พลังงานนิวเคลียร์
ข้อเสียที่กรีนพีซกล่าวถึง
1. ราคาแพง
2. อันตราย
2.1 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเสี่ยงเพราะเกิดภูเขาไฟระเบิดและแผ่นดินไหวบ่อย เสี่ยงต่อการรั่วไหลของนิวเคลียร์
2.2 ยังขาดความรู้เรื่องกลไลและการควบคุมดูแล
วิธีการแก้ปัญหาที่กรีนพีซเสนอ

- ใช้พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Renewable Energies) เพื่อป้องกันการขาดแคลนพลังงานระยะยาว
ข้อดีที่รัฐบาลไทยกล่าวถึง
1. พลังงานนิวเคลียร์ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพ
2. มีผลประโยชน์ที่คุ้มกับต้นทุน
3. ไม่ปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์
4. รัฐบาลขอเวลา 7 ปี จากปี 2550 เพื่อพัฒนามาตรฐานความปลอดภัย จัดตั้งโครงสร้างการควบคุม และ ฝึกฝนบุคลากรที่จำเป็น จากนั้นต้องใช้เวลาอีกกว่า 6 ปี เพื่อพัฒนาโครงการจนเสร็จสมบูรณ์
------------
ผู้จัดการรายวัน(23 ส.ค. 50) -- ประเด็นความปลอดภัยในการใช้พลังงานนิวเคลียร์จะเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือกันระหว่างรัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มอาเซียนในวันพฤหัสบดีนี้ (23 ส.ค.) ที่สิงคโปร์ ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์สภาพแวดล่อมกรีนพีซ (Greenpeace) ตั้งป้อมประท้วงหัวชนฝา
หลายชาติเห็นว่านิวเคลียร์จะกลายเป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกในขณะที่น้ำมันราคาแพงอย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) 10 ประเทศจะประชุม 1 วัน โดยเริ่มจากการหารือกันภายในกลุ่มก่อน จากนั้นจึงประชุมปรึกษากับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
รัฐมนตรีพลังงานจากออสเตรเลีย อินเดีย และนิวซีแลนด์จะเข้าร่วมประชุมในวันศุกร์ (24 ส.ค.) ทางการสิงคโปร์กล่าวเมื่อวันพุธ
แหล่งข่าวทางการฑูตกล่าวว่า การประชุมจะพุ่งไปที่ความปลอดภัยของพลังงานนิวเคลียร์ หลังจากหลายประเทศอาเซียนเริ่มวางแผนสร้างโรงงานนิวเคลียร์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีมากขึ้น และเพื่อลดการพึ่งพาอาศัยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ได้ประกาศแผนการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ แต่นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวเตือนถึงความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญ เนื่องจากประเทศในภูมิภาคนี้ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งปัญหาการจัดการของเสียจากนิวเคลียร์ด้วย
เวียดนามซึ่งมีเศรษฐกิจเติบโตเร็วและขาดแคลนไฟฟ้าอย่างหนัก กำลังพิจารณาก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 2 แห่ง ขณะที่รัสเซียกำลังจะช่วยพม่าสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อการวิจัย
"สิ่งที่เราต้องการสื่อให้รัฐมนตรีพลังงานได้ทราบก็คือ พวกเขาควรเลิกคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ไปได้แล้ว" นานนูร์ หิยาดาตี (Nur Hidayati) นักรณรงค์ด้านพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซกล่าว
เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวว่าแทนที่จะเสียเวลากับเรื่องเทคโนโลยีราคาแพงและมีอันตราย อาเซียนควรหันมาศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พลังงานที่นำกลับมาใช้ได้อีก เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนในระยะยาว
เจ้าหน้าที่กรีนพีซกล่าวอีกว่า การสร้างโรงงานนิวเคลียร์มีความเสี่ยงมาก เนื่องจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด และรัฐบาลยังไม่มีแผนการรับมือกับการรั่วไหล
"ประเด็นด้านความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวเนื่องอย่างมากกับการทำงานของกลไกและการควบคุมดูแลด้วย ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังขาดความรู้ความเข้าใจอยู่มาก" นายหิยาดาตี กล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลกล่าวว่า การใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นสิ่งจำเป็นในการกระจายสัดส่วนพลังงาน ลดความผันผวนของราคาน้ำมัน และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงานของไทย กล่าวในเวทีอภิปรายด้านธุรกิจน้ำมันแห่งภูมิภาคอาเซียนเมื่อวันพุธ (22 ส.ค.) ว่า ประเทศไทยมีแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4,000 เมกะวัตต์ ภายในปี พ.ศ.2563
การตัดสินใจดังกล่าวรวมถึงแผนการพัฒนาระยะยาว เนื่องจากพลังงานนิวเคลียร์ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพ มีผลประโยชน์ที่คุ้มกับต้นทุน และไม่ปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์
ความกังวลเกี่ยวกับอันตรายนั้น นายคุรุจิต กล่าวว่ารัฐบาลขอเวลา 7 ปี จากปี 2550 เพื่อพัฒนามาตรฐานความปลอดภัย จัดตั้งโครงสร้างการควบคุม และ ฝึกฝนบุคลากรที่จำเป็น จากนั้นต้องใช้เวลาอีกกว่า 6 ปี เพื่อพัฒนาโครงการจนเสร็จสมบูรณ์
---
กรีนพีซทำงานเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสันติภาพ สนุบสนุนเราได้ที่http://www.greenpeace.or.th/