บรรยากาศที่จุดเริ่มต้นของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ ที่มีพิธีเปิดงานโครงการ "คืนรอยยิ้มสู่สายน้ำ เจ้าพระยาปลอดมลพิษ" สวยงาม ตลิ่งทรายกว้าง แม่น้ำกว้างและใส สองฝั่งน้ำเขียวขจี เด็กๆ ลงว่ายน้ำชุ่มฉ่ำใจ

ปากน้ำโพ มีแม่น้ำ 4 สายที่ไหลมารวมเป็น 2 สาย (ปิงและวังรวมเป็น 1 สาย และ ยมและน่าน อีก 1 สาย) จากนั้นแม่น้ำ 2 สายที่ประกอบด้วย 4 สาย รวมเป็นต้นน้ำเจ้าพระยา ณ ที่นี้ ด้านปิงและวังน้ำออกสีน้ำตาล เพราะตะกอนใต้พื้นน้ำเป็นโคลน ด้านยมและน่านน้ำออกสีเขียว เพราะตะกอนใต้พื้นน้ำเป็นทราย

แม่น้ำเจ้าพระยามีตำนานว่า "เจ้าพระยาทั้ง 4 " ได้สละชีวิตปกป้องเมืองพระบาง ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านตอนใต้ของสุโขทัย จนแม่น้ำสายนี้ได้ชื่อว่า "แม่น้ำเจ้าสี่พระยา" แต่หลังจาก 500 ปี คำว่า "สี่" ก็จางหายไป เหลือแต่ "เจ้าพระยา"

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ได้กล่าวเปิดงาน ดังนี้

'แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชาวปากน้ำโพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราทุกคนผูกพันกับแม่น้ำเจ้าพระยา และต้องตอบแทนคุณ โดยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำให้ยั่งยืน เพื่อสร้างอนาคตให้แก่ลูกหลาน เราต้องช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้ปลอดจากมลพิษ สารพิษจากบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม เป็นแหล่งก่อมลพิษทางน้ำ และส่งผลต่อคุณภาพน้ำ นอกจากภาครัฐและองค์กรอิสระ ยังเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องช่วยกัน เพราะถ้ายังปล่อยสารพิษต่อไป คุณภาพน้ำจะเหมือนเจ้าพระยาตอนล่าง'

ส่วนท่านนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ได้กล่าวว่า

'ภาคเหนือตอนล่างมีอารยธรรมของคนลุ่มน้ำ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และ ประเพณี ชาวปากน้ำโพรักษาสิ่งที่ดีงามมาตั้งแต่บรรพการ มีุชุมชนจัดตั้งดูแลอารยธรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ที่ปากน้ำโพยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ และศาลเจ้าแม่ทับทิม ทำให้พื้นที่นี้มีพลังศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนต่างเคารพสักการะ เจ้าพระยาช่วงนครสวรรค์อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย อย่างไรก็ดีเราควรต้องรักษา เพราะสารเคมีในปุ๋ยและดินในแปลงเกษตร เมื่อฝนตก จะถูกชะล้างลงสู่แม่น้ำ ส่งผลต่อสัตว์น้ำ และน้ำกินน้ำใช้ อบต. และ อบจ. เห็นความสำคัญ โดยจะเร่งรัดเรื่องกฎหมาย ส่วนในเรื่องชุมชน เช่น ผู้อาศัยบนแพ จะสร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจ และสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง รวมถึงสร้างความตระหนักและความเข้าใจให้แก่นักเรียน นักศึกษา และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ยั่งยืน พวกเราต้องช่วยกันงดเว้นการปล่อยน้ำเสียที่มีสารเคมี สนับสนุนอุตสาหกรรมสะอาด และในอนาคตสามารถสนับสนุนเกษตรกรรมอินทรีย์ปลอดสารพิษ เราต้องมุ่งมั่นรณรงค์รักษาให้สิ่งแวดล้อมทางน้ำยั่งยืนตลอดไป'

คำกล่าวของท่านทั้งสองแสดงชัดเจนว่าภาครัฐเห็นพ้องกับกรีนพีซในเรื่องการหยุดการปล่อยสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และแปลงเกษตรที่ใช้สารเคมี ท่านนายกเทศมนตรีได้กล่าวสนับสนุนเกษตรกรรมอินทรีย์ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะเกษตรกรรมอินทรีย์เป็นวิถีที่เปลี่ยนจากการใช้สารเคมีสู่การเกษตรธรรมชาติที่ไม่มีผลอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิต และแหล่งน้ำ

เราได้รับคำมั่นจากภาครัฐของนครสวรรค์แล้ว และจะพยายามหาทางผลักดันและทำงานร่วมกันต่อไป

นอกจากนี้คุณครูได้กล่าวกับนักเรียนจำนวนไม่น้อย ได้อย่างน่าปลาบปลื้ม "สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของส่วนรวม เราควรมีจิตสำนึก บอกต่อพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูง สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันเต็มไปด้วยมลพิษ หากไม่ช่วยกันดูแลรักษา จะไม่มีธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้คนและสัตว์ทั้งหลายล้มป่วย นักเรียนควรคิดโครงการเชิงวิชาการเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม"

งานเปิดตัวกิจกรรมในวันนี้ไม่มีแต่เพียงความครึกครื้น แต่ยังมีสาระ ภาครัฐสนับสนุนเรา นักเรียนหลายร้อยคนที่ต้นน้ำร่วมเขียนข้อความส่งสาน์สสู่ประชาชนปลายน้ำ เราจุดประกายการเริ่มต้นความเปลี่ยนแปลงต่อแหล่งน้ำ สร้างความตระหนัก และให้ความรู้แก่นักเรียน ซึ่งเป็นวัยที่มีพลังในการทำสิ่งดีๆ และประชาชนชาวนครสวรรค์ รวมถึงประชาชนทั่วประเทศ

กรีนพีซเดินทางรณรงค์โดยพายเรือแคนูจากนครสวรรค์ แวะจุดที่ 2 ณ ชัยนาท เพราะมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและการประมง รวมถึงมีเขื่อน เราจะผ่านสิงห์บุรี อ่างทอง และแวะอีกจุดที่อยุธยา สถานที่ที่แทบจะถูกถอดถอนชื่อออกจาการเป็นมรดกโลก เพราะมีตึกรามบ้านช่องระเกะระกะ น้ำเสีย และ อากาศเริ่มเป็นมลพิษมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เมืองสวยงามเริ่มมีสภาพแย่ลง แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพฯ มีสภาพเสื่อมโทรมมาก เนื่องจากน้ำเสียจากชุมชนที่เกิดจากความหนาแน่นของประชากร โรงงานอุตสาหกรรมที่หนาแน่น และเกษตรกรรมที่ใช้สารเคมีมาก

การเดินทางด้วยเืรือแคนูตามลำน้ำเจ้าพระยาช่วงนครสวรรค์ 1 วันครึ่ง เป็นไปด้วยดี ในความหมายคือ น้ำใส หายใจเอากลิ่นธรรมชาติของแม่น้ำแล้วสดชื่น สองฝั่งน้ำมีป่าเขียวขจี ธรรมชาติอันสดชื่นโอบล้อมพวกเราไว้ แต่พวกเราก็พบสิ่งไม่ดีเช่นกัน ปลาตาย กล่องโฟมที่ลอยน้ำ ขยะแพใหญ่ พวกเราต้องใช้แรงใจกันมาก พวกเราอาสาสมัครพายกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น โดยมีฝีพาย 6 คน ที่สลับกันพายเรือ 2 ลำ ลำละ 2 คน รวมเจ้าหน้าที่กรีนพีซบางคนที่ขอร่วมด้วยบางช่วง เราเก็บขยะตลอดเส้นทาง ทั้งในน้ำและริมฝั่ง พูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อรณรงค์ให้รักษาแหล่งน้ำ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่าย สำรวจมลพิษเพื่อใช้เป็นข้อมูลรณรงค์ ในบางช่วงของนครสวรรค์พบกระชังปลาที่ชาวบ้านเลี้ยง ยิ่งมีกระชังปลามาก น้ำก็จะมีคุณภาพไม่ดี เพราะอาหารปลาที่ให้ แต่ต้นน้ำมีชุมชนไม่หนาแน่น โรงงานอุตสาหกรรมน้อย น้ำจึงยังไม่เสีย ต่างจากแม่น้ำเ้้จ้าพระยาตอนล่างที่เรากำลังมุ่งหน้าไป

ชมเว็บไซต์เจ้าพระยาปลอดมลพิษ เพื่อไม่ตกข่าว