ผู้หญิงจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินรณรงค์รอบที่ประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ในกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้


เราเรียกร้องคำตอบ

เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ซึ่งมีการรณรงค์ 3,000 เหตุการณ์ ใน 134 ประเทศ ประชาชนหลายหมื่นคนเรียกร้องให้ผู้นำโลกตื่นขึ้นรับรู้ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงและสร้างหายนะรุนแรงยิ่ง เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน วันการี มาไท เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ยืนขึ้นหน้าผู้นำประเทศมากกว่า 100 คน และเรียกร้องจากแรงกระตุ้นแรงกล้าให้พวกเขาตอบรับเสียงเรียกร้องนั้น เธอกล่าวว่า "พวกเขากำลังเรียกร้องท่าน และฉันไม่แน่ใจว่าเสียงนั้นในขณะนี้ได้ีรับการตอบรับ"

ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน พายุไต้ฝุ่นกฤษณาผลาญทำลายกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ คร่าชีวิตประชาชนมากมาย และทำให้หลายแสนคนไร้ที่อยู่อาศัย

เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน แผ่นดินไหวรุนแรงผลาญทำลายส่วนหนึ่งของซามัว, อเมริกัน ซามัว และ ทองกา เมื่อคลื่นซึนามิ 3 ลูก ลูกที่ใหญ่ที่สุดสูง 4 เมตร กวาดล้างประเทศหมู่เกาะทั้งสาม

ภัยพิบัติทางธรรมชาิติเหล่านี้ที่เพิ่งเกิดขึ้น และภัยพิบัติอื่นๆ เป็นหลักฐานถึงเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ผู้หญิงหลายร้อยคน และชาวประมง เดินรณรงค์ในช่วงการเจรจาภาวะโลกร้อนของสหประชาชาติรอบสุดท้าย ในกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมด้านภูมิอากาศสำหรับชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก และได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุด จากหายนภัยของภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง

อะไรที่จะทำให้เสียงเรียกร้องของเราได้รับการตอบรับ ฉันนั่งฟังการเจรจาในกรุงเทพฯ ที่ซึ่งฉันสามารถสัมผัสได้ชัดเจนว่ายังขาดความเร่งด่วนอยู่มาก ผู้เจรจาเดินอย่างสงบจากห้องประชุมหนึ่งไปยังอีกห้องประชุมหนึ่ง หยุดจิบกาแฟ และคุยเล่นกับเพื่อนๆ ประเทศต่างๆ กำลังเล่นเกมทางการเมือง และเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องความยุติธรรมที่กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งนับเป็นเครื่องยืนยันที่เพิ่มขึ้นของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง

การรวมตัวอย่างไม่ได้นัดหมายของกลุ่มประชาสังคมจำนวนมาก ได้เกิดขึ้นเพื่อสร้างแรงกดดันต่อการประชุมภาวะโลกร้อนรอบต่างๆ พวกเขารวมกลุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าและล้มเหลวเป็นเวลา 17 ปี โดยผู้รับผิดชอบมองดูอย่างนิ่งเฉย พวกเขาผลักดันตามที่ต่างๆ เพื่อความเปลี่ยนแปลงน้อยนิด โดยทั่วไปปล่อยให้สายน้ำไหลไปอย่างราบรื่น จะต้องมีวันหนึ่งในเร็วๆ นี้ที่เขื่อนจะพังทลาย ความขุ่นเคืองในหมู่ชนที่กำลังเพิ่มขึ้นที่มีต่อผู้นำที่ไม่ลงมือทำการใดๆ เพื่อตอบรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคสมัยของเรา จะเป็นที่ประจักษ์ในรูปแบบการรณรงค์ต่อต้านที่มีคนจำนวนมากขึ้น มีความขุ่นเคืองมากขึ้น และความนิ่งเฉยที่น้อยลง

ก็เพราะเ้ราไม่ได้เพียงเรียกร้องการเห็นชอบสนธิสัญญา่ เรากำลังเรียกร้องให้ช่วยชีวิตประชาชน สิ่งมีชีวิต และโลกของเรา

ผู้นำเป็นคนที่ควรรับฟังในทันที ก่อนจะสายเกินไป

เบน มาร์โกลิส