ช่วงเดือนที่ผ่านมาเราคงได้เห็นโฆษณาของปตท.  “Better Samed: เราไปเที่ยวเสม็ดกันเถอะ” และคำกล่าวในโฆษณาจากหลายฝ่ายทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการริมชายหาดว่า “เสม็ดดีขึ้นแล้ว ทรายขาวเหมือนเดิม น้ำใสเหมือนเดิม อาหารทะเลกินได้ เหลือก็แต่ความเชื่อมั่นของคนไทยที่ยังไม่เหมือนเดิม วันนี้เรายังคงดูแลธรรมชาติและผู้คนอย่างต่อเนื่อง” แต่ทว่าความเป็นจริงต่างจากภาพฝันเคล้าคราบน้ำลายในโฆษณาชวนเชื่อยิ่งนัก  จากการที่กรีนพีซร่วมกับเครือข่าย “กลุ่มติดตามน้ำมันปตท.รั่ว” ได้ลงพื้นที่และดำน้ำสำรวจบริเวณแหล่งประมงพื้นบ้าน แนวหินจังหวัดระยอง พบว่าในช่วง 100 วัน ทะเลระยองยังไม่ได้รับการเยียวยา ชาวบ้านผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังที่กลุ่มเครือข่ายได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ และเรียกร้องว่าแทนที่ทางบริษัทผู้ก่อมลพิษจะนำงบประมาณมูลค่ามหาศาลในการสร้างภาพทางสื่อ ควรจะหันมารับผิดชอบต่อผลกระทบต่อชาวบ้านอย่างจริงใจ รวมถึงเยียวยาผลกระทบจุดอื่นจากน้ำมันรั่ว เนื่องจากเกาะเสม็ดไม่ใช่จุดเดียวที่ได้รับผลกระทบ แต่สิ่งที่ชาวประมงกังวลอย่างมากคือน้ำมันดิบจำนวนมากที่ยังคงตกค้างอบู่ใต้ทะเลในบริเวณระหว่างจุดรั่วไหลไปจนถึงเกาะเสม็ดเป็นระยะทาง 36 กิโลเมตร และยังพบคราบน้ำมันจำนวนมากตกค้างอยู่ตามแนวหินและปะการังที่ยังไม่ได้รับการจัดการใดๆ


 

เมื่อได้ติดตามสถานการณ์ของตะกอนน้ำมันจากการใช้สารเคมี (ทาร์บอล) บริเวณพื้นทะเลแนวใหม่ แนวหินญวน และแนวหินบุช เพื่อสำรวจความเสียหายของระบบนิเวศปะการังบริเวณแนวหิน โดยเก็บข้อมูลภาพถ่ายใต้ทะเล ตัวอย่างตะกอนดิน และสัตว์หน้าดิน พบว่าปะการังมีลักษณะทางกายภาพที่ดีมากแต่ทางชีววิทยาของปะการังบางประการบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมและการดำรงชีวิตของปะการังถูกรบกวนคือปะการังมีการคายเมือกออกมาเป็นจำนวนมากโดยลักษณะเมือกจะเป็นเส้นสั้นๆล่องลอยอยู่ในมวลน้ำโดยสภาวะเช่นนี้เกิดได้จากหลายปัจจัยเช่นความเค็มอุณหภูมิ  ความเข้มแสงช่วงคลื่นตะกอน  โลหะหนักและน้ำมันส่วนบริเวณอื่นเช่นจุดปะการังเทียมที่เดิมทีมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่ชุกชุมแต่ขณะนี้สัตว์น้ำน้อยลงอย่างชัดเจนสภาพน้ำขุ่นมากจนมองไม่เห็นปะการังเทียมมีตะกอนสีเทาปกคลุมอยู่บริเวณกว้างและตะกอนทรายมีลักษณะเป็นก้อนเหนียวสีดำรวมถึงสัตว์น้ำที่เคยมีจำนวนมากอย่างหมึกก็หายไปร้อยละ80-90 ทีเดียว

เรื่องราวและภาพสะท้อนของผลกระทบที่ยังไม่เลือนหายไปของคราบน้ำมันจึงได้รับการถ่ายทอดผ่านทางนิทรรศการภาพถ่ายบนชายหาด 100 วันน้ำมันรั่ว โดยกรีนพีซและกลุ่มช่างภาพ 10 FOTOS เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นมายังคงไม่ได้รับการเยียวยา และไม่สามารถลบล้างสิ่งที่เกิดขึ้นได้เพียงแค่การทำโฆษณาปิดบังความจริง ขณะนี้การต่อสู้ของเครือข่าย “กลุ่มติดตามน้ำมันปตท.รั่ว” ยังไม่สิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้อย่างแน่นอนจนกว่าบริษัทปตท. จะแสดงความรับผิดชอบอย่างแท้จริงและจริงใจ