13 กันยายน 2552

เลข 8 คือ ตัวกลมๆ 2 ตัวที่วางซ้อนกัน ที่ถ้าเป็นตัวเลขแสดงวินาทีหรือจำนวนคนคงดูจะไม่ได้มากมายเท่าไหร่ และคงไม่ได้น่าตกใจเท่ากับตอนที่รู้ว่ามันคือระยะทางทั้งหมดที่เราเดินในวันนี้

เลข 8 ของเราในวันนี้ มันคือหน่วยของกิโลเมตร ที่แสดงระยะทางที่คนเกือบ 50 คน ร่วมกันเดิน เพื่อจุดประสงค์บางอย่างร่วมกัน นั่นคือการร่วมแสดงพลังเรียกร้องให้ผู้นำโลกและผู้นำบ้านเราเขามีนโยบายดีๆ ในเรื่องโลกร้อนเสียที!!

ย้อนกลับไปเมื่อตอนเช้าตรู่ของวัน ชาวกรีนพีซทั้งอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ ควาญช้าง และ นักรณรงค์ตัวโตทั้ง 5 เชือก (ทองแดง, คชาพัช, หลาวทอง, ดอกแก้ว และ ยะลา) กำลังเตรียมพร้อมตั้งขบวนยาวเหยียด เพื่อรับศีลรับพรจากพระที่มาทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ขบวนกิจกรรม “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” ที่หน้าศูนย์กิจกรรมช้างไทยเพื่อการอนุรักษ์



เราเดินแถวหน้าสุด
ดีใจที่ไปขอยืมธง CHANG(E) โลโก้ประจำงาน จากคนอื่น แล้วไม่ได้คืนเขาไป (ฮ่าๆ) เลยได้เอามาเดินโบกเล่นอยู่ด้านหน้า นำขบวนกับเพื่อนร่วมงานที่มาจากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียกลุ่มใหญ่ งานนี้มีเพื่อนๆที่มาร่วมกิจกรรมค่อนข้างเยอะ และมาจากหลากหลายประเทศ เราเลยได้เพื่อนใหม่เป็นชาวจีนและแอฟริกา ที่มาไกลข้ามทวีป เพื่อร่วมกิจกรรมตลอด 15 วันนี้

ถ้าหากรวมคนกับช้างตัวโตๆแล้ว ขบวนที่เราเดินดูจะยิ่งใหญ่และยาวพอสมควร เนื่องจากระยะทาง 8 กิโลเมตรไม่ใช่ระยะทางที่หลายคนถนัดนัก ประกอบกับแดดร้อนๆ ยามสายที่ส่องปะทะหน้า ระหว่างทาง เราจึงแวะพักดื่มน้ำค่อนข้างบ่อย และยังได้แวะพักเหนื่อยพักใหญ่ๆที่ DNA ของอาจารย์สุนทร สถานที่จำลองบ้านตัวอย่างที่ประหยัดพลังงาน ที่นอกจากช้างจะได้พักเล่นน้ำให้เย็นใจแล้ว คนที่เดินร่วมขบวนอย่างเรายังได้มาสัมผัสกับพลังงานหมุนเวียนอย่างกังหันลมแบบใกล้ๆ และยังมีบ้านที่ออกแบบมาเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า ทั้งแสงไฟ รวมถึงเครื่องปรับอากาศ


กรุณาอ่านด้วยกระจก

“จับมือให้มั่น...เดินทางไป...เรามารวมหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน........จับมือให้มั่น.....เดินทางไป...เรามาเดินกับช้างร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง.......”
เมื่อเสียงเพลงนี้เริ่มขึ้น เหล่าคณะรณรงค์ทั้งคนและช้างก็เริ่มเดินหน้า ออกเดินทางกันต่อ
วันนี้เราจะเดินไปยังจุดหมายที่กำหนดไว้คือ วัดเหวปลากั้ง วัดเล็กๆบนเนินเขาที่อยู่ละแวกตำบลหมูสีเพื่อพักผ่อน เก็บพลังในการรณรงค์ที่ยังเหลืออีก 10 กว่าวันข้างหน้า



แดดร้อนๆ ของวันนี้ ทำให้เราเริ่มเหนื่อย
จะก้าวให้เร็วกว่าช้างก็ดูยากไปหน่อย
จากที่เดินอยู่หน้าสุด กลับกลายเป็นรั้งท้าย
(พร้อมเสียงหอบแฮกแฮก)
เวลาร้องเพลงเดินกับช้างกับเพื่อนๆ เลยแผ่วกว่าเมื่อเช้าไปนิด
แต่ความรู้สึกสนุกไปกับกิจกรรมยังไม่แผ่วไปกว่าก่อนออกเดินทางเลย
ยิ่งได้เห็นสีหน้ามีความสุขของเด็กๆ ที่ได้เห็นช้าง หรือผู้ใหญ่ที่อวยพรให้พวกเราเดินทางไปถึงกรุงเทพฯอย่างปลอดภัยแล้ว ทำเอาเรายิ้มไม่หุบไปตลอดทั้งวันเลยล่ะ

นส. อิซา

ป.ล. คืนนี้นอนใกล้ๆวัดเหวปลากั้ง
อยู่บนเนินเขาเล็กๆ เห็นทุ่งกว้างๆ ของเขาใหญ่ชัดเชียวล่ะ

ดูภาพสไลด์เรื่องราวการออกเดินทางได้ที่นี่
เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง และการร่วมผลักดันนโยบายลดโลกร้อนได้ที่นี่