12 มีนาคม 2554 ภาพถ่ายดาวเทียมของโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาไดอิชิ  12 March 2011 Satilite image of Fukushima Dai-ichi nuclear facility  Copyright DigitalGlobe

12 มีนาคม 2554 ภาพถ่ายดาวเทียมของโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาไดอิชิ  Copyright DigitalGlobe

เราเป็นห่วงความปลอดภัยของคนงานและชุมชนรอบๆโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เกิดการระเบิดขึ้นที่เมืองฟูกุชิมา ประเทศญี่ปุ่น ข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งคือ : 

ฟูกุชิมา 1 (ไดอิชิ) Fukushima I (Daiichi)

ในเช้าวันนี้ ระดับน้ำในหน่วยที่ 3 อยู่ต่ำกว่าแท่งเชื้อเพลิง (fuel rods) บนสุดถึง 3 เมตรนั่นคือแท่งเชื้อเพลิงเกือบทั้งหมดไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงเลย ทำให้สารเชื้อเพลิงมีความร้อนสูงเกินไปและเกิดความเสียหาย แต่ตามเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นรายงาน ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต 

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้คือการสะสมของไฮโดรเจนที่มากขึ้นทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการระเบิดและอาจทำให้เกิดการรั่วของสารกัมมันตภาพรังสี 

หน่วยที่ 1 ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงกำลังถูกทำให้เย็นลง และก๊าซกัมมันตภาพรังสีได้ถูกปล่อยออกมาเป็นช่วงๆ 

มีรายงานว่าระดับน้ำในหน่วยที่ 2 อยู่ในระดับที่ต่ำเกินกว่าปกติและระบบการหล่อเย็นก็ยังไม่ทำงาน ในวันเสาร์หน่วยนี้เกิดการรั่วขึ้นแต่ไม่มีรายงานข้อมูลเพิ่มเติม 

ความเสี่ยงระหว่างหน่วยที่ 1 (เรากังวลอย่างมากเมื่อวานนี้) และหน่วยที่ 3 (ที่ได้กลายเป็นสิ่งที่เรากังวลอย่างมากเมื่อได้รับข้อมูลล่าสุด) :

 -  หน่วยที่ 3 ซึ่งใหญ่กว่าถึง 2ใน3 เท่าของหน่วยที่ 1 เท่ากับว่า คนงานต้องจัดการกับความร้อนที่สูงเกินไปมากขึ้นในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นด้วย
 -  หน่วยที่ 3 ประกอบด้วยเชื้อเพลิง พลูโตเนียม-ยูเรเนียม (MOX) ซึ่งร้อนกว่าเชื้อเพลิงยูเรเนียมแบบดั้งเดิม

ระบบเชื้อเพลิง MOX ในหน่วยที่ 3 จะล้มเหลวได้ง่ายกว่าเมื่อเกิดความร้อนสะสมขึ้นเนื่องจากจุดหลอมเหลวต่ำกว่าและเกิดการสะสมของก๊าซร่วมกันในสารเชื้อเพลิง

ข้อมูลและประสบการณ์ต่อพฤติกรรมของเชื้อเพลิง MOX ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินนี้มีน้อยมากเมื่อเทียบกัยข้อมูลของเชื้อเพลิงยูเรเนียมแบบดั้งเดิม

ถ้าเชื้อเพลิง MOX หลอมละลายจะมีความเสื่ยงต่อการเกิด วิกฤต (recriticality) หรือเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ สูงกว่าเชื้อเพลิงยูเรเนียมแบบดั้งเดิม กรณีนี้ถือว่าเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นสารหล่อเย็นบอเรทจะถูกนำมาใช้ในการป้องกันการเกิดวิฤต แต่การที่มีปริมาณพลูโตเนียมสูงมากก็จะทำให้ประสิทธิภาพของโบรอนลดลง (อ่านเพิ่มเติม

เมื่อแกนกลางได้รับความเสียหายสิ่งที่ตามมาคือก๊าซกัมมันตภาพรังสีซึ่งสะสมอยู่ในเนื้อเชิ้อเพลิง การสะสมก๊าซนี้ในเชื้อเพลิงแบบยูเรเนียม-พลูโตเนียมจะมีปริมาณมากกว่าในเชื้อเพลิงยูเรเนียมแบบดั้งเดิมถึง 2 เท่า นั่นหมายความว่าจะมีการปล่อยกัมมัตภาพรังสีสูงกว่า 2 เท่านั่นเอง (อ่านเพิ่มเติม

ถ้าเครื่องปฏิกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พลูโตเนียมจะแพร่ออกสู่ภายนอกก่อให้เกิดการปนเปื้อนในระยะยาว เชื้อเพลิง MOX ประกอบด้วยพลูโตเนียมสูงถึง 5 เท่าของเชื้อเพลิงยูเรเนียม  (อ่านเพิ่มเติม)

ฟูกุชิมา 2 (ไดนิ) 

จากรายงานล่าสุด หน่วย1, 2 และ 4 ไม่มีการหล่อเย็นและก๊าซกัมมันตภาพรังสีก็แพร่ออกมาเป็นระยะๆ  

ระดับสารกัมมันตภาพรังสีรอบๆโรงไฟฟ้าสูงกว่าระดับปกติอย่างมากซึ่งหมายความว่ามีการปล่อยออกมาเป็นระยะๆจากโรงไฟฟ้า มีรายงานระดับสารกัมมันตภาพรังสีสูงในบริเวณไกลออกไปถึง 100 กิโลเมตรใกล้ๆกับโรงไฟฟ้าอีกแห่งที่โอนากาวา แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ – อาจเป็นการปนเปื้อนจากแรงลมที่พัดไปจากฟูกุชิมา หรือเป็นการรั่วจากบริเวณนั้น

มีรายงานว่ามีการอพยพประชาชนกว่า 80,000 คน ในระยะรัศมี 20 กิโลเมตรรอบๆฟูกุชิมา 1 และในรัศมี 10 กิโลเมตรจากฟูกุชิมา 2  

ประชาชนอย่างน้อย 19 คนได้รับสารกัมมันตภาพรังสีในระดับที่เป็นอันตรา

กรุณาอ่าน หน้านี้ (this page) สำหรับรายงานล่าสุด และ ติดตามเราได้ทางทวิตเตอร์ (follow us on Twitter) สำหรับรายงานข่าวด่วน