วิกฤตนิวเคลียร์ที่ฟูกูชิม่า/ไดอิชิ ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสับสน การขาดข้อมูลที่ชัดเจน และความโปร่งใส ในวันนี้ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์และการตรวจสอบได้ติดตามรายงานเกี่ยวกับกลุ่มควันสีเทาที่ออกมาจากบ่อเชื้อเพลิงใช้แล้ว (spent fuel pool) ของเตาปฏิกรณ์ 3 ซึ่งมีกลุ่มควันออกมาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงแล้ว เจ้าหน้าที่รายงานว่า ไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของกลุ่มควันได้ และไม่รู้ว่าอะไรกำลังไหม้อยู่ แต่กลับมั่นใจว่าระดับการรั่วไหลของสารกัมมันภาพตรังสีไม่เพิ่มสูงขึ้น มีการอพยพเหล่าคนงานทั้งหมดออกจากพื้นที่โดยรอบ และเท่าที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ก็คือ งานทุกอย่างหยุดหมดในชั่วข้ามคืน และจากรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราก็สามารถสรุปได้ในเวลาต่อมาว่า ระดับการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีในบริเวณรอบๆโรงไฟฟ้านั้น ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เกิดไฟลุกไหม้

กลุ่ม "Faceless 50" ซึ่งเป็นกลุ่มคนงานฮีโร่ที่ยอมเสี่ยงเข้าไปกู้วิกฤตครั้งนี้ ดังปรากฎเป็นข่าวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และตอนนี้ ก็มีคนงานเกือบ 700 คน ที่กำลังปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ เพื่อกู้ระบบไฟฟ้าและระบบหล่อเย็น ซึ่งอาจจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสีในปริมาณที่สูงเข้าไปแล้ว

เตาปฏิกรณ์ 3 ได้สร้างความตื่นตระหนกขึ้นในวันอาทิตย์ เมื่อ TEPCOไม่สามารถจัดการกับความดันที่เพิ่มสูงขึ้นภายในฝาครอบเตาปฏิกรณ์ได้ ในเวลาต่อมาของวันอาทิตย์ NISA ก็ออกมายืนยันว่าการระบายความดันออกสู่อากาศภายนอกนั้นไม่จำเป็นและจะไม่เกิดขึ้น โดยอ้างว่า ความดันที่สูงขึ้นนั้น เกิดจากการปั้มน้ำทะเลปริมาณมากเข้าสู่เตาปฏิกรณ์

แถลงการณ์ต่อมาของ TEPCO บอกว่า อุณหภูมิในเตาปฏิกรณ์ 3 สูงมาก สูงถึง 385 องศาเซลเซียส แสดงถึงความดันที่สูงมากภายในเตาปฏิกรณ์ องค์กรอุตสาหกรรมปรมาณูแห่งญี่ปุ่น (Japan Atomic Industrial Forum: JAIF) ได้รายงานว่า ความดันในเตาปฏิกรณ์ 3 นั้น “ไม่มีใครรู้” ซึ่งต่างจากที่รายงานในวันอาทิตย์ว่า “คงที่” นี่ก็ไม่ได้สร้างความมั่นใจอะไรขึ้นมาเลย

และในวันจันทร์ ก็มีการรายงานถึงกลุ่ม “ควันขาว” ที่ออกมาจากอาคารที่เตาปฏิกรณ์ 2 ตั้งอยู่ ซึ่ง TEPCO “เชื่อ” ว่า กลุ่มควันดังกล่าวคือ “ไอน้ำ” และ “น่าจะไม่ได้เกิดจากตัวเตาปฏิกรณ์เองหรือจากบ่อเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้ว”  และนี่ก็เป็นอีกสถานการณ์หนึ่งที่คลุมเคลือ ไม่ชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมีข้อมูลออกมาน้อยมาก แต่เราก็ยังติดตามดูอยู่อย่างใกล้ชิด

ความปลอดภัยด้านอาหาร 

มีการอ้างคำพูดของโฆษกองค์การอนามัยโลก (World Health Organisation: WHO) ที่กล่าวว่า อาหารที่มีการปนเปื้อนในญี่ปุ่นนั้น เป็น “สถานการณ์ที่รุนแรง” และ การปนเปื้อนในอาหารนั้น ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะพื้นที่อีกต่อไปแล้ว ตามที่เคยคาดกันไว้ในตอนแรก ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก เคยกล่าวว่ายังไม่จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจอาหารที่นำเข้ามา ซึ่งหมายความว่าสถานการณ์นั้นยังไม่เป็นปัญหารุนแรงนั่นเอง แต่วันนี้ ความเห็นขององค์การอนามัยโลกก็เปลี่ยนไป โดยกล่าวว่า “สถานการณ์รุนแรงมากเกินกว่าที่ใครๆคาดคิดไว้ ซึ่งในช่วงวันแรกๆที่เกิดเหตุการณ์ เราคาดว่า ปัญหานี้จะจำกัดอยู่ในระยะ 20-30 กิโลเมตรเท่านั้น” ทั้งนี้ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ออกคำสั่งกับ 4 เขต ห้ามการขนส่งนมและผักอีก 2 ชนิด

ขณะเดียวกัน ระดับสารกัมมันตภาพรังสีในพื้นที่อื่นๆของญี่ปุ่นก็ยังคงอยู่ในระดับสูงเท่าเดิมกับในช่วงวันที่ผ่านๆมา แม้จะมีการตรวจพบร่องรอยของสารกัมมันตภาพรังสีในน้ำใน 9 เขต ก็ตาม

ตามรายงานของ TEPCO มีการตรวจพบสารกัมมันตภาพรังสี ซีเซียม และ ไอโอดีนในน้ำทะเลใกล้กับโรงไฟฟ้าฟูกูชิม่า ในปริมาณที่สูงกว่าปกติหลายเท่า แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้ก็ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของน้ำทะเลที่มีการปนเปื้อนต่อสัตว์น้ำ

 

Photo - Fukushima I Nuclear Power Plant Damage © DigitalGlobe