28 พ.ค. 2552

คืนก่อนเขียนบล็อกจนดึกก่อนเดินสลึมสลือหามุ้งซุกหัว แม้จะใส่เสือเขียวที่ไม่ฝักใฝ่มุ้งไหนเป็นพิเศษ แต่เสียง “เรือกรนไฟ” จากแต่ละมุ้งทำให้ผมประกาศอิสรภาพ

“ก็นอนมันตรงนี้เนี่ยแหละ” ผมพูดกับตัวเอง แล้วนอนนอกมุ้งแบบไม่เกรงใจยุงที่พยายามจะหามเข้าโลง

ไม่ทันจะหลับสนิทลุงแป๊ะ (กับตันฮาเฮ) ที่เดินมาดูความเรียบร้อยบนเรือคงจะทนความทุเรศของผมที่นอนเดียวดายนอกมุ้งอยู่เพียงลำพัง จึงเดินไปปลุกน้องกบ จึงเดินไปเอามุ้งมากางให้ แต่ด้วยความง่วงจัด (สันดาน) กว่าจะรู้สึกตัวสึกตัวกัปตันก็กางมุ้งให้ผมเสร็จแล้ว

แดดยามเช้าแยงลูกกะตาจนต้องตื่นขึ้นมาแบบเบลอๆ เห็นเงาตะคุ่มทางขวาจึงหันไปมองแต่กลับกลายเป็นช่างกล้องที่กำลังแอบถ่ายคลิปพวกเราซะงั้น สงสังพี่สุรเชษฐจะกลัวเสียเชิงพี่วินัยที่เมื่อวานลงทุนมุดท่อไปแอบถ่ายรูปพวกเราจนได้ภาพแหล่มๆ มาลงเว็บ วันนี้พี่เชษฐ์จึงแก้เกมส์ด้วยการรีบแหกขี้ตามาแต่เช้าเพื่อถ่ายภาพพวกเราตอนกำลังเคารพธงชาติ...เอ้ยกำลังตื่นนอน

เส้นทางวันนี้จะผ่านปทุมธานีและไปจบที่นนทบุรี เรือลำแรกมีผึ้งพายหน้าและเดียวคัดท้าย ส่วนผมพายคู่กับโยย่นที่ไม่เคยพายด้วยกันมาก่อนแต่ก็ไปได้ด้วยดี เพราะได้นายท้ายเป็นฝีพายทีมชาติที่นำเข้ามาจากอิเหนา อย่างไรก็ตามความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว (อีกแล้ว) ไม่ทันไรพวกเราต้องส่งสัญญาณเรียกเรือพี่เลี้ยงให้มาเก็บผมขึ้นไป

“เป็นอะไรครับ?” เสียงจากพี่สุรเชษฐ์ ช่างวิดีโอที่เคยทำงานร่วมกับมิยาบิมาแล้ว

“ปวดขึ้ครับพี่ ไม่ไหวแล้ว ขนลุกไปทั้งตัว ให้น้องแก้วมาแทนชั่วคราวก่อน” ผมตอบอย่างจริงใจก่อนเงยหน้าไปเห็นกล้องจ่อหัวอยู่............พลาดอีกแล้ว!!!

เรือยางพาผมไปวางระเบิดที่วัดก่อนกลับมาทำหน้าที่ต่อ ย่านนี้พบเห็นโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น แต่ยังไม่เห็นมลภาวะทางน้ำที่ชัดเจน หากมองในแง่ดีโรงงานย่านนี้จัดว่ามีมาตรฐาน แต่หากมองกลับกันสารพิษจำนวนมากยากจะมองเห็นในแม่น้ำสีน้ำตาล และการปล่อยน้ำเสียอาจเกิดขึ้นในเวลากลางคืน เช่นเดียวกับจังหวัดอื่ ๆ ดังที่ชาวบ้านเล่าให้ฟัง เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยฝีพายจากสุราษฎร์จึงเลือกเก็บตัวอย่างพืชน้ำมาทดสอบ

“เอ้ย...อย่าคุยเสียงดังเดี๋ยวเจ้าของบ้านเค้าก็รู้ตัวหมด” ผึ้งปรามพวกเราก่อนพายแจ้นเอาผักบุ้งส่งขึ้นเรือใหญ่

ช่วงบ่ายพี่แป๋งคัดฝีพายพาสี่คนเพื่อมาถือป้ายในวันพรุ่งนี้โดยดูจากความโหดของใบหน้า แน่นอนผมย่อมเป็นหนึ่งในนั้น ส่วนฝีพายอีกสามคนคือ กวาง เดียว และแน่นอนโยย่น เมื่อได้ตัวแล้วพวกเราจึงซ้อมการแก้ปัญหากรณีเรือพลิกคว่ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

“พายมาชาติเศษแล้วทำไมเพิ่งจะมาซ้อม” หนอนบล็อกแขวะ

เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงกรุงเทพฯ น้ำเชี่ยว คลื่นแรง เพราะมีการจราจรทางน้ำที่คับคั่งมาก พวกเราจะต้องสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างฉับพลันหากมีการล่มปากอ่าวเกิดขึ้น หลังจากที่ซักซ้อมการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสร็จแล้วพวกเราจึงฝึกการถือป้ายรณรงค์ เดิมทีตั้งใจเอาไว้ว่าเรือพายสองลำจะร่วมกันถือป้ายหน้าที่วัดอรุณ แต่เพื่อความปลอดภัย (และกลัวสื่อมวลชนจะสนใจข่าวเรือคว่ำมากกว่าข้อเรียกร้องของกรีนพีซ) ทีมเรือจึงใช้เรือยางถือป้ายร่วมกับเรือพาย ซ้อมกันอยู่นานกว่าจะมั่นใจว่าพรุ่งนี้จะไม่ “แป๊ก” กว่าจะเสร็จก็ดมควันจากเรือยางกันจนแทบจะเป็นปลาซัลมอนก่อนจะพูดกันแบบขำๆ ว่า “พวกเรารักแม่น้ำมากกว่าปอดตัวเอง”

เมื่อภารกิจลุล่วงผมจึงถือโอกาสว่ายน้ำเล่นอย่างสบายใจ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายระหว่างโครงการนี้ที่พวกเราจะได้ว่ายน้ำเล่นในแม่น้ำเจ้าพระยา

“ขวัญ ทำท่าเมื่อกี้อีกทีได้ไหม?” เสียงพี่วินัยลอยมาจากหัวเรือ

“ได้พี่เดี๋ยวจัดให้” ผมตอบโดยไม่คิด ก่อนตีลังกาเอาหัวมุดน้ำแล้วเอาขาหลังชี้ฟ้า

“ขออีกที เมื่อกี้ถ่ายไม่ทัน”

ผมจัดให้อีกหลายครั้งด้วยความบ้ายุ เมื่อเท้าชี้ฟ้าปัญญาจึงเกิด (เลือดไหลลงสมอง?) ระหว่างที่หัวผมมุดน้ำอยู่นั้นผมเพิ่งจะคิดได้ว่าพี่วินัยถ่ายรูปหน้าผมน้อยมาก แต่ตอนนี้ขอถ่ายรูปเท้า พี่วินัยกำลังจะบอกอะไรกับผมอยู่หรือไม่? วันนี้ผมเสียรู้ช่างภาพอีกแล้วหรือ?

คืนน้ำเราทดสอบผักบุ้งที่เก็บมาด้วยน้ำกรดในกระเพาะและพบว่าคุณภาพน้ำที่นี่ยังดีอยู่ เพราะจนถึงวันนี้ยังไม่มีใคร “งานออก” เลยสักคน มื้อนี้นุ่นทำกับข้าวให้พวกเรากินราวกับว่าจะทุบหม้อข้าวเพื่อเข้าตีเมืองกรุง

“ก็มันเหลือนี่ ช่วยๆ กันกินหน่อย” นุ่นชี้แจง

.

.

.

ราวกับหนังตกร่องหรือคลิปสะดุด วันนี้พี่วินัยเล่นหนังเรื่องเดิมอีกแล้ว จานกลมสีขาวที่อุตส่าห์ล้างแต่หัววันกลายมาเป็นจาน “ของกลาง” ของทุกคน...แม่น้ำสีชมพูกลับกลายเป็นสีน้ำตาลอีกครั้ง สงสัยตั้ง White Balance ผิดจึงกรุบกริบไม่ออก “มันไม่เรื่องขำๆ แต่มันเป็นความผิดหวัง....” พี่วินัยเล่าแบบจริงจังก่อนเอาจานเขลอะๆ ไปล้างเพื่อนำมาใช้ (จนได้)

คืนนี้เป็นคืนแรก คืนสุดท้าย และคืนเดียวที่ Briefing สั้น ฟังดูเหมือนจะดีแต่ก็หาจะเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะวันรุ่งขึ้นพวกเราจะต้องแหกขึ้ตากันแต่ตีสี่ครึ่งเพื่อเก็บของและเตรียมขนย้ายสัมภาระ ผมโทรบอกที่บ้านว่าใกล้ถึงแล้วพรุ่งนี้จะเข้าบ้านช่วงบ่าย อีกเพียงชั่วอึดใจภารกิจของพวกเราก็จะสิ้นสุด ผมหลับเป็นตายโดยไม่ต้องพึ่งยาของพี่น้ำ (หนังสือโลกร้อน 5 องศา)

- ขวัญ