• ภาคการผลิตของเล่น และ APP ตอบสนองต่องานณรงค์ปกป้องป่าอินโดนีเซียของเราอย่างไร

    Blogpost โดย Zulfahmi, Greenpeace South East Asia -- มิถุนายน 15, 2554 ที่ 15:02 เพิ่มความคิดเห็น

    หลายวันมานี้ เรามีงานเยอะมากตั้งแต่การรณรงค์หยุดการทำลายป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ที่ยังหลง เหลืออยู่ในอินโดนีเซีย ในขณะนี้มีสัญญานบ่งบอกว่าทั้งแมทเทลและเลโก้กำลังเตรียมการที่จะเปลี่ยน วิธีที่พวกเขาซื้อหาบรรจุภัณฑ์

    แถลงการณ์ ล่าสุดของแมทเทลที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ในสหรัฐอเมริกา บ่งชี้ว่าในขณะนี้แมทเทลตระหนักแล้วว่าบริษัทฯ เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการทำลายป่า อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่ทำให้ปัญหาจบลง โดยต้องให้รายละเอียดเพิ่ม และกำหนดเวลาที่ชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจริงจังกับการแก้ปัญหาเหล่านี้

    Photo: © Greenpeace

    ในขณะเดียวกันในเดนมาร์ก เลโก้ได้ตอบคำถามจากสื่อมวลชน โดยชี้แจงถึงเจตนาที่จะเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์ที่มาจากการรีไซเคิล และที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการรับรองมาตรฐานการปลูกป่า (Forest Stewardship Council; FSC) นี่ดูเหมือนว่าเป็นความคืบหน้าที่ดี แต่ก็เช่นกันที่เรากำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติม และรอข้อมูลว่าพวกเขาจะแก้ปัญหาบริษัท Asia Pulp and Paper (APP) อย่างไร บริษัทนี้มีส่วนในการทำลายป่าฝนเขตร้อนในอินโดนีเซียอย่างมโหฬาร โชคร้ายที่ดีสนีย์และฮาสโบรยังไม่ตอบรับข้อเรียกร้องของเรา

    กลับมาดูที่อินโดนีเซียกันบ้าง APP ไม่ลังเลที่จะตอบสนองต่องานรณรงค์ของเรา โดยปฏิเสธว่าไม่มีปัญหาใดๆ เลยการการปฏิบัติงานของพวกเขา ในบล็อกเรื่องหนึ่งที่เขียนโดยไอดา กรีนบิวรี่ ‘ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน” ท้าทายให้กรีนพีซ ‘อธิบายการเลือกเวลาโจมตีอุตสาหรรมเยื่อกระดาษและกระดาษอินโดนีเซีย’ แน่นอนเราได้อธิบายอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่านี่ไม่ใช่การโจมตีอุตสาหกรรมของ อินโดนีเซีย แต่เป็นการรณรงค์เพื่อหยุดการทำลายป่าฝนเขตร้อน ซึ่ง APP มีบทบาทสำคัญ แต่เพราะอะไรเราจึงเปิดตัวการรณรงค์นี้ในตอนนี้ล่ะ?

    เมื่อต้นปีนี้ บริษัท Golden Agri Resources (GAR) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีนาร์ มาส ได้ประกาศนโยบายการอนุรักษ์ป่าฉบับใหม่ โดยระบุว่าพวกเขาต้องการให้การปลูกป่าของพวกเขา ‘ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายป่า(no deforestation footprint)’ บริษัทได้ให้พันธะที่ชัดเจนหลายข้อ ได้แก่ การปกป้องพื้นที่ที่มีคุณค่าเชิงอนุรักษ์สูง (ผ่านทางการดำเนินการประเมินที่เป็นอิสระ) การหยุดการพัฒนาที่เกิดขึ้นต่อไปกับป่าพรุ การปกป้องพื้นที่ที่กักเก็บคาร์บอนไว้สูง และ ในประเด็นทางสังคม คือ การดำเนินการตามหลักการ ‘การให้ความยินยอมอย่างอิสระและได้รับข้อมูลล่วงหน้า’ (FPIC) เมื่อพวกเขาพัฒนาการปลูกป่า (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FPIC ได้ที่นี่)

    ใน เวลาไล่เลี่ยกัน APP ยังได้ประกาศ ‘แผนปฏิบัติการความยั่งยืน’ แม้ว่าแผนนี้มีสิ่งที่สร้างความยั่งยืนน้อยมาก แผนปฏิบัติการนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทจะเดินหน้าทำลายป่าฝนเขตร้อน เพื่อป้อนโรงงานของพวกเขาจนถึงปี 2558 เป็นอย่างน้อย ไม่มีพันธะที่จะหยุดการพัฒนาปลูกป่าบนผืนป่าพรุ ไม่มีการประเมินอิสระเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีคุณค่าเชิงอนุรักษ์สูง นิ่งเฉยกับ FPIC และ ไม่กล่าวถึงการปกป้องพื้นที่ที่กักเก็บคาร์บอนไว้สูง

    4 เดือนหลังจากการประกาศดังกล่าว APP ก็มิได้ทำอะไรเพื่อหยุดการผลาญทำลายป่าฝนหรือป่าพรุ สำหรับป้อนโรงงานเยื่อกระดาษและกระดาษของพวกเขา นั่นคือเหตุผลที่เราเปิดตัวการรณรงค์ของเราในตอนนี้

    คำ ตอบของ APP จนถึงขณะนี้ เป็นคำตอบที่หลีกเลี่ยงประเด็นปัญหาที่สำคัญยิ่ง แต่ APP ได้พยายามสร้างความมั่นใจกับผู้ถือหุ้นว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดีเพราะ บริษัทดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย APP กล่าวว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐบาลอินโดนีเซีย และรับผิดชอบที่จะ ‘ยึดมั่นกฎหมายเหล่านี้อย่างเคร่งครัด’

    ดูเป็นเรื่องตลก เพราะข่าวสำหรับประชาสัมพันธ์ให้สื่อของ APP ที่กล่าวสิ่งที่กล่าวมาด้านบนนั้น เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับแถลงการณ์ของหน่วยเฉพาะกิจกำจัดมาเฟียแบบถูกกฎหมายของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย  หน่วยเฉพาะกิจนี้เรียกร้องให้ตำรวจสืบสวนคดีการตัดไม้ผิดกฎหมายที่ร้ายแรง คดีต่างๆ ใหม่อีกครั้งบนเกาะสุมาตรา ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องก็คือ - ใช่แล้วคุณเดาถูก – บริษัทในเครือซีนาร์ มาส หลายบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ APP นั่นเอง

    APP อาจจะปกปิดเรื่องดังกล่าว เมื่อพวกเขาตอบรับงานรณรงค์ของเรา ซึ่งไม่น่าประหลาดใจเลย นอกจากนี้บริษัทยังไม่กล่าวถึงการสืบสวนใหม่ของเรา ที่เผยให้เห็นอีกครั้งว่าผู้จัดหาสินค้ากำลังพัฒนาการปลูกป่าในพื้นที่ป่า พรุที่มีชั้นดินลึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอินโดนีเซีย อ่านกรณีศึกษาในเว็บไซต์แสดงหลักฐานของเรา สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับป่าเครูมูตัน หนึ่งในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง

    เห็น ได้ชัดว่า APP กำลังรับคำแนะนำที่แย่มากจากบริษัทตัวแทนของพวกเขา คือ Cohn and Wolfe เป็นไปได้ว่าสิ่งนี้จะทำให้สถานการณ์ที่ลำบากอยู่แล้วในปัจจุบันของพวกเขา แย่ลง แทนที่จะดีขึ้น ดังที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนคนหนึ่งชี้แจงให้เห็น ในจดหมายเปิดผนึกถึง APP ว่า ‘กลยุทธ์การสื่อสารของคุณเป็นหายนะ ซึ่งกลายเป็นกรณีศึกษาระดับโลกว่าจะทำให้เกือบทุกอย่างผิดพลาดในเวลา เดียวกันได้อย่างไร’ เขาสรุปว่า ‘ถึงเวลาแล้วที่คุณ(APP)จะรับฟังเสียงโห่ร้องเพื่อความก้าวหน้าที่ดังอยู่รอบตัว’ เรา กรีนพีซ เห็นด้วยอย่างที่สุด

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า