คำเตือน: บล็อกนี้มีภาพและวิดีโอที่อาจสร้างความสะเทือนใจได้

เมื่อไม่นานมานี้ มีคนมาบอกกรีนพีซที่อินโดนีเซียว่า เสือสุมาตราพลัดไปติดกับดักที่จังหวัด Riau เป็นเวลาถึง 6 วัน โดยไม่มีอาหารและน้ำดื่มกิน หลังจากทุกทรมานอยู่ถึงอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็เข้าไปช่วยเหลือให้พ้นจากกับดักนั้น แต่ก็สายเกินไปแล้ว เสือได้สิ้นใจตายไปขณะเจ้าหน้าที่กำลังทำการช่วยเหลือ

แซมซามิ ผู้ประสานงานสื่อมวลชนของกรีนพีซ เดินทางร่วมกับทีมช่วยเหลือในฐานะผู้สังเกตการณ์ และอยู่ร่วมใน 2-3  ชั่วโมงวาระสุดท้ายของเสือด้วย ได้บรรยายถึงเหตุการณ์ว่าแม้จะทรมานมาก “แต่เสือก็ยังคงเปล่งประกายสัตว์ป่าที่ น่าเกรงขาม” และ “ทักทายฉันด้วยเสียงคำรามขู่” ทุกคนที่อยู่ที่นั่นยืนสงบนิ่ง เฝ้าดู “ราชาแห่งป่านอนทรมานอยู่ในกับดักในป่าบ้านของตัวเอง”

บริเวณที่เสือเข้าไปติดกับดักนั้น เป็นแนวเขตของบริษัท PT Arara Abadi เป็นพื้นที่ปลูกพืช Acacia (พืชตระกูลสี เสียดหรือยาง) ในวีดีโอฉายให้เห็นถึงพื้นที่โดยรอบที่เสือเดินหากินก่อนที่จะมาติดอยู่ในกับดักแล้วสิ้นใจตายในที่สุดเป็นบริเวณที่ป่าเพิ่งถูกทำลายลงและการตัดถางป่าก็ยังดำเนินอยู่ นั่นก็หมายความว่ากิจกรรมที่รบกวนป่ายังคงเกิดขึ้นอยู่ต้นไม้ถูกโค่นล้มลง เครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่นเครื่องขุดดินกำลังทำลายป่าฝนเขตร้อน เหล่านี้เกิดขึ้นห่างจากบริเวณที่เสือติดกับดักบาดเจ็บ ทนทรมาน และอดอาหารอยู่เพียง 13 กิโลเมตรเท่านั้น


น่าเศร้ามาก และที่น่าเศร้าไปกว่านี้ก็คืออนาคตของสัตว์ป่าที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เสือสุมาตราเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเหลือเพียง 400 ตัวในป่า และตอนนี้ เราก็สูญเสียไปแล้ว 1 ตัว

แต่การดำเนินการของ APP ในอินโดนีเซียก็ยังคงเดินหน้าตัดถางป่าฝนเขตร้อน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของเสือ และเดินหน้าทำลายบ้านและถิ่นล่าสัตว์ของเสือสุมาตรา เพียงเพื่อป้อนอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษและเยื่อกระดาษ ของ APP จากพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นป่าฝนเขตร้อนกลับกลายมาเป็นหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกล่องห่อของเล่นที่ใช้แล้วทิ้งของเหล่ายี่ห้อฮาสโบร ดีสนีย์ และแมทเทล อนาคตก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้ เพราะ APP เองมีแผนการที่จะขยายพื้นที่ป่าฝนเขตร้อนมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยของเสือด้วย


มีใครบางคนเคยบอกฉันว่า ถนนที่อยู่ในป่าเปรียบเสมือนเส้นเลือด เมื่อมีการสร้างขึ้นก็จะทำลายชีวิตในป่าไหมดสิ้น เมื่อครั้ง APP ได้สัมปทานในพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยของเสือ บริษัทไม่เพียงแต่ทำลายพื้นที่ป่าที่เสือใช้เป็นแหล่งกินอยู่หลับนอนเท่านั้น ถนนที่สร้างขึ้นเป็นเส้นทางบรรทุกไม้ออกไป ยังก่อให้เกิดกิจกรรมรบกวนอื่นๆตามมาอีกด้วย ทำให้คนเข้ามาวางกับดักล่าสัตว์แม้จะไม่ได้ต้องการดักเสือก็ตามแต่ก็เลี่ยงไม่พ้น และเมื่อถิ่นที่อยู่อาศัยของเสือถูกทำลายลงเสือก็จะออกหาอาหารและถิ่นที่อยู่อาศัยไปไกลขึ้น ซึ่งบ่อยครั้งก็เข้ามาใกล้ชุมชนที่อยู่รอบป่านำไปสู่ความขัดแย้งและปัญหามากขึ้น

APP ต้องหยุดทำลายป่าฝนเขตร้อนอีกต่อไป การทำลายป่าฝนเขตร้อนในอินโดนีเซียจะต้องยุติลงได้แล้วเพื่อปกป้องคุ้มครองสัตว์ป่า อย่างเสือสุมาตรา รวมทั้งลดผลกระทบด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนที่อาศัยอยู่รอบป่า อีกทั้งอินโดนีเซียก็ยังจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศลงได้ เพราะการปล่อยของประเทศส่วนใหญ่มาจากการตัดไม้ทำลายป่า

บริษัทกระดาษและเยื่อกระดาษแห่งนี้กลับยังสร้างภาพว่าเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบโดยอ้างว่ามีการดำเนินการเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและสัตว์ป่าอย่างเสือสุมาตราด้วย ทั้งยังมีการลงโฆษณาในทีวีและสื่อสิ่งพิมพ์ไปทั่วโลกเสมือนหนึ่งว่าบริษัทเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนหรือ เอ็นจีโอ อีกด้วย โฆษณาตามสื่อต่างๆมักจะมีข้อความให้ติดปากว่า “APP Cares” (APP ห่วงใย) ปรากฎอยู่ข้างๆรูปที่ดูคล้างกับอุ้งเท้าของเสือ สร้างความรู้สึกว่า APP มีความห่วงใยต่อเสือ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การดำเนินการของบริษัทกำลังทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของเสือเพื่อกำไรยิ่งทำให้สัตว์เหล่านี้ยิ่งสูญพันธุ์เร็วขึ้น


Image: Melvinas Priananda / Greenpeace

ภาพการดำเนินการของ APP ที่อ้างว่าเป็นบริษัทที่ห่วงใยและยึดมั่นในเรื่องความยั่งยืนและการอนุรักษ์นั้นเป็นการโกหกเมื่อมีการนำมาเปรียบเทียบกับความเป็นจริงของการดำเนินการในพื้นที่ เพราะฉะนั้นบริษัทผลิตของเล่นอย่างแมทเทล ฮาสโบร และดิสนีย์ นอกจากจะต้องยุติการสั่งสินค้าจาก APP ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตแล้ว ยังต้องจัดทำและดำเนินนโยบาย ใหม่เพื่อให้ครอบคลุมการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์กระดาษและเยื่อกระดาษทั้งหมดด้วย นี่เป็นแนวทางเดียวที่จะรับ ประกันได้ว่าบริษัทผลิตของเล่นไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำลายป่าในอนาคต วาระสุดท้ายของเสือสุมาตราตัวนี้ เป็นเพียงตัวอย่างล่าสุดของความสูญเสียมูลค่าสูงจากการทำลายป่าฝนเขตร้อนในอินโดนีเซีย และหาก APP ยังคงดำเนินการเช่นนี้ต่อไป มูลค่าความสูญเสียก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก