ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสมาร์ทโฟนได้เปลี่ยนชีวิตของเรา และเปลี่ยนโลกของเรา ภายในระยะเวลาอันสั้น แค่สิบปีที่แล้ว จากที่เราใช้กล้องถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพที่ประทับใจ กางแผนที่เมื่อวางแผนการเดินทาง และติดต่อสื่อสารกับเพื่อนและครอบครัวโดยใช้การส่งข้อความที่แสนจะธรรมดาทางโทรศัพท์มือถือ

ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนจากจำนวนคนมากกว่าสองพันล้านคนบนโลกที่ใช้สมาร์ทโฟน คุณก็อาจจะจำได้ว่า สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของคุณคือรุ่นไหน คุณจำได้ว่าชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่ออยู่ดีๆโทรศัพท์ก็สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้และกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยคุณค้นหาเส้นทางได้ในฉับพลัน ใช้ส่งอีเมลขณะเดินทาง ติดต่อกับคนที่คุณรักตลอด 24 ชั่วโมง และตอบข้อสงสัยล้านแปดของคุณ

แต่จำได้หรือไม่ว่าตอนไหนที่คุณได้เปลี่ยนสมาร์ทโฟนมาใช้เป็นเครื่องที่สอง? หรือเครื่องที่สาม? และคุณจำได้หรือไม่ว่าคุณได้ใช้สมาร์ทโฟนไปกี่เครื่องแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550?

เราได้หาคำตอบว่ามีสมาร์ทโฟนจำนวนกี่เครื่องที่ถูกผลิตออกมาตั้งแต่บริษัทแอปเปิลได้ปล่อยขายไอโฟนเครื่องแรกในท้องตลาดตั้งแต่ปี 2550 และผลลัพธ์ที่ได้นั้นทำให้เราตะลึง เพราะพบว่ามีการผลิตสมาร์ทโฟนทั้งหมดมากกว่า 7 พันล้านเครื่อง นั่นหมายความว่าหากสมาร์ทโฟนที่ผลิตออกมาทั้งหมดยังคงสามารถใช้งานได้ มันอาจจะเพียงพอให้คนทั่วโลกใช้ก็เป็นได้

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่กรณีที่เราจะพูดถึง ค่าเฉลี่ยของโทรศัพท์ที่ถูกใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา จะถูกใช้อยู่ประมาณ 2 ปีขึ้นไป แม้ว่าความเป็นจริงแล้วมันยังคงสามารถใช้งานได้นานกว่านั้น คนที่ใช้โทรศัพท์มักจะถูกหลอกล่อให้ติดกับกับการเปลี่ยนโทรศัพท์ก่อนที่มันจะหมดอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะด้วยเรื่องสัญญาที่ใกล้จะหมด หรือเพราะว่าชิ้นส่วนของโทรศัพท์เกิดชำรุด เช่น หน้าจอ หรือ แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนเหล่านี้มีความซับซ้อนและราคาสูงเกินกว่าจะซ่อม ดังนั้นซื้อเครื่องใหม่จึงเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด

หากคำนวณด้วยตัวเลขจำนวนนี้ เราอาจใช้โทรศัพท์อย่างน้อย 29 เครื่อง ตลอดชีวิต

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของอุปกรณ์นำไปสู่กำไรมหาศาลที่โรงงานผลิตสมาร์ทโฟนได้รับในแต่ละปี และมันก็ยังก่อให้เกิดผลกระทบที่ทำร้ายผู้คนและโลกของเรา

เหมืองที่อยู่ในภูมิประเทศที่ห่างไกล คนงานเหมืองจะสกัดแร่เหล็กและแร่ที่มีค่าจำนวนหลายตันเพื่อผลิตอุปกรณ์พวกนี้ แร่ที่ได้หลังจากการขุดจะผ่านการกลั่นที่ซับซ้อน การแปรสภาพ และห่วงโซ่อุปทานการผลิต คนงานในโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มักจะสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นอันตรายโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของตัวเอง สิ่งอำนวยความสะดวกของเราเหล่านี้ขับเคลื่อนโดยพลังงานหลากหลายที่มีเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานหลัก ซึ่งพลังงานเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

ในรายงานชิ้นใหม่ของเรา เรื่อง จากความฉลาดสู่ความโง่เขลา : ผลกระทบต่อโลกจากการใช้สมาร์ทโฟนในช่วง 10 ปี เราได้ลองมองปัญหาจากการผลิตตัวเครื่องของสมาร์ทโฟน

และนี่คือปัญหาบางส่วนที่เราพบ:

  • สมาร์ทโฟน  7.1 พันล้านเครื่อง ได้ถูกผลิตมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550

  • มีส่วนประกอบมากกว่า 60 ชนิดที่ถูกใช้ในโรงงานผลิตสมาร์ทโฟน แม้ว่าจำนวนที่ใช้ในการผลิตสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องดูเหมือนจะน้อย แต่ถ้าลองมองดูผลกระทบที่เกิดจากการทำเหมืองและกระบวนการผลิตสมาร์ทโฟนจำนวน 7  พันล้านเครื่อง มันเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล

  • แค่ในปี พ.ศ. 2557 ปีเดียว คาดว่ามีขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากผลิตภัณฑ์ไอทีขนาดเล็กอย่างเช่นสมาร์ทโฟนอยู่ประมาณ 3 ล้านตัน ในจำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในโลก มีเพียงร้อยละ 16 ที่ถูกนำมารีไซเคิล

  • มีสมาร์ทโฟนแค่สองยี่ห้อ (แฟร์โฟนและแอลจี จีห้า) จาก 13 ยี่ห้อที่พบว่าแบตเตอรี่สามารถเปลี่ยนได้ง่าย ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคถูกบังคับให้เปลี่ยนอุปกรณ์เมื่ออายุของแบตเตอร์รี่เริ่มเสื่อมลง

  • ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 โรงงานผลิตสมาร์ทโฟนใช้กำลังไฟประมาณ 968 เทราวัตต์ (TWh) ต่อชั่วโมง ซึ่งกำลังไฟนี้เทียบได้กับกำลังไฟสำรองที่ประเทศอินเดียใช้ในหนึ่งปี (973 เทราวัตต์ ปี พ.ศ. 2557)

  • การถอดชิ้นส่วนของอุปกรณ์ที่หมดอายุทำได้ยากเนื่องจากการใช้สกรูที่มีลักษณะพิเศษและการใช้กาวในตัวแบตเตอรี่ ดังนั้นสมาร์ทโฟนมักจะถูกทำลายและถูกส่งไปเพื่อถลุงเมื่อนำไปรีไซเคิล เมื่อพิจารณาจากแร่ธาตุและสสารอันน้อยนิดที่อยู่ในอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กนี้ การถลุงนั้นไม่มีประสิทธิภาพพอในการที่จะกู้คืนวัสดุที่จะนำมาใช้ใหม่ได้

ล่าสุดนี้การเรียกคืนโทรศัพท์ซัมซุงกาแล็คซี่โน๊ต 7 จากสาเหตุที่เครื่องมีความร้อนสูงและเกิดการระเบิด เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงปัญหาของการผลิตตัวเครื่องโทรศัพท์ ปัญหาที่เกิดจากการออกแบบที่เร่งรีบและเกิดจากวงจรการผลิตที่สามารถนำไปสู่ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง หลังจากการตรวจสอบเหตุผลของการระเบิด บริษัทได้อ้างถึงการเร่งผลิตตัวแบตเตอรี่เพื่อที่จะแซงหน้าคู่แข่ง การเรียกคืนโทรศัพท์ซัมซุงกาแล็คซี่โน๊ต 7 เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แต่ตอนนี้ซัมซุงต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับโทรศัพท์มือถือ 4.3 ล้านเครื่องที่เรียกคืนมา

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีพ.ศ.  2559 เราได้เรียกร้องให้บริษัทซัมซุงนำโทรศัพท์กลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิล จนถึงวันนี้ซัมซุงยังคงไม่ได้เปิดเผยว่าจะดำเนินการอย่างไร มาร่วมมือกับเราในการเรียกร้องให้บริษัทซัมซุงรีไซเคิลโทรศัพท์เหล่านี้และมุ่งมั่นที่จะผลิตโทรศัพท์ที่ง่ายต่อซ่อมแซม สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ และรีไซเคิลได้

ร่วมลงชื่อส่งไปถึงบริษัทซัมซุง

แม้จะมีความท้าทายหลายอย่างที่ต้องเผชิญหน้า อุตสาหกรรมภาคเทคโนโลยีเป็นตัวหลักที่สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้และกำหนดตัวอย่างสำหรับอุตสาหกรรมทั้งหมดโดยการเปลี่ยนจากการผลิตที่ต้องการประโชน์สูงสุดไปเป็นรูปแบบการผลิตแบบหมุนเวียนโดยนำวัสดุที่มีค่ากลับมาใช้ใหม่

เนื่องจากบริษัทไอทีได้แสดงให้บ่อย ๆ ถึงเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถใช้เป็นพลังขับเคลื่อนในการหยุดรูปแบบธุรกิจที่ล้าสมัย บริษัทไอทีชั้นนำต่างๆสามารถเป็นผู้นำในการหาโมเดลการผลิตโทรศัพท์ที่ยั่งยืนและใช้พลังงานหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการผลิต  นักออกแบบที่มองการณ์ไกลสามารถรังสรรค์อุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อโลกและผู้คน สามารถซ่อมแซมได้ และสุดท้ายสามารถเปลี่ยนไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

โดย Elizabeth Jardim ผู้ประสานงานรณรงค์อาวุโส กรีนพีชสหรัฐอเมริกา


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่