เครือข่ายประชาชน 4 ภาคกำลังขนานนามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าเป็นกระทรวง “ทำลาย” ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับใหม่นั้นเอื้อให้กับการเกิดโครงการที่ทำลายสิ่งแวดล้อมให้ง่ายขึ้น แม้ว่าภาคประชาชนจะยื่นข้อเสนอแสดงความกังวลไปแล้ว

เช้าวันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560 แสงแดดที่ร้อนแรงเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนใจของประชาชนจาก 4 ภาค ที่ออกมารวมตัวกันกว่า 100 คน ในนามเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 4 ภาค  เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทบทวนและแก้ไขเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ ว่าด้วยการบัญญัติกฎหมายการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA,EHIA) เนื่องจากยังไม่มีการปรับแก้ตามข้อกังวลของประชาชน และยังเป็นฉบับที่ถอยหลังกว่าเดิม ทั้งในด้านคุณภาพ กระบวนการ การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน การสร้างมาตรการในการปกป้องและเยียวยาด้านสิ่งแวดล้อม

ความทุกข์ยากหลายสิบปีของชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศจากการผลักดันโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และจากกระบวนการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA )และสุขภาพ(EHIA) คือ เหตุผลของการรวมตัวของเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 4 ภาค

แม้ในวันนี้จะมีตัวแทนคือ นายสมชัย มาเสถียร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาร่วมประชุมหารือแต่ยังคงไม่ได้รับข้อเสนอของประชาชนเพื่อไปปฏิบัติตาม ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับประชาชน “ผมอยู่ที่ชั้น 15 ประตูห้องไม่เคยปิด มานั่งคุยนั่งกินกาแฟได้” นายสมชัย กล่าวอย่างเป็นมิตรกับพี่น้องจาก 4 ภาค

แต่สำหรับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ การรับปากและเชื้อเชิญนั้นยังไม่เพียงพอและไม่แตกต่างจากทุกครั้งที่รับเรื่องไปแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น กระบวนการทำรายงาน EIA EHIA นั้นเสมือนเป็นแค่พิธีกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งโครงการ ทางเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 4 ภาค ได้เสนอทางออกของกระบวนการ EIA EHIA หยุดความล้มเหลวที่เรื้อรังแล้ว ต่อรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ทุกข้อเสนอนั้นไม่ได้ปรากฏอยู่ในร่างพรบ.ฉบับดังกล่าวและประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2560

“ปัญหาที่ เครือข่ายพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา อ.รัตภูมิ พบเจอกับโครงการเหมืองแร่ คือ การที่ EIA ใช้เอกสารเป็นเท็จ เราได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานรัฐ แต่เจ็ดปีที่ผ่านมาไม่มีคำตอบ สิ่งที่พี่น้องได้รับคือผลกระทบจากเอกสารมั่วๆ แต่ไม่ได้แก้ไขผลกระทบอย่างจริงจัง ถ้ากฎหมายใหม่ที่ออกมาไม่ตอบสนองเรื่องผลกระทบสิ่งเเวดล้อม ไม่ต้องออกมา ใช้ของเก่าดีกว่า” ตัวแทนจากเครือข่ายพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา กล่าว

ความโปร่งใส่และเป็นธรรม การจัดทำข้อมูล และรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ แต่ไม่เคยได้รับ หลังจากการประชุมร่วมกัน ทางเครือข่ายฯ ได้ออกมาอ่านแถลงการณ์และเผาเอกสารรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)และสุขภาพ(EHIA) ของโครงการต่างๆ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ด้านหน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พ.ร.บ.สิทธิชุมชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ระบุไว้ว่า ชุมชนมีส่วนร่วมต่อการตัดสินใจในคำสั่งของรัฐที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรชุมชน หรือ มีสิทธิได้รับคำชี้แจงจากรัฐก่อนดำเนินโครงการใด ๆ ในพื้นที่ นี่คือสิทธิที่ชุมชนพึงมีตามกฎหมาย รวมถึงเป็นโครงการที่จะต้องส่งผลกระทบน้อยที่สุด มีการเยียวยาผลกระทบอย่างเร็วที่สุด แต่ปัจจุบันรูปแบบการประเมินผลกระทบนั้นผูกโยงกับอำนาจบริหารมากเกินไป ทางภาคประชาชนลงความเห็นว่า คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ควรเป็นหน่วยงานอิสระ ไม่ถูกหน่วยงานใดกำหนดทิศทาง

การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากสวนทางกับแนวทางการพัฒนาและวิถีชีวิตของชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ทิศทางของการดำเนินการโครงการต่าง ๆ นั้น หากเป็นไปตามร่างพรบ.สิ่งแวดล้อมฉบับใหม่นี้ ยังสามารถนำเอาคำสั่งของคสช. ที่ว่า EIA EHIA ไม่จำเป็นต้องผ่านการเห็นชอบจากคชก.และสามารถประมูลโครงการดังกล่าวเพื่อรอการสร้างได้เลย นี่คือการ บีบคั้นต่อประชาชนในพื้นที่ที่พวกเขากำลังเผชิญอย่างไม่มีทางต่อกร

หากร่างพรบ. ฉบับนี้คือคำตอบจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผลลัพธ์ที่ได้ คือการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วเราจะหันไปพึ่งพิงใครได้ในการปกป้องสิ่งแวดล้อม?


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่