เรือรณรงค์ของกรีนพีซ คือเอกลักษณ์ของกรีนพีซในการต่อกรกับอาชญากรทางสิ่งแวดล้อมเพื่อปกป้องโลก และทรัพยากรของเราทุกคน เรือจึงถูกใช้เป็นแนวหน้าในการขับเคลื่อนงานรณรงค์ เดินทางไปยังน่านน้ำและมหาสมุทรต่าง ๆ ไม่ว่าจะห่างไกลเพียงใด เพื่อเป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ และลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลง ยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม

ก่อนที่จะพบกับเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ในประเทศไทยช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนี้ เราได้ขอให้ลูกเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ แบ่งปันประสบการณ์จากการทำงานรณรงค์ร่วมกับเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ให้เราได้ฟังกัน มาลองดูกันว่าว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อมกับเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ จากทั่วโลกนั้นเป็นอย่างไร

ซาบีน สไตเนอร์ ประเทศเยอรมนี ช่างเครื่องยนต์ท้ายเรือ

 “งานรณรงค์ที่ฉันชอบมากที่สุด คือตอนที่เราไปรณรงค์เรื่องปกป้องมหาสมุทรที่ภูมิภาคปาตาโกเนีย ประเทศชิลี เมื่อมกราคม ปี 2560 ซึ่งเป็นการรณรงค์ที่ขับเคลื่อนโดยผู้หญิงในชุมชน เป็นกลุ่มผู้หญิงที่เข้มแข็ง โดยทางกรีนพีซได้เข้าไปช่วยเหลือในเรื่องคำแนะนำด้านกฎหมาย และเป็นอีกกำลังเสียงช่วยต่อกรกับภาครัฐ ในพื้นที่นั้นถูกบุกรุกด้วยการทำฟาร์มแซลมอนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งมีสารเคมีที่ทำลายทรัพยากรในทะเล ชุมชนไม่สามารถทำประมงได้อีกต่อไป อีกทั้งยังทำให้สัตว์น้ำต่างๆ รวมถึงวาฬได้ตายเกยตื้นที่ชายหาดจำนวนมาก

นอกจากเรื่องกฎหมายแล้วกรีนพีซได้เข้าไปช่วยเรื่องการทำวิจัยเก็บข้อมูลของฟาร์มผิดกฎหมายนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องต่อศาล นี่เป็นอีกหนึ่งการรณรงค์ที่สะท้อนว่าชุมชนที่ยากจนนั้นเป็นผู้ถูกคุกคามจากบรรษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งนอกจากจะมีอำนาจเงินแล้ว ยังเป็นผู้ก่อมลพิษรายใหญ่อีกด้วย”

เดเนียล โซนยี  ประเทศฮังการี ผู้ช่วยต้นเรือ

“การที่ผู้คนมาตัวกันบนเรือ มีปฏิสัมพันธ์​กัน จากการร่วมมือหลายภาคส่วนของการณรงค์ คือสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจมากที่สุดสำหรับผม เป็นสิ่งที่ทำให้ผมสู้ต่อไปทุกวัน และเป็นสิ่งที่มอบเหตุผลให้กับเราว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นถูกต้อง เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ คือเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมโยงคนทั่วโลก และนี่แหละคือสิ่งที่ผมคิดว่าวิเศษที่สุด

อย่างเช่นตอนที่เราไปเมืองทาโคลบัน ประเทศฟิลิปปินส์ (เมืองที่ถูกพายุไห่เยี่ยนถล่มเมื่อปี 2556) ขณะที่พวกเราขึ้นรถสามล้อเพื่อเดินทาง ชายที่ขับรถสามล้อก็ทักเราด้วยความดีใจ และบอกกับเราว่า เขาดีใจที่เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์มา และดีใจที่นำเรื่องราวผลกระทบของทาโคลบันสื่อสารออกไปเพื่อไม่ให้โลกลืม นี่เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ผมปลื้มใจ

ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ไม่กล้ามีปากเสียง แต่การบอกเล่าเรื่องราวของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์นั้นเป็นการขับเคลื่อนทางบวกที่ดี เป็นความหวังว่าเราสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ และชุมชนต่าง ๆ รับรู้ได้ว่า พวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง”

 กฤษณะ  ศรีถนอมวงศ์ พนักงานวิทยุ ประเทศไทย  

“งานรณรงค์ปกป้องป่าจากการคุกคามของบริษัทน้ำมันปาล์มที่ตัดไม้ทำลายป่า ที่เมืองดูไม สุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2550 ขณะนั้นช่วงดูไมจะเป็นบริเวณที่มีโจรสลัดดักปล้นเรือ หรือลักพาตัวคนจากมะละกาไปที่ดูไม เพื่อเรียกค่าไถ่ ระหว่างไปก็ระวังตัวกันตลอด สุดท้ายมีการทำกิจกรรมที่ดูไมด้วยการปีนถังเก็บน้ำมันปาล์ม ติดป้ายผ้า โดยที่เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์อยู่ที่จุดทอดสมอใกล้ท่าเรือ บล็อกเรือขนน้ำมันปาล์มไปยุโรปไม่ให้ออกจากท่า

เป็นการทำกิจกรรมในที่เกิดเหตุที่สามารถขัดขวางกระบวนการ และเผยแพร่การทำลายสิ่งแวดล้อมออกไปให้โลกได้รับรู้  และเราเองได้เห็นการเตรียมตัวของเรือก่อนที่จะเข้าไปในโซนของโจรสลัด รวมถึงพลังของนักกิจกรรมในการขัดขวางการทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางเรือ”

 

เฉิน ชุก นิง  กลาสีปากเรือ ฮ่องกง

“ในช่วง Hong Kong Ship Tour เมื่อ 21 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ฉันเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมที่ขึ้นไปแขวนป้ายผ้าที่ชิงช้าสวรรค์ Hong Kong Observation Wheel ด้วยข้อความ “Hong Kong. it’s time to stop making plastic waste” (ฮ่องกง ถึงเวลาหยุดสร้างมลพิษพลาสติก) เป็นการรณรงค์เกี่ยวกับการเลิกใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยที่กิจกรรมในครั้งนั้น เราผลักดันกลุ่มร้านฟาสต์ฟู๊ด และร้านอาหารที่ใช้อุปกรณ์การกินแบบพลาสติก โดยเฉพาะร้านอาหารที่นั่งกินได้ในร้าน

ฉันได้เปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของตัวเองอย่างสิ้นเชิงมาเป็นเวลาสองปีแล้ว ฉันเลิกซื้อน้ำบรรจุขวด ใช้กระติกน้ำของตัวเอง ใช้หลอดที่ล้างใช้ซ้ำได้ ใช้อุปกรณ์การกินที่พกพาไปเอง และฉันแชร์กิจวัตรของฉันลงเฟสบุ๊คเพื่อชักชวนให้คนอื่นทำตาม และเป็นการให้ฉุกคิดได้ว่า เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้อย่างไร

กิจกรรมครั้งนั้นกับเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์เป็นกิจกรรมที่ฉันไม่มีวันลืม เพราะเราไม่สามารถเปิดป้ายผ้าได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามได้สร้างกระแสให้คนสนใจ โดยเฉพาะผู้บริโภค มีเพื่อนฉันเองก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของเขาแล้วด้วยเหมือนกัน และถามฉันว่าเราจะหยุดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งได้อย่างไรบ้าง”

อาพิซาโลม วากานิเซา หัวหน้าลูกเรือฝ่ายเดินเรือ ประเทศฟิจิ

“เมื่อปี 2558 เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ไปที่ญี่ปุ่นเพื่อยุติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เราวางแผนไปเก็บตัวอย่างหน้าดินใต้ทะเลเพื่อตรวจหากัมมันตภาพรังสีที่เมืองฟูกุชิมะ โดยบนเรือเราได้ทำห้องทดลองสำหรับตรวจสอบดินที่เก็บมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้บนเรือ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้เราทำการวิเคราะห์ดินบนเรือ

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวจากการที่เราได้ไปฟูกุชิมะเป็นสิ่งที่พวกเราจำได้ไม่มีวันลืม ผู้คนที่นั่นถูกแบ่งแยกกีดกัน พวกเขาไม่สามารถแต่งงานกับคนอื่นนอกชุมชนได้ เนื่องจากความเชื่อว่าเป็นลางไม่ดี หรือเพราะสารกัมมันตภาพ สิ่งที่ยากที่สุดคือการพูดคุยกับชุมชน พวกเขาอ่อนไหวมาก เขายังนึกถึงสึนามิและผลกระทบอันน่าหวาดกลัวแม้ว่าจะผ่านมาแล้วหลายปี ทุกสิ่งที่อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่บนหน้าดินนั้นมีสารกัมมันตภาพรังสีตกค้าง แต่รัฐบาลกลับยืนยันว่าไม่มีแล้ว และต้องการให้เขาย้ายกลับไปที่เดิม แน่นอนว่าไม่นานเขาอาจจะป่วย เราต้องการแสดงให้เห็นถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างประจักษ์ชัดต่อภาครัฐ

รัฐบาลควบคุมข่าวทุกอย่าง เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกไร้ประโยชน์เพราะถูกควบคุมโดยรัฐ พวกเรามีเจ้าหน้าที่ชายฝั่งติดตามอยู่ตลอดเวลา แต่ท้ายที่สุดการเปิดตัวโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ถูกเลื่อนออกไป ลูกเรือทุกคนรู้สึกเศร้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชุมชนในพื้นที่ และทำให้พวกเราต้องการจะลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ได้ แม้แต่ทุกวันนี้เรายังถามถึงว่าชาวฟูกุชิมะเป็นอย่างไรบ้าง”

ยี-ชหยวน หวง กลาสีปากเรือ ประเทศไต้หวัน

“เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2558 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องการจะสร้างฐานทัพที่เมืองโอกินาวา โดยอ้างถึงเหตุผลเพื่อสันติภาพ เราไปที่นั่นเพื่อร่วมเป็นพลังกับชุมชน แสดงถึงการสนับสนุนจากนานาชาติในการคัดค้านการสร้างฐานทัพ ที่เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ก็ชักธงนานาชาติ เราร่วมกันนั่งประท้วง คนในพื้นที่ที่ออกมาประท้วงนั้นส่วนใหญ่มีอายุราว 60-70 ปี

ฉันยังจำได้ดีว่า มีหญิงชราคนหนึ่งนำเอาอาหารมาให้พวกเรา และขอบคุณที่เรามา กล่าวว่าแค่พวกเรามาก็เป็นการช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่แล้ว

เราพายเรือคานูร่วมกับชุมชนเพื่อเป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ ในบางครั้งเราคิดว่าเราทำงานรณรงค์ไปก็ไม่มีผลอะไร แต่บางครั้งเราก็เห็นผลได้เร็วมาก ในวันที่ 16 มีนาคมในปีถัดมา เราก็ได้ทราบข่าวว่าแผนของโครงการฐานทัพได้ถูกเลื่อนออกไป”

โอ๊คเค ดอยท์ชมันน์ ต้นเรือ ประเทศเยอรมนี

“เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ได้ไปยังเมืองคิวบา ประเทศเม็กซิโก เมื่อเดือนมกราคม 2560 ในประเด็นเรื่องสารพิษ อาหาร และเกษตรกรรม โดยใช้เวลาอยู่ที่นั่นประมาณสองสัปดาห์ ไม่ใช่เป็นกิจกรรมการรณรงค์จ๋าที่มีการเผชิญหน้าเหมือนที่ผ่านมา โดยคิวบานั้นมีการทำเกษตรกรรมเชิงนิเวศเป็นหลัก เราไปเพื่อช่วยเป็นอีกกระบอกเสียงในเรื่องการทำเกษตรโดยไม่ใช้สารพิษเพื่อสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น หยุดการครอบงำของเกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรม เป็นเรื่องราวที่บอกไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมและรัฐบาลว่าเกษตรกรรมเชิงนิเวศคือทางออกที่ดีที่สุด

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ทำหน้าที่เป็นเสมือนออฟฟิศเคลื่อนที่ เป็นเรื่องราว และเป็นพื้นที่ให้บุคคลหลากหลายมาพูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีอิทธิพล และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เองด้วย พวกเราไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนัก แต่ผลลัพธ์ออกมาน่าประทับใจ

นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการรณรงค์ที่ไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้า แต่สนับสนุนให้เกิดทางออก และสื่อสารออกไป ชักจูงให้มีส่วนร่วมมากกว่าต่อต้าน ซึ่งเราสามารถนำวิธีนี้มาใช้ต่อไปในอนาคตได้”

เฮตตี กีเนน กัปตัน ประเทศเนเธอร์แลนด์

 “ขณะนั้นฉันอยู่บนเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ในช่วงปี 2553 โครงการ Turn the Tide Tour เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงช่วยประเทศไทยในการผลักดันเรื่องพลังงานหมุนเวียน ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประจวบคีรีขันธ์ เราฝังแคปซูลกาลเวลาเพื่อเป็นสิ่งระลึกถึงการขับเคลื่อนของมวลชนเพื่อสิ่งแวดล้อม

ในแคปซูลนั้นประกอดด้วยหนังสือ บทความ ภาพถ่าย และอื่นๆ อีกมากมาย แคปซูลนี้ถูกฝังไว้ใกล้กับอนุสาวรีย์เจริญ วัดอักษร นักกิจกรรมผู้อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม และสิทธิชุมชน

สิ่งที่ฉันประทับใจมากที่สุดคือการขับเคลื่อนของชุมชนที่เข้มแข็งมาก ซึ่งคุณจะรับรู้ได้ถึงพลังหากได้ไปสัมผัสที่นั่น สำหรับฉันแล้วการสนับสนุนชุมชน การเป็นอีกพลังช่วยเปล่งเสียงบอกต่อเรื่องราวการต่อสู้ของชุมชน โดยที่ให้น้ำหนักกับชุมชนและประเด็นที่พวกเขาต่อสู้ เพราะพวกเขานี่แหละคือพลังที่แท้จริง นี่คือวิธีการทำงานของกรีนพีซที่ดีที่สุด”

 

มาร่วมพูดคุยกับลูกเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ได้ที่
หาดสมิหลา จ.สงขลา 16 พฤษภาคม 2561 (กิจกรรมบริเวณชายฝั่ง)  17 - 20 พฤษภาคม 2561 (กิจกรรมขึ้นชมเรือ) และ ท่าเรือน้ำลึก จ.ภูเก็ต 9 - 12 มิถุนายน 2561 อ่านรายละเอียดที่นี่

 


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่