พนักงานรักษาความปลอดภัยสถานทูตออสเตรเลียประกบข้างหมีโคอาล่าของกรีนพีซที่ไปเยือนเพื่อยื่นจดหมายแก่นายจอห์น โฮเวิร์ด โดยเตือนว่าอย่าออกนอกลู่ทางโดยไม่รับรองพิธีสารเกียวโตที่การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกในสัปดาห์หน้า - รูปโดย กรีนพีซ/สถาพร ทองมา

Australian embassy security guards flank Greenpeace Koalas in Bangkok who arrived arrived to deliver a letter to John Howard warning him not to derail the Kyoto Protocol at APEC meeting next week. Photo : Greenpeace/Sataporn Thongma


English Text is After Thai

31 ส.ค. 50 - กรุงเทพ, ประเทศไทย — อาสาสมัครกลุ่มกรีนพีซในชุดหมีโคอาล่าชูป้ายผ้ามีข้อความว่า “Kyoto-Just Do it” หน้าสถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ และยื่นจดหมายเตือนนายจอห์น โฮเวิร์ด ว่าไม่ควรกดดันผู้นำ 21 ประเทศที่จะมาร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มเอเปกในเมืองซิดนีย์สัปดาห์หน้า เพื่อที่จะล้มพิธีสารเกียวโตซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน

จากข้อมูลที่รั่วไหลออกมา นายจอห์น โฮเวิร์ด มุ่งที่จะตั้งเป้าหมาย “อันสูงส่ง” เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุมสุดยอดเอเปกครั้งที่ 14 ซึ่งตัวเขาเองจะร่วมกับอาชญากรโลกร้อนอีกคนหนึ่ง นั่นคือ นายจอร์จ บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการผลักดันข้อเสนอใหม่ที่ต่างไปจากพิธีสารเกียวโต หรือข้อตกลงภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มีผลบังคับใช้ในทางกฎหมาย

นายธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกล่าวว่า “ใน พ.ศ. 2538 นานาประเทศต่างเห็นพ้องกันว่า เป้าหมายการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกโดยใช้วิธีการ “สมัครใจ” นั้นเป็นสิ่งที่ไร้ประสิทธิภาพ และด้วยเหตุนี้เองนานาประเทศจึงเจรจาให้พิธีสารเกียวโตมีพันธะสัญญาในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถ้านายโฮเวิร์ดจริงจังเรื่องภาวะโลกร้อนเหมือนอย่างที่กล่าวไว้ เขาควรเป็นผู้นำให้เอเปกสนับสนุนพิธีสารเกียวโต และใช้สิ่งที่ได้จากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม G-8 ซึ่งเรียกร้อง “ปฏิบัติการเร่งด่วนและมีพลัง” เพื่อจัดการกับปัญหาโลกร้อน รวมทั้งยืนยันว่ากระบวนการของสหประชาชาติในเรื่องสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นเวทีที่เหมาะสมในการเจรจาข้อตกลงระหว่างประเทศอันใหม่”

ข้อสรุปในรายงานการประเมินผลครั้งที่ 4 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ที่นำเสนอในปี พ.ศ.2550 ได้ชี้ให้เห็นถึงระดับและความเร่งด่วนของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประชุมที่กรุงเทพฯ ในเดือนพฤษภาคม IPCC ระบุอย่างชัดเจนว่า “ความพยายามในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในช่วงสองถึงสามทศวรรษข้างหน้าจะมีผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อโอกาสในการบรรลุถึงระดับที่สมดุลของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ” และขณะเดียวกัน ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะรักษาระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิให้อยู่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส IPCC ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับโลกจะขึ้นถึงจุดสูงสุดภายใน พ.ศ. 2558 อย่างช้าที่สุด และจะลดลงร้อยละ 50-85 ภายใน พ.ศ. 2593 เทียบกับระดับใน พ.ศ. 2533

“กรีนพีซขอเรียกร้องผู้นำประเทศในกลุ่มเอเปกให้รับรู้ถึงนัยสำคัญเพื่อรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกมิให้เพิ่มขึ้นไปกว่า 2 องศาเซลเซียส และให้คำมั่นต่อมาตรการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย รวมทั้งดำเนินการเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการประชุมพิธีสารเกียวโตที่จะเกิดขึ้นที่บาหลี อินโดนีเซียในเดือนธันวาคมนี้ การประชุมที่บาหลีจะทำให้โลกมีแนวทางที่เหมาะสม เพื่อปกป้องมนุษย์และโลกจากภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดที่ไม่เคยประสบมาก่อน” นายธารา กล่าวเสริมกรีนพีซเรียกร้องให้ประเทศอุตสาหกรรมจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 30 ภายใน พ.ศ.2563 และอย่างน้อยที่สุดร้อยละ 80 ภายใน พ.ศ. 2593 โดยเทียบกับปีฐานใน พ.ศ.2533 เพื่อคงไว้ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกมิให้เพิ่มขึ้นมากไปกว่า 2 องศาเซลเซียส เท่าที่จะเป็นไปได้ และเพื่อให้รัฐบาลเคารพต่อคำมั่นสัญญาในช่วงเวลา 15 ปี ที่ผ่านมา ในการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็อันตราย





..........................................


Kyoto, Just Do It: Greenpeace calls upon OZ PM Howard not to derail Kyoto Protocol on Climate Change


Bangkok, August 31, 2007 - Greenpeace activists dressed in Koala costumes unfurled a banner reading "Kyoto- Just Do It" at the Australian embassy in Bangkok and delivered a letter warning PM John Howard not to use the APEC summit of 21 nations in Sydney next week, to derail the Kyoto Protocol on climate change.


According to documents leaked to Greenpeace, John Howard is aiming to set "aspirational" goals on climate change at the meeting, where he would work together with another climate treaty saboteur, George Bush, to push for a new alternative to Kyoto Protocol, the agreement under United Nations Framework on climate change UNFCC that sets binding targets on greenhouse gas emissions."In 1995, the world community agreed that voluntary, aspirational targets were ineffective and, as such, negotiated the Kyoto Protocol which includes binding emission reduction commitments. If Howard is as serious about climate change as he says he is, then he should lead APEC to support and strengthen Kyoto instead of introducing some vague idea of goals at some unspecified time in the future, " said Greenpeace climate & energy campaigner Tara Buakamsri.

The Intergovernmental Panel on Climate Change has this year made it clear that "Mitigation efforts over the next two to three decades will have a large impact on opportunities to achieve lower stabilization levels", and whilst it is still possible to keep warming below 2ºC, the IPCC indicates that global emissions must peak by 2015 at the latest, and reduce from 1990 levels by 50-85% by 2050.

"Greenpeace urges APEC Leaders to acknowledge the imperative to keep temperatures below the 2ºC limit, commit to measures that will accomplish that goal and work towards successful negotiations at the Kyoto Protocol meeting in Bali in December that will set the world on the right path to protect people and the planet from the greatest threat humanity has ever faced. " he added. To keep global average temperature rise as far below 2ºC as possible and for governments to honour their 15 year old commitments to avoid dangerous climate change, Greenpeace is calling for cuts of at least -30% by developed countries by 2020 and atleast 80 % by 2050, with a 1990 base year with a 1990 as the base year.