คนสมัยก่อนดูแลรักษาสายน้ำเป็นอย่างดี คือ มีความกตัญญู แต่เมื่อเวลาผ่านไปแหล่งน้ำกลับสกปรกมากขึ้น เพราะความมักง่าย โรงงานอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น และประชากรที่หนาแน่นขึ้น

"สมัย ร.7 มีการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทย และเปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทย แต่สังคมไทยก็ยังไม่ดีขึ้น 78 ปีที่ผ่านมา หลังปฏิวัติเปลี่ยนประเทศ การ "ทำมาหากิน" เปลี่ยนมาเ็ป็น "ทำมาหาเงิน" เครื่องชี้บ่งความเจริญของสังคม คือ GDP มหาวิทยาลัย 174 แห่ง สอนนักศึกษาให้เชื่อฝรั่ง ใช้เงินวัดความเจริญ ยิ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรม ยิ่งเสื่อมถอย แต่ถ้าอยู่อย่างพอเพียงจะก้าวหน้า"

นี่เป็นส่วนหนึ่งของคำกล่าวในงานเสวนา ของอาจารย์ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกรรมธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ในงานเสวนา "รักษ์เรา ไม่เก่าเลย" ตอน "ฟื้นฟูวิถีชีวิตลุ่มน้ำเจ้าพระยา" ณ งานลอยกระทงที่กรีนพีซ ร่วมจัดกับเมืองโบราณ

คำกล่าวนี้สามารถโยงไปถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อคนแข่งขันกัน "ทำมาหาเงิน" แทนการทำมาหากินเพื่ออยู่อย่างพอเพียง เงินก็เป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรมมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ในงานลอยกระทงปีนี้กรีันพีซจึงเสนอรัฐบาลให้ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อปกป้องแม่น้ำเจ้าพระยาให้ปลอดจากน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย หนึ่งในข้อเรียกร้อง คือ ให้ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นั่นคือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดเพื่อปฏิวัติภาคอุตสาหกรรมเสียใหม่

ถึงแม้แหล่งน้ำจะถูกทำลาย แต่รัฐบาลก็ยังไม่ใส่ในการออกมาตรการ ดังความเป็นไปของโลกนี้ที่มีเงินเป็นสิ่งสำคัญ มาตรการควบคุมมลพิษทางน้ำในปัจจุบันล้าสมัย แทนที่จะลงโทษผู้ก่อมลพิษ การไม่ลงมือปฏิบัติของรัฐบาลกลับเป็นการอนุญาตให้มีการปล่อยน้ำทิ้งปนเปื้อนสารพิษได้อย่างถูกกฎหมาย

คุณภาพแม่น้ำเจ้าพระยาที่แย่ลงเป็นเรื่องที่น่ากังวล ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของประชากรนับล้าน และประชากรจำนวนมากต้องอาศัยคุณภาพน้ำที่ดีเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต

ในประเพณีวันลอยกระทงปีนี้ กรีนพีซเสนอว่ารัฐบาลควรเริ่มแสดงความกตัญญูต่อสายน้ำอย่างแท้จริง โดยเน้นแก้ปัญหามลพิษจากภาคอุตสาหกรรม ได้แก่
1) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด
2) วางนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
3) เฝ้าระวังและจัดทำข้อมูลปริมาณสารเคมีอันตรายต่างๆ ที่ปล่อยทิ้งปนเปื้อนมากับน้ำทิ้งของแต่ละโรงงาน
4) ออกกฎหมายที่นำไปสู่การลดปริมาณการปล่อยมลพิษ

สารเคมีอันตรายที่ปนเปื้อนมากับน้ำทิ้งอุตสาหกรรมนั้น มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เพราะไม่สามารถย่อยสลายได้ และ สามารถสะสมได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กรีนพีซได้เปิดเผยรายงานพื้นที่และแหล่งน้ำที่เสี่ยงต่อการเกิดมลพิษทางน้ำในประเทศไทย ซึ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความเสี่ยงของการเกิดมลพิษในแหล่งน้ำมักอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรม

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่พวกเราทุกคนจะช่วยดูแลรักษาแหล่งน้ำ และถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจะต้องออกกฎหมายให้ภาคอุตสาหกรรมรับผิดชอบต่อมลพิษที่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ทุกคน

"ปฏิญญาเมืองโบราณ" by you.

ตัวแทนเครือข่ายรักษ์เจ้าพระยาร่วมกล่าว "ปฏิญญาเมืองโบราณ" เพื่อให้คำมั่นร่วมกันว่าจะปกป้องลุ่มน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

คำปฏิญญาเมืองโบราณ (บางส่วน)
เนื่องในวันลอยกระทง 2552 กรีนพีซ ร่วมกับเมืองโบราณ และมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกันกล่าวปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะร่วมมือกับเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยลด ละ เลิกการใช้สารเคมีในกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดมลพิษในแหล่งน้ำ โดยเริ่มจากแม่น้ำเจ้าพระยา และทุกๆ ลุ่มน้ำในประเทศไทย

สิ่งที่พวกเราทำได้ทันที
- วิธีคืนรอยยิ้มสู่สายน้ำ
- สมัครอาสาสมัครหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ

 
 
ระเบิดจุลินทรีย์เพื่อคืนชีวิตให้น้ำ by you.

เครือข่ายรักษ์เจ้าพระยา กรีนพีซ และประชาชนร่วมโยนระเบิดจุลินทรีย์ เพื่อคืนชีวิตให้น้ำ ในงานปล่อยกระทงยักษ์ที่ทำด้วยผักตบชวา จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ ทำให้นำ้สะอาดขึ้น เนื่องจากสิ่งแขวนลอยในนำที่ย่อยสลายได้้ย่อยสลายลงไป ทำให้น้ำใส และมีปริมาณออกซิเจนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถแก้ปัญหาสารพิษได้ เนื่องจากสารพิษไม่ย่อยสลาย

 
กระทงยักษ์ที่ทำด้วยผักตบชวา by you.
 
กระทงขนาดใหญ่ของกรีนพีซ ที่ทำด้วยผักชบชวา

 


 
ซุ้มนิทรรศการ กรีนพีซ by you.
ซุ้มนิทรรศการกรีนพีซ

 

 
 
"ฉันรักเจ้าพระยา" by you.

ตัวแทนเครือข่ายรักษ์เจ้าพระยาถ่ายรูปกับป้าย "ฉันรักเจ้าพระยา" ณ งานลอยกระทงที่จัดโดยกรีนพีซ ร่วมกับเมืองโบราณ


นันทะ