“กังหันลมมีลูก 5 ตัว รู้กันหรือยัง” บทสนทนาเริ่มต้นที่ทำให้กลุ่มเด็กๆ หลายสิบคนหันมาสนใจและร่วมล้อมวงเปิดประเด็นพลังงานลมระหว่างนั่งเล่นกังหันลมกระดาษ

“มันมีกังหันลมตัวใหญ่ และตัวเล็กลงมาอีกตัว” เด็กชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมยกมือขึ้นสูงแสดงให้เห็นความสูงของกังหันลมที่ต่างกัน

“แล้วมันมีลูกด้วยเหรอ” เด็กอีกคนหนึ่งถามขึ้น พร้อมเสียงหัวเราะครืนของเพื่อนร่วมก๊วน

“มีซิ เป็นลูกครึ่งด้วยนะ” เสียงเงียบกริบพร้อมสายตาหลายสิบคู่จ้องเขม็งพร้อมเค้นเอาความจริง

ก่อนหน้านี้ที่ศูนย์วิจัยพลังงานลม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีกังหันลมตัวใหญ่ตัวพ่อของประเทศจีนขนาดกำลังผลิต 1,500 กิโลวัตต์มาปักหลักปักฐานที่นี่ก่อน จากนั้นไม่นานกังหันลมขนาดกลางตัวแม่ของประเทศอินเดีย 250 กิโลวัตต์ก็ตามมา แต่ศักยภาพของพลังงานลมที่นี่ค่อนข้างสูงทำให้เกิดกังหันลมขนาดเล็กขนาด 150 กิโลวัตต์เพิ่มขึ้นอีก 5 ตัว และกำลังรอการตรวจเช็คความพร้อมก่อนเปิดใช้งานจริงในไม่ช้านี้ กังหันลมรุ่นล่าสุดนี้เป็นลูกผสมระหว่างไทยและเกาหลีใต้  เนื่องจากในประเทศไทยได้มีการพัฒนาการผลิตเสาและใบพัดเอง  หากแต่ยังคงนำเข้าการอุปกรณ์การเดินเครื่องจากเมืองกิมจิ

 “อยู่กับครอบครัวกังหันลม ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานลม มีความสุขไหม” เพื่อนใหม่ถามต่อ

 เด็กๆ ผลัดกันเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า สนามเด็กเล่นของเด็กจากหลากหลายโรงเรียนก็คือหาดจันทร์แจ้งแห่งนี้ เกือบทุกเย็นและวันหยุดจะมาเล่นฟุตบอลกันที่ชายหาด บางทีช่วยกันทำว่าวเล่นโต้ลมหรือเบ็ดตกปลา ออกมาเล่นนอกบ้านมากกว่า จึงไม่ค่อยได้ใช้ไฟฟ้ามาก ท้องอิ่มก็เพราะท้องทะเล เมื่อพ่อแม่ออกเรือและการทำธนาคารปูร่วมกันของชาวบ้าน รายได้บางวัน 3,000-4,000 บาท

 “โห รู้จำนวนเงินด้วย” เพื่อนใหม่แอบแซว

“มันขโมยตังพ่อแม่ครับพี่” เสียงหัวเราะลั่นจากกองเชียร์ แต่พวกเขาก็ยืนยันว่า “ไม่มีใครขโมยหรอกครับพี่ พวกเราเห็นเงินตอนพ่อแม่เอาของทะเลไปขายที่ตลาด”

“แล้วรู้หรือเปล่าว่า ที่อำเภอหัวไทรกำลังจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน” เพื่อนใหม่ถามต่อ

เสียงจากเวทีเสวนาเรื่องถ่านหินเริ่มดังขึ้น เด็กๆบอกว่า คุณครูบอกและได้ยินจากการพูดคุยของผู้ใหญ่บนเวทีและวันนี้พวกเขาได้เห็นภาพนิทรรศการเหมืองถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย แอฟริกาใต้และผลที่เกิดขึ้นจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

“ถ่านหินสีดำจะทำให้ทะเลสกปรก น้ำกินไม่สะอาด ปูปลาก็จะหายากหรือไม่มีเลย” เด็กคนหนึ่งตอบ พร้อมเสียงยืนยันจากเพื่อนข้างๆ ว่า พวกเขาไม่อยากให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นที่นี่

 วันนี้ความสุขของเด็กหัวไทรเกือบร้อยหมู่บ้านกว่าหมื่นครอบครัวกำลังถูกพัดสู่ความเสี่ยงจากโครงการการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ ทั้งๆที่เสียงตะโกนคัดค้านของคนในพื้นที่ดังมาโดยตลอด หรือเสียงลมของกังหันลมที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังน้อยกว่าเสียงเหรียญลงทุนหลายพันล้านบาทที่มากับทองคำสีดำ