงเผาขยะบนเกาะภูเก็ตนำมาซึ่งเสียงสะท้อนที่หลากหลาย และนำไปสู่การถกเถียงเรื่องสารก่อมะเร็งที่ชื่อ "ไดออกซิน" ซึ่งเป็นมลพิษตกค้างยาวนานและทั่วโลกได้ผลักดันให้เกิดอนุสัญญาสตอกโฮล์มเพื่อกำจัดมลพิษตกค้างยาวนานจากแหล่งกำเนิดต่างๆ รวมถึงโรงงานเผาขยะ

การรณรงค์ในประเด็นสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆจึงตามมา โดยยังคงพุ่งเป้าเพื่อจุดประกายและบอกกล่าวปัญหาทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการทำงานรณรงค์ของกรีนพีซทั่วโลก แม้จะผ่านมาแล้ว 10 ปีเต็ม แต่ความรู้สึกของพี่น้ำยังคงสนุกสนานที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ และอาสาสมัครที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาร่วมงานกับกรีนพีซ

“โอ้โห...สนุกมาก” คือคำตอบที่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะเมื่อนึกย้อนหลังถึงกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่มีขึ้นแต่ละครั้ง โดยเฉพาะเมื่อครั้งถูกเรียกว่าเป็นองค์กรจีเอ็มโอ ระหว่างการรณรงค์เรื่องจีเอ็มโอ จนทำให้บางคนสับสนถึงขั้นเรียกผิด จากคำว่าเอ็นจีโอ กลายเป็นจีเอ็มโอแทน

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจกังวลใจถึงความปลอดภัยของการออกมาเคลื่อนไหวที่ดู “หวือหวา รุนแรง” แต่พี่น้ำมองว่าไม่ใช่เรื่องหวือหวาหรือรุนแรงแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่กรีนพีซทำลงไปนั้น เปิดเผยและผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลมาแล้ว และที่สำคัญคือกรีนพีซยึดหลักการรณรงค์ที่เผชิญหน้าโดยปราศจากความรุนแรงเป็นหัว
ใจสำคัญ

พี่น้ำยกย่องการรณรงค์ของชุมชนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญหน้ากับอิทธิพลซึ่งๆ หน้า สำหรับชาวบ้านมันคือเรื่องจริงของเขา ทุกวันนี้ พี่น้ำยอมรับว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้ทำงานด้านนี้มานานถึง 10 ปี ก็ล้วนมาจากการต่อสู้ของประชาชนและพลเมืองผู้อุทิศตน “เพราะมีคนอย่างคุณเจริญ วัดอักษร” ทำให้รู้ว่านี่แหละ...คือคนจริง เป็น Role Model ให้กับเรา เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงและเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง

ยิ่งนานวัน การออกไปทำงานรณรงค์ในแต่ละพื้นที่กลายเป็นโอกาสที่ได้พบปะพูดคุยกับผู้สนับสนุนกรีนพีซที่มีหลากหลาย พี่น้ำบอกว่า “เจอผู้บริจาคให้กรีนพีซเข้ามาพูดคุยด้วยเยอะแยะ” ทั้งระหว่างการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือถนนเขาใหญ่ ซึ่งล้วนแต่ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงข้อดีของการไม่ยอมรับเงินบริจาคจากองค์กรธุรกิจ และรัฐบาล นอกจากบุคคลทั่วไปเท่านั้น เพราะทำให้กล้าพูดในสิ่งที่ควรพูด

...และยังคงสนุกกับงาน ด้วยความที่ยังมีอะไรใหม่ๆ ที่ท้าทายอยู่ตลอดเวลา พอไปเจอใครต่อใครที่เราร่วมงานด้วยหรือสนับสนุนกันมา ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เรา ถ้าเราอยู่บนเส้นทางนี้แล้ว มีคนเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมมากขึ้น
สังคม สิ่งแวดล้อมเป็นไปในทิศทางที่สมดุลมากขึ้น...ทำให้เรามีความหวัง คือคำตอบถึงอนาคตของธารา บัวคำศรี
ผู้ปรากฏอยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของความ “เฉียบคม” ในทุกการรณรงค์ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานประเทศไทย