การเจรจาร่างสนธิสัญญาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งแรกได้เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ถนนไปสู่การเจรจาโลกร้อนที่โคเปนเฮเกนยังเต็มไปด้วยอุปสรรค เพราะการเจรจาก้าวหน้าช้าเหลือเกิน ด้วยอุปสรรคจากความเห็นไม่ลงรอยกันระหว่างประเทศร่ำรวยและยากจน ว่าควรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเพียงใด และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตด้วยกันเองว่าใครควรแบกรับภาระส่วนใหญ่นี้

จุดยืนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ของประเทศอุตสาหกรรมเกือบทุกประเทศ ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะก้าวไปถึงเป้าหมายที่สูงที่กำหนดโดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC)

ประเทศที่กำลังพัฒนา ที่ได้ยื่นข้อเสนอการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแก่อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว ได้คัดค้านการลงนามในสนธิสัญญา่ลดการปล่อยก๊าซที่มีผลบังคับทางกฎหมาย โดยอ้างเหตุผลว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดจากสนธิสัญญา่จะทำให้กระบวนการผลักดันตนเองออกสู่ความยากจนถูกขัดขวางอย่างร้ายกาจ

ประเทศที่ยากจนโต้แย้งว่าประเทศที่ร่ำรวย ซึ่งแบกภาระความรับผิดชอบต่ออุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น เพราะเป็นสาเหตุนั้น ควรเป็นผู้นำโดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 25-40% ภายในพ.ศ. 2563 เมื่อเทียบกับการปล่อยก๊าซระดับต่างๆ ของพ.ศ. 2533 และควรให้เงินทุนสนับสนุนประเทศที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการปรับตัวต่อผลกระทบของมัน

กรีนพีซ และองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆ ได้ร่วมร่างสนธิสัญญาโคเปนเฮเกนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฉบับของตนเอง ที่มีผลบังคับใช้ในทางกฏหมาย สำหรับใช้เป็นฐานในการประเมินรัฐบาลต่างๆ ที่กำลังเจรจาข้อตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่ในปีนี้ และยังจะเป็นสิ่งแสดงให้เห็นวิธีข้ามพ้นอุปสรรคความแตกต่างที่สำคัญระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่นี่