๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒
โรงแรมฟอร์มูล่า วัน
จาการ์ตา อินโดนีเซีย

วันนี้เริ่มมื้อเช้าด้วยอาหารอินโดนีเซีย เทมเป้ ไข่เผ็ด กับอาหารที่ไม่รู้จักอีกหลายอย่าง หลังอาหารเช้ากลับมาเช็คเอ้าท์ ที่โรงแรม นัดแท็กซี่ (Golden Bird) มารับตอน ๙ โมงครึ่งเพื่อไปส่งที่สนามบิน จริงๆ แล้วคนที่นี่แนะนำให้นั่ง Blue Bird แต่พวกเรามากันหลายคนและสัมภาระเยอะ เลยนั่ง Golden Bird ได้ถูกกว่า วันนี้ต้องเดินทางต่อไปเปกันบารู ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนต้องไปแวะก่อนเดินทางไปที่ค่าย เพื่อฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ กู้วิกฤตโลกร้อน และสถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่ ว่ากันว่าการเดินทางจริงๆ เริ่มต้นที่นี่

๓o นาทีต่อมา พวกเรามายืนอยู่ที่สนามบิน ซูกราโน ฮัตต้า อีกครั้ง (ไม่ถึง ๒๔ ชม.) วันนี้เราเดินทางโดยสายการบินการูดา สายการบินประจำประเทศอินโดนีเซีย เที่ยวบิน GA ๑๔๕ ออกเดินทางเวลา ๑๒.๓o น. เรามาถึงค่อนข้างเร็วเลยมีเวลาเดินเล่นและหาอะไรกินนิดหน่อยก่อนขึ้นเครื่อง อีกอย่างวันนี้เรามีเพื่อนร่วมทีมซึ่งเป็นอาสาสมัครจากอินโดนีเซีย ประมาณ ๑๔ คน จะขึ้นเครื่องไปพร้อมกันด้วย

ที่สนามบินพี่แป๋งได้เจอดาราในดวงใจ เลยขอถ่ายรูปคู่ซะหน่อย พี่ท๊อปเองก็ไม่ขอน้อยหน้า

บนเครื่องบินเจอคุณป้าชาวอินโดนีเซีย กลัวเครื่องบินตกมาก กังวลตลอดเวลาเลย จนไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน ก็พยามปลอบแล้วคุณป้าแกไม่มีที่ท่าว่าจะคลายความกังวลลง สุดท้ายเลยคุยกันตลอดเวลา ๑ ชั่วโมงครึ่ง แน่นอนเรื่องที่คุยต้องเป็นเรื่องเมืองไทย ( ถือโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรมซะเลย ) รูปนี้ถ่ายตอนขึ้นเครื่องบิน

ถึงสนามบิน Sultan Syarif Khasim II ที่เปกันบารู มีคนมารอรับ เราเดินทางกันต่อไปที่บ้าน คนขับรถบอก ๑o นาที (คล้าย ๆ กับ ๑ กิโลแม้ว) จริงๆ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ถึงบ้านที่เปกันบารู ที่นี่มีโจอัง Action Coordinator จากอินโดนีเซีย เป็นคนดูแลทำหน้าที่ชี้แจงวัตถุประสงค์การเดินทางในครั้งนี้ โดยมีริสกากับเทสซา คอยเป็นล่ามแปลให้พวกเราฟัง


ประมาณ ๔ โมงเย็น ขบวนคาราวานของเราก็ออกเดินทางอีกครั้ง (Avanza ๓ คัน กะบะอีก ๑ คัน) มุ่งหน้าสู่ท่าเรือที่ Teluk Binjai ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ ๕ ชั่วโมง ที่นั่นเราต้องโทรหาโยย่น หัวหน้าทีมเรืออินโดนีเซีย ให้ส่งเรือมารับเรา ๒ ทุ่มเวลาในไทยเรากินข้าวที่ร้านขายอาหารปาดัง คล้ายๆ ร้านข้าวแกงบ้านเรา แต่ต่างกันที่จะเสริฟกับข้าวทุกอย่างที่มีในร้าน ประมาณ ๒o อย่าง แต่กฏมีอยู่ว่าชิมชามไหน ชามนั้นคิดเงิน (ทรมานใจมากกับการกินอาหารที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร) หลังท้องอิ่ม ก็มีข่าวร้ายว่ารถในขบวนเกิดยางระเบิด ต้องรอเปลี่ยนยาง คาดว่าคืนนี้เราจะถึง Teluk Binjai ประมาณ ๕ ทุ่ม (ข่าวร้ายจริง ๆ) ที่สำคัญเส้นทางหลังจากนี้ มันโหดจริง ๆ ใครเคยไปแม่ฮ่องสอนลองจินตนาการดู เส้นทางเหมือนกันแต่เป็นถนนดิน บางช่วงถนนกำลังสร้าง ไม่มีไฟ สองข้างทางมืดมาก ๆ แล้วคิดดูชีวิตของพวกเราฝากไว้ในรถ Avanza คันเล็กๆ (ปกติถนนแบบนี้น่าจะใช้โฟวิลล์ มากกว่า ) พยามนอนมาตลอดทาง รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงท่าเรือแล้ว จากนั้นเรารอเรือที่จะมารับอีก ๔๕ นาที ได้ข่าวว่าเป็นสปีดโบ๊ท และแล้วก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เพราะเรือที่มารับกลายเป็นเรือปอมปอง (Pompong) ความเร็วประมาณ ๑o กิโลเมตรต่อชั่วโมง และต้องแบ่งเป็นสองทีม ทีมแรกพักที่ Teluk Maranti ใช้เวลาเดินทาง ๔๕ นาที ส่วนอีกทีมเข้าไปที่ค่าย ซึ่งห่างกันประมาณ ๕ นาที ตอนนี้เวลาประมาณตี ๑ ง่วงนอนมาก แต่ปัญหามีอยู่ว่ากระเป๋าทั้งหมดของเราถูกส่งไปที่ค่าย เมื่อต้องรอกระเป๋า เจ้าของบ้านใจดีเลยตื่นขึ้นมาต้อนรับเราด้วยข้าวโพดต้ม ซึ่งก็ไม่มีใครกิน ตี ๒ หลังจากได้กระเป๋าพวกเราเข้านอนทันที โดยไม่มีใครอยากอาบน้ำ

วันนี้พวกเราเดินทางไกลกันจริง ๆ
นุ่น