แปล-ธารา บัวคำศรี

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเกือบเป็นประเทศที่ไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ หลังจากที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 6 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิคาซาวาได้ปิดตัวลงในวันที่ 26 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา เกาะหลักของญี่ปุ่นนั้นไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เปิดดำเนินการแล้ว และเมื่อเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โทมาริบนเกาะฮอกไกโดปิดทำการซ่อมบำรุงตามกำหนด เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในญี่ปุ่นทั้งหมด 54 แห่งนั้นยุติการทำงานลงทั้งหมด ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ปราศจากไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2509



นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นแม้แต่น้อย
นายยูกิโอะ เอดาโน รัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นกล่าวว่าจะไม่มีการจำกัดการใช้ไฟฟ้าหรือเกิดไฟฟ้าดับเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาหลังจากเกิดแผ่นดินไหว คลื่นสึนามิที่นำไปสู่หายนะภัยนิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมา บริษัทพลังงานนั้นก็มองโลกในแง่ดีไปด้วย นายโตชิโอะ นิชิซาวา ประธานบริษัทโตเกียวเพาเวอร์อิเล็กทริกกล่าวว่า "เราคาดว่าจะมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามปกติในขณะนี้"

น่าเศร้าที่ ชาวญี่ปุ่นต้องประสบความทุกข์ยากจากอันตรายของพลังงานนิวเคลียร์ และโชคดีที่พวกเขาพบว่าการต่อสู้เพื่อให้ญี่ปุ่นปราศจากนิวเคลียร์เป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไปนัก

ฟูกูชิมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังงานนิวเคลียร์นั้นไม่ปลอดภัย เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ปิดตัวลงเมื่อเวลาผ่านไปบอกเราว่าไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์นั้นไม่จำเป็น ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการจัดการด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า มาตรการประสิทธิภาพพลังงาน และการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชนิดอื่นนั้นเพียงพอ ด้วยที่ไม่มีเหตุผลหรือข้ออ้างใดๆในเรื่องการขาดแคลนไฟฟ้า การเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่นั้นจึงไม่มีความจำเป็น เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญนับตั้งแต่เหตุการณ์อันเลวร้ายในวันที่ 11 มีนาคม 2554 นี่ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่แท้จริง

และญี่ปุ่นยังแสดงให้โลกเห็นว่ามันไม่จำเป็นต้องเชื่อถืออนาคตที่ผูกติดกับเทคโนโลยีซึ่งท้ายที่สุดแล้วกลายเป็นสิ่งคุกคามต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและประชาชน จะมีประเทศอื่นๆ เดินตามรอยเยอรมนี อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยมในนโยบายลดละเลิกการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์อีกไหม ถ้าไม่มี ทำไมล่ะ ประเทศที่พึ่งพาไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ไม่อาจมีข้อแก้ตัวในการเสียเวลา เสียแรงและทรัพยากรที่มีค่าให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกต่อไป

วารสารเดอะอีโคโนมิสต์ซึ่งสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์มายาวนานได้ตั้งคำถามอย่างเปิดเผยถึงเศรษฐศาตร์พลังงานนิวเคลียร์ โดยเรียกพลังงานนิวเคลียร์ว่าเป็น "ความฝันที่ล้มเหลว" การปราศจากเงินสนับสนุนที่มาจากภาษีของประชาชนและการยกเว้นในภาระรับผิดและชดเชยความเสียหาย อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ก็จะล่มสลาย

สิ่งที่เราต้องการในขณะนี้คือการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วไปสู่พลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน มันเริ่มได้เลยในวันนี้ เป็นความจำเป็นในขณะที่โลกทั้งโลกอยู่ภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตราย การผลักดันให้มีการพัฒนาและลงทุนในด้านพลังงานหมุนเวียนในระดับโลกสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและปลอดภัยให้กับทุกคน