นาโอโตะ กัน นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาที่มีการรั่วของสารกัมมันตภาพรังสีและก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงยังคงมีการรั่วอยู่ “สถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ” 

สรุปอันตรายร้ายแรงได้ดังต่อไปนี้ : 

น้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีระดับสูงในฐานเตาปฏิกรณ์ที่ 1, 2และ 3 แสดงให้เห็นว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นที่ท่อความดันในเตาปฏิกรณ์

เมื่อวานนี้คนงาน 3 คนสัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีที่สูงกว่าปกติถึง 10,000 เท่าที่ชั้นล่างของอาคารกังหันไฟฟ้า (turbine building) ที่สร้างเชื่อมกับอาคารของเตาปฏิกรณ์ที่ 3 คนงานทั้ง 3 ได้รับรังสีเบต้าในระดับสูงหลังจากที่เหยียบไปในบ่อน้ำ ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลด้วยอาการไหม้จากรังสีเบต้า คนงาน 2 คนอาจได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกาย วันนี้มีการตรวจพบการปนเปื้อนรังสีระดับสูงในน้ำที่ชั้นล่างของอาคารกังหันไฟฟ้าของเตาปฏิกรณ์ที่ 1 และ 2

น้ำปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีระดับสูงแสดงให้เห็นว่าท่อของเตาปฏิกรณ์มีรอยแตกหรือเสียหาย น้ำนี้ปนเปื้อนไปด้วยรังสีไอโซโทปอายุยืนเช่น โคบอลท์และซีเซียมซึ่งมาจากแท่งเชื้อเพลิงที่เสียหายในแกนของเตาปฏิกรณ์หรืออาจจะมาจากบ่อเชื้อเพลิงที่ใช้แล้ว และการรั่วจำนวนมากของไอโอดีน-131ซึ่งมีเวลาครึ่งชีวิต 8 วันบ่งบอกว่าสาเหตุการปนเปื้อนมาจากแกนของเตาปฏิกรณ์ไม่ใช่บ่อเชื้อเพลิงที่ใช้แล้ว

วันนี้สำนักงานความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นยืนยันว่าการปนเปื้อนในน้ำเกิดจากแกนของเตาปฏิกรณ์ แต่ให้ข้อมูลในภายหลังว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดการรั่วได้อย่างไร

คราบเกลือจากการระเหยของน้ำทะเลอาจทำให้ท่อระบายความร้อนอุดตันและทำให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดลง

น้ำทะเลจำนวนมหาศาลที่ถูกส่งไปที่เตาปฏิกรณ์และบ่อเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วส่งผลให้เกิดผลึกเกลือหลังจากเกิดการระเหยของน้ำ บริษัทเทปโก้เริ่มวิตกว่าคราบเกลือบนแท่งเชื้อเพลิงจะไปขัดขวางระบบหมุนเวียนของน้ำในท่อแรงดันเครื่องปฏิกรณ์ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนลดลง เทปโก้ประกาศว่าพวกเขาได้เริ่มฉีดน้ำจืดในแกนเตาปฏิกรณ์ 1และ 3 แล้ว และทหารสหรัฐมีแผนการที่จะนำน้ำจืดมาเพิ่มในสัปดาห์โดยทางเรือ

ผู้อพยพอาจจะไม่ได้กลับบ้านในเร็วๆนี้

รัฐบาลญี่ปุ่นแจ้งแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในระยะรัศมี 20-30 กิโลเมตรให้เตรียมความพร้อมที่จะอพยพในกรณีที่ระดับกัมมันตภาพรังสีสูงขึ้นและให้การอพยพนี้เป็นไปด้วยความสมัครใจเนื่องจากว่า”ไม่มีความน่าจะเป็นที่โรงไฟฟ้าจะหยุดปล่อยกัมมันตภาพรังสีในทันทีได้” ประชาชนเหล่านี้ถูกสั่งให้อยู่แต่ภายในอาคารมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้วซึ่งในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากและเป็นแน่นอนว่าอาหารและน้ำของพวกเขาย่อมจะร่อยหรอลงไป ตัวแทนรัฐบาลกล่าวว่า “อาจจะต้องใช้เวล่าหลายเดือนหรือหลายปีกว่าที่ผู้อพยพจะย้ายกลับคืนได้”