“หนึ่งเสียง” พื่อการเรียกร้องสิทธิของผู้บริโภคในสหภาพยุโรป

เราเห็นความสำคัญของคำว่า “หนึ่งสิทธิ หนึ่งเสียง” มากน้อยแค่ไหนคะ ดิฉันไม่ได้กำลังจะพาท่านไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไทย หรือแม้กระทั่งจะตั้งคำถามว่าท่านจะเลือกพรรคใดในช่วงเวลาที่กระแสการเลือกตั้งในประเทศกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดหรอกค่ะ แต่ดิฉันกำลังพูดถึง “หนึ่งเสียง”พื่อการเรียกร้องสิทธิของผู้บริโภคในสหภาพยุโรปที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง ถึงแม้ว่าการเรียกร้องสิทธิของผู้บริโภคในครั้งนี้อาจไม่ใช่ครั้งแรกในโลกก็ตามแต่กลับได้รับความสนใจจากประชาชนชาวยุโรปมากเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว

ถึงแม้ตัวดิฉันเองจะรับทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่า กรีนพีซ สากล (Greenpeace International) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ร่วมมือกับ Avaaz องค์กรสัญชาติเยอรมัน ที่ทำงานรณรงค์ต่อต้านพืชดัดแปลงพันธุกรรมในสหภาพยุโรป ในการรวบรวมรายชื่อประชาชนชาวยุโรปกว่า 27 ประเทศ (ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป) เพื่อเรียกร้องให้สหภาพยุโรปยุติการอนุมัติพืชจีเอ็มโอทุกชนิดที่จะเข้าสู่ สหภาพยุโรปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม แต่สำหรับดิฉัน การรณรงค์ครั้งนี้ได้สร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจให้ดิฉันได้มากกว่าที่ คิดเมื่อได้ติดตามการทำงานและผลของการรณรงค์อย่างใกล้ชิด ทำให้พบตัวเลขและข้อมูลที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ประการแรก...ใครจะเชื่อว่าหลังจากงานรณรงค์อย่างหนักในครั้งนี้ ปรากฎว่ามีประชาชนชาวยุโรปใน 27 ประเทศร่วมลงชื่อสนับสนุนแบบ “หนึ่งสิทธิ หนึ่งเสียง” มากถึง 1,030,308 คน ประชาชนกว่า 1,000,000 คนนี้ ถือว่ามากมายล้นหลามและอาจมากกว่าจำนวนประชากรของประเทศบางประเทศในโลกด้วยซ้ำ นอกจากยังถือเป็นการทำลายสถิติของการรวบรวมรายชื่ออย่างอิสระที่มีคนมาร่วมลงชื่อมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น

แต่สิ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนกว่านั้นคือ การแสดงให้เห็นถึงพลังของคน 1,000,000 คนว่าไม่ต้องการพืชดัดแปลงพันธุกรรม และกำลังแสวงหาแหล่งอาหารและรูปแบบการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและปลอดจีเอ็มโอ และแน่นอนว่าการแสดงพลังในครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับข้อเรียกร้องพวกเขาได้อย่างแน่นอน

ข้อที่น่าสนใจประเด็นถัดมา คือ รูปแบบการนำเสนอพลังเสียงทั้ง 1,000,000 เสียงเหล่านี้สามารถทำได้อย่างน่าทึ่งอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน นั่นคือ การใช้ศิลปินผู้มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Kurt Wenner (http://www.kurtwenner.com) เพื่อสร้างสรรค์ภาพศิลปะ 3 มิติแนวระนาบ หรือที่เรียกว่า Anamorphic pavement art โดย Kurt Wenner ถือว่าเป็นมือระดับโลกและมีความเชี่ยวชาญอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้ ผลงานศิลปะ 3 มิติชิ้นนี้ยังซึ่งทำลายอีกสถิติที่สำคัญ นั่นคือ เป็นผลงานศิลปะ 3 มิติแบบ handmade ที่ทุกตารางนิ้วถูกสรรค์สร้างจากมือของคนเพียงคนเดียว โดยผลงานชิ้นนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของการทำการเกษตรแบบยั่งยืนและร้อยเรียงเอารายชื่อทั้ง 1,000,000 รายชื่อสอดแทรกไว้ในผลงานได้อย่างกลมกลืนเลยทีเดียว

ถึงแม้จะไม่มีชื่อของดิฉันรวมอยู่ใน 1,000,000 ล้านรายชื่อนี้ก็ตาม แต่ก็คงน่าตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เห็นชื่อของคนต่างชาติต่างภาษา ที่แม้ระยะทางหลายพันไมล์และภูมิประเทศจะเป็นอุปสรรคในการสื่อสารแต่กลับมีจุดยืนเดียวกันว่าพืชดัดแปลงพันธุกรรมนั้นไม่ใช่หนทางของการเกษตรกรรมที่ยั่งยืน สร้างความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค และทางออกที่ยั่งยืนนั่นคือเกษตรกรรมเชิงนิเวศ (Ecological Agriculture) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหาร และสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมอย่างแท้จริง และดิฉันเชื่อว่าคงมีอีกหลายล้านคนในประเทศไทยที่มีแนวคิดเช่นเดียวกัน

 

ติดตามดูผลงานศิลปะ 3 มิติ ได้ในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ
ณ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม)
เลขที่ 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวังไทย
ดาวโหลดแผนที่ มิวเซียมสยาม