เมืองกาญฯ แดดร้อนเปรี้ยง...
แต่คอนเสิร์ต Act ถีบ ของเราในวันนี้ร้อนแรงยิ่งกว่า

แม้ว่าจะเป็นดนตรีกลางแจ้ง ท้าอาทิตย์กลางศีรษะก็ตาม น้องๆเยาวชนรวมถึงผู้ผ่านวัยเยาวชน (มาไม่นาน) อย่างฉันก็ไม่ถอย เริ่มทยอยหาที่นั่งเหมาะเจาะบนสนามหญ้า แล้วรอคอยโน๊ตดนตรีตัวแรกบรรเลงขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ

“แต๊ว..แน๊ว..แน๊ว...”

เสียงกีตาร์เริ่มดังขึ้น พร้อมๆกับเสียงปรบมือของเหล่าผู้ชมตัวน้อย พร้อมๆ กับความ Act ถีบ ของเด็กๆที่อาสาผลัดกันมา “ถีบ” จักรยาน เพื่อสร้างกระแสไฟให้แก่ไฟประดับเวที นับเป็นสีสันเล็กๆในการเรียกเหงื่อและให้เด็กๆได้คอยลุ้น คอยส่งเสียงเชียร์เพื่อนคนปั่นว่าเมื่อไรที่พลังงานจากสองขาของตนเองนั้นจะ ทำให้หลอดไฟหลากสีบนเวทีได้ส่องแสงออกมาเสียที

เรามีแขกรับเชิญพิเศษ คือ พี่ทอดด์ ทองดี และวงดนตรี ที่มาช่วยเรียกเสียงหัวเราะ พร้อมสาระดีๆ จากบทเพลงที่สอนเด็กๆให้นึกถึงธรรมชาติ รู้จักความนิ่ง ความเงียบ และฟังเสียงที่ธรรมชาติรอบๆ ตัวบอกกับเรา รู้จักรักตนเอง และแบ่งปันความรักให้ผู้อื่นด้วย หากเราเอื้อเฟื้อ และไม่คิดครอบครอง โลกของเราก็จะมีแต่สันติสุข และโลก..ซึ่งเป็นมารดาของมนุษย์ทุกคนก็จะไม่ต้องเสียน้ำตาจนท่วมท้นเหมือนที่พวกเรากำลังประสบอยู่ในขณะนี้

แดดเริ่มคล้อย ความ Act ถีบของน้องๆ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นความทุ่มเทให้กับการออกแรงเต้น กับพี่ทอดด์อย่างสนุกสนาน ปล่อยให้สีสันของไฟเวทีเป็นหน้าที่ของ “แผงพลังงานแสงอาทิตย์” ที่ติดอยู่บนออฟฟิศเคลื่อนที่แทน

เมื่อเพื่อนหนึ่งคนขยับ คนอื่นๆก็เริ่มลุกขึ้นขยับตาม เสียงหัวเราะ เสียงเชียร์เพื่อนๆ และเสียงปรบมือเริ่มดังไม่แพ้เสียงดนตรี บรรยากาศยามบ่ายของวันนี้จึงอบอุ่นและน่ารักเป็นพิเศษ

ในช่วงเย็นย่ำ หลังการเล่นเกมตอบคำถามเรื่องพลังงานแล้ว ก็มีอีกหนึ่งวงที่มาร่วมเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆโดยเฉพาะ คือวงดนตรีจากธรรมศาสตร์ ที่มีชื่อวงน่ารักแบบกวนๆว่า “ซาเล้ง” มาเล่นเพลง Act ถีบถูกใจน้องๆเมืองกาญฯ จนไม่ยอมลุกไปไหน จับจองพื้นที่หน้าเวทีและใต้ร่มไม้ ร่วมกันทำไฟฉายพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมร้องเพลงคลอตามไปด้วย เสร็จงานก็กลับบ้านไปพร้อมไฟฉายพลังงานสะอาดติดมือ และอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ได้กระทบไหล่กับพี่ๆนักดนตรี รวมถึงข้อคิดดีๆจากพี่ทอดด์ที่ฝากทิ้งท้ายให้กับทุกคนในงานไว้ว่า

“อย่ามองโลกในแง่ร้าย อย่ามองโลกในแง่ดี มองโลกซะ แล้วกลับมาคิดดูว่า เราทำอะไรให้แก่โลกนี้ได้บ้าง”

จะเป็นคำถามที่ฉันกลับไปคิดในคืนนี้ค่ะ

ตอนนี้ฉันตอบได้เพียงว่า

“ฉันน่าจะลงมือทำได้มากกว่านี้ ทั้ง “Act”ทั้ง “ถีบ” ได้มากกว่านี้เสียอีก”   

J