หลายวันมาแล้วที่เราได้ยินรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับความปลอดภัยของระดับกัมมันตภาพรังสีในอาหารและน้ำในประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เทศบาลนครโตเกียว แถลงการณ์ว่าระดับกัมมันตรังสีในเมืองลดลง อย่างไรก็ตามรายงานที่เปิดเผยไปเมื่อวันพุธได้อ้างถึงการตรวจสอบของกัมมันตรังสีในน้ำที่โตเกียวและเตือนภัยถึงการเข้าถึงของระดับกัมมันตรังสีถึงสองครั้ง ซึ่งทารกไม่ควรดื่มน้ำประปาดังกล่าว

ทางการญี่ปุ่นเริ่มต้นการรายงานเกี่ยวกับระดับการปนเปื้อนที่พบใน ผัก 11 อย่างที่แตกต่างกัน พืชผักส่วนใหญ่เช่นบรอคโคลี่และกะหล่ำปลีจากจังหวัดฟูกูชิมา  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนกัมมันตรังสีมากที่สุด -- ระดับกัมมันตภาพรังสีดังกล่าวเกินขีดจำกัดของความปลอดภัยที่กำหนดโดยกระทรวงอาหารและความปลอดภัย  ในพื้นที่โมโตมิยะ(Motomiya) ซึ่งอยู่ห่างออกไป 50 กม. ทางด้านตะวันออกของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กัมมันตรังสีที่ชื่อว่า ซีเซียม 137 ระดับความเข้มข้นของกัมมันตรังสีดังกล่าวในใบที่เรียกว่า กากุตาชินะ(kukitachina) ซึ่งมีการตรวจพบระดับกัมมันตรังสีดังกล่าวสูงกว่าถึง 164 เท่าจากระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้ รัฐบาลชี้แจงให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการรับประทานผักทั้งหมด 11 อย่างและห้ามการส่งออกอาหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสี

สัญญาณเตือนนี้ในรายงานการปนเปื้อนของสารกัมมันตภาพรังสีในห่วงโซ่อาหารและน้ำประปาของประเทศญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่าการที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาให้ความมั่นใจต่างๆตลอดเวลาและความจริงจังกับวิกฤตนิวเคลียร์และความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนนั้นเชื่อถือไม่ได้เลย ดังนั้น แนวทางที่จะหลีกเลี่ยงจากความเสี่ยงนี้ก็คือ รัฐบาลทั่วโลกจะต้องหันมาลงทุนในเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มความพยายามให้มากขึ้นในการส่งเสริมแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีความมั่นคงและปลอดภัย