20 กันยายน 2552
โดย พลาย ภิรมย์

กิจกรรมเดินกับช้างร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว วันนี้ขบวนคาราวานได้มาร่วมกิจกรรม “39 วันมหัศจรรย์รักษ์ลุ่มน้ำบางปะกง เทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน” ภายใต้โครงการ 108 วันมหัศจรรย์พอเพียงจากวันแม่สู่วันพ่อ โดยหลายภาคีทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคพัฒนาชุมชนรวมนับพันคนได้ร่วมกันจัดทัพขบวนเดินรณรงค์ตามเส้นทางข้างแม่น้ำบางปะกงในประเด็นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ปกป้องผืนดิน และ การทำเกษตรกรรมยั่งยืน (เกษตรอินทรีย์โดยภูมิปัญญาไทย ไม่พึ่งสารเคมี) วันนี้ยังถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของไทย คือ วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ และ วันปลอดรถโลก (Car Free Day)



แม้วันนี้แดดจะร้อนมาก แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน ผู้คนเป็นกันเอง ต่างหยิบยื่นไมตรีจิตให้แก่กัน นักกิจกรรมของกรีนพีซร่วมถือป้ายผ้าข้อความรณรงค์ปกป้องป่า ปกป้องสภาพภูมิอากาศ (ซึ่งทีมอาสาสมัครกรีนพีซได้ร่วมกันทำคืนก่อนหน้านี้จนถึงตี 3) และช้าง 5 เชือกของเราก็ได้ถูกประดับด้วยป้ายรณรงค์เช่นกัน ทำให้ดูมีสีสันสวยงามและได้รับความสนใจเป็นพิเศษ กลุ่มของเราได้รับการตั้งชื่อว่า “กองกำลังคชสาร (ฝูงช้าง)” และกลุ่มอื่นๆ ที่มาร่วมกิจกรรมก็ต่างมีชื่อตามลักษณะหน้าที่และบริบทในสังคม อาทิ “กองกำลังอาชา (ฝูงม้า)” “กองกำลังทางอากาศ (พารามอเตอร์นับสิบลำบินวนเวียน)” “กองกำลังทางทางน้ำ (กองเรือ)” “กองกำลังคนลุ่มปะกงเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ เครือข่ายลุ่มน้ำแห่งความพอเพียง (กลุ่มเกษตรและประชาชน)” “กองกำลังทหารหาญ (ทุกหน่วยในกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ)”  “กองกำลังน่องเหล็ก (ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ ฉะเชิงเทรา)”  “กองกำลังยุทธศึกษา (นักเรียนนักศึกษา)” “กองกำลังสื่อสารและงานข่าว (นักข่าว สื่อสารมวลชน และช่างภาพ)” โดยกองกำลังต่างๆ ได้ตั้งแถวเป็นขบวนอย่างสวยงามยิ่งใหญ่ เมื่อเวลาย่างถึง 9.59 น. ประธานกล่าวเปิดงานและทุกคนร่วมกันโยน “ลูกระเบิด (ก้อนจุลินทรีย์สำหรับบำบัดน้ำ เพิ่มออกซิเจน ที่ทำโดยภูมิปัญญาคนไทย)” ลงสู่แม่น้ำบางปะกง และเคลื่อนขบวนสู่ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ กองพลทหารราบที่ 11 เพื่อร่วมกันกล่าวร่วมปฏิญญาเพื่ออนุรักษ์ลุ่มน้ำบางปะกง (ปฏิญญาศูนย์การเรียนรู้ภาคกลางฯ กองพลทหารราบที่ 11)      

หลังจากจบกิจกรรม เป็นที่ตื้นตันใจอย่างยิ่งที่ช้าง 5 เชือกของเราได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ สมศักดิ์ศรี เป็นทูตรณรงค์เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศและปกป้องป่าไม้ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของตน และทรัพยากรพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิต

ฉบับที่แล้วที่ผมได้เขียนเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของช้างในการเป็น Umbrella Species หรือสัตว์สายพันธุ์ที่เป็นร่มเงา ในฉบับนี้ผมจึงขอเล่าเรื่องช้างกับสังคมไทยในมิติของประวัติศาสตร์เรื่องความสำคัญและความสัมพันธ์ของช้างกับสังคมไทย ดังนี้

“ช้างเป็นสัตว์ใหญ่เป็นสัตว์มงคล ในสังคมมนุษย์นั้น ช้างทำหน้าที่อันหลากหลาย เป็นทั้งสมมุติเทพในทางศาสนา เป็นจุดศูนย์รวมแห่งความเชื่อและความศรัทธาทางจิตวิญญาณ”  (ไพรัตน์ ทองไสย์, จุลสารภูมิช้าง ปีที่ 1 ฉบับที่ 6)

ช้างของคาราวานช้างนำโดยกรีนพีซอาบน้ำเพื่อเตรียมเดินรณรงค์กับกับประชาชนในชุมชน ข้าราชการท้องถิ่น และกลุ่มประชาสังคม ในฉะเชิงเทรา



ช้างของคาราวานช้างนำโดยกรีนพีซอาบน้ำเพื่อเตรียมเดินรณรงค์

หากย้อนไปในอดีต ช้างเป็นส่วนสำคัญในการสร้างชาติสร้างสังคมมนุษย์ และมีคุณูปการอย่างมากต่อสังคมไทย ตราสัญลักษณ์ ชื่อสถานที่ รวมถึงประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าช้างได้ผนวกอยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างแยกไม่ออก การที่ช้างมีสรีระร่างกายและสมรรถนะที่แข็งแรง ในอดีตภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่บางอย่างได้ผูกดวงชะตาไว้กับช้าง อาทิ การเป็นราชพาหนะและยุทธปัจจัยในการออกศึกสงคราม ขนส่งลำเลียงเสบียงและอาวุธ เป็นสัญลักษณ์ในธงชาติออกรบ เป็นต้น นอกจากนี้ช้างเผือกยังถูกใช้เป็นเครื่องบรรณาการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเมืองต่างๆ และเป็นรัตนะ 7 สิ่ง คู่บารมีขององค์พระมหากษัตริย์ ในยุคบ้านเมืองสงบ ช้างเป็นสินค้าส่งออกสำหรับคนชั้นสูงที่ค้าขายได้ และในการว่างเว้นจากศึก ช้างส่วนหนึ่งถูกนำมาใช้ลากซุงและเป็นพาหนะสำหรับการเดินทางในป่าเขา จะเห็นได้ว่าในอดีตช้างสัมพันธ์แนบแน่นกับสังคมมนุษย์ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ศาสนา และ ศิลปวัฒนธรรม

เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เมื่อความเจริญทางวัตถุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การคมนาคมขนส่งสะดวกสบาย บทบาทของช้างจึงถูกลดทอนความสำคัญและศักดิ์ศรีลงมาเรื่อยๆ จนเป็นเพียงแค่ “สัตว์ชนิดหนึ่ง” ที่มีค่าแค่เป็นตราสัญลักษณ์ (อาทิ ตราสัญลักษณ์กรุงเทพมหานคร ในขณะที่ผู้ว่าฯ ปัจจุบันผลักไสไล่ช้างออกจากพื้นที่โดยที่ไม่เข้าใจถึงปัญหาที่แท้จริง และช้างส่วนใหญ่ไปอดตายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ) และหลายคนมีทัศนะคติว่าช้างเป็นภาระของสังคม ไม่คิดถึงบุญคุณของช้าง ไม่เข้าใจถึงความสำคัญของช้างในระบบนิเวศ ไม่รู้ไม่เข้าใจถึงปัญหาของช้าง กลับมองช้างเป็นปัญหา ช้างถูกทิ้งถูกขว้าง ถูกลดความสำคัญ และถูกย่ำยีศักดิ์ศรี และในขณะเดียวกันถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างก็กำลังถูกมนุษย์ทำลายจนไม่เหลือ ช่างน่าสงสารช้างจริงๆ ทั้งความเป็นจริงแล้วมนุษย์เองเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับช้างให้กับสิ่งแวดล้อมนั้นเอง



ช้างและควาญช้างกินอาหารเช้า เพื่อเตรียมเดินรณรงค์

ท่านรู้หรือไม่     

“ช้างป่า” (Wild elephant) มีเหลืออยู่ไม่ถึง 2,000 ตัว และกำลังถูกคุกคามจากการถูกบุกรุกถิ่นที่อยู่อาศัย ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการลักลอบตัดไม้ สร้างถนน สร้างเขื่อน และ การถางป่าบุกรุกเพื่อทำแปลงเกษตรหรือตั้งบ้านเรือน ทำให้ช้างป่าไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้และอาจสูญพันธุ์ในที่สุด ทั้งนี้การลดลงหรือสูญพันธุ์ของช้างป่าจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ในการอยู่รอดเช่นกัน เนื่องจากช้างสำคัญต่อระบบนิเวศ ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าต่างๆ

“ช้างบ้าน” (Captive elephants) คือช้างที่ถูกฝึกเพื่ออยู่ร่วมกับคนหรือสังคมได้  ซึ่งประเทศไทยมีช้างบ้านอยู่ประมาณ 3,000 เชือก อาศัยอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ในทั่วทุกภาค ปัจจุบันช้างบ้านกำลังประสบปัญหาอย่างหนักรอบด้าน อาทิ

   o ป่าชุมชนและพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติของช้างบ้านได้ถูกบุกรุกและจับจองโดยนายทุน เปลี่ยนเป็นแปลงเกษตรเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะการปลูกต้นยูคาลิปตัส ทำให้ต้องหาซื้ออาหารเพื่อเลี้ยงช้างแทนการหาเองตามแหล่งธรรมชาติ เกิดค่าใช้จ่าย และส่งผลให้ควาญช้างต้องนำช้างมาเร่หากินตามเมืองต่างๆ เพื่อการอยู่รอด 

   o ปัญหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีปริมาณลดลงจากการบุกรุกป่าและทำเกษตรเชิงเดี่ยว และปัญหาคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมลง โดยเฉพาะการปนเปื้อนสารพิษจากการใช้ยาฆ่าแมลงหรือยากำจัดวัชพืชในไร่นาซึ่งจะทำให้สารพิษไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อช้างถึงขั้นเสียชีวิตเมื่อบริโภคแหล่งน้ำปนเปื้อนดังกล่าว

   o องค์ความรู้เรื่องช้างกำลังสูญหายไปจากสังคมไทย และสังคมยังไม่ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับช้าง จนได้รับรู้ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับช้าง


ช้างจากช้างคาราวานนำโดยกรีนพีซเดินหาอาหาร ก่อนเดินรณรงค์

ท่านสามารถช่วยเหลือช้างป่าและช้างบ้านได้โดย

   o ร่วมปกป้องป่าไม้ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของช้าง รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ อาทิ แหล่งน้ำ

   o ยุติการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งผลต่อการลดลงของป่าไม้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

   o ร่วมหยุดยั้งการบุกรุกป่า

   o ร่วมหยุดยั้งการทำเกษตรเชิงเดี่ยว การทำเกษตรเคมี และ การปลูกยูคาลิปตัส

   o สนับสนุนกิจกรรมช้างเพื่อการอนุรักษ์  อาทิ ด้านการท่องเที่ยว และด้านการศึกษา

   o สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนต่างๆ เพื่อการศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์

   o มีความรัก ความเข้าใจ และเข้าใจปัญหาช้างอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะในมิติของช้างกับระบบนิเวศป่า และการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างบ้านกับสังคมไทยที่ไม่อาจแยกหรือทอดทิ้งกันกันได้

พลาย ภิรมย์