ขณะที่นักการเมืองบางคนพยายามที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมถ่านหิน แต่ก็มีการปฏิวัติเงียบกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

ผู้คนกำลังจะโบกมือลาแหล่งพลังงานหลักระดับโลกที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เช่นถ่านหิน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

การเผาใหม้ถ่านหินเป็นสาเหตุหลัก ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ และการทำเหมืองถ่านหินยังเป็นแหล่งกำเนิดหลักของมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญ

ทำไมถ่านหินถึงไม่ได้เป็นพลังงานหลักในอนาคตแล้วล่ะ? งานวิจัยชิ้นใหม่จากกรีนพีซและโคลสวาร์ม (CoalSwarm) ให้เหตุผลดังนี้

1.  รัฐบาลโบกมือลาถ่านหินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มีประเทศ รัฐ และเมือง 23 แห่งที่ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ก็ตั้งกำหนดเวลาที่จะยกเลิกภายในปี 2573 ซึ่งช่วงก่อนปี พ.ศ.2557 ไม่มีมาตรการสำคัญที่จะยุติการใช้ถ่านหินนี้ได้ นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

นักกิจกรรมกรีนพีซเข้าขวางเรือชื่อ Paquis ที่กำลังขนถ่านหิน ในประเทศเนเธอร์แลนด์

2. เมืองใหญ่ ๆ หลายเมืองในจีนและอินเดียกำลังจะเป็นเมืองที่ปราศจากถ่านหิน!

3 ประเทศจากกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมทั้ง 7(G7) ได้ตัดสินใจที่จะยุติการใช้ถ่านหิน เช่นเดียวกับอิตาลีที่ดูเหมือนว่าจะยกเลิกการใช้ถ่านหินภายในเร็วๆ นี้ด้วยเช่นกัน

3.  มากกว่าหนึ่งในสี่ของบริษัท 1,675 แห่ง ที่เป็นเจ้าของโครงการหรือวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้เลิกประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมถ่านหินแล้วทั้งหมด

ขนาดที่ว่านี้เท่ากับโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่รวมกัน 370 แห่ง ซึ่งใหญ่มากพอที่จะผลิตไฟฟ้าให้พื้นที่ 6 เท่าของสหราชอาณาจักร 6 ประเทศ และเทียบเท่าเกือบครึ่งล้านล้านเหรียญสหรัฐฯของมูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ใช้งานหรือไม่พัฒนาอีกต่อไปแล้ว

นักกิจกรรมกรีนพีซปีนหอหล่อเย็นของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมืองกรีซ ปี 2558

4. ภายในปีนี้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 14 แห่งในสหรัฐอเมริกาตัดสินใจที่จะปิดทำการ

และแน่นอนว่าการสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินของทรัมป์นั้นไม่เป็นผล

การประท้วงให้เก็บถ่านหินไว้ใต้ดินบริเวณหน้าทำเนียบขาว ในรัฐวอชิงตัน ดี.ซี. ปี 2559

5. มีผู้คนทั่วโลกที่ร่วมต่อสู้ยืนหยัดเพื่อยุติถ่านหินมากขึ้นมากกว่าครั้งก่อนๆ

ไม่ว่าจากการเดินขบวนที่คิงส์นอร์ทในสหราชอาณาจักร การเดินขบวนในสหรัฐอเมริกาของกลุ่ม Beyond Coal ไปจนถึงศิลปินชาวปักกิ่ง และนักกิจกรรมในเมืองเดลีของอินเดีย ประชาชนทั่วโลกกำลังต่อต้านการใช้ถ่านหิน และเรียกร้องให้หันมาใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เข้าถึงได้และมีราคาถูก

ถึงเวลายุติยุคของเชื้อเพลิงฟอสซิลและสนับสนุนคนงานและชุมชนเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานหมุนเวียน

Lauri Myllyvirta เป็นนักวิเคราะห์ด้านพลังงาน กรีนพีซ เอเชียตะวันออก

บทความนี้แปลมาจากภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่