ข้อที่ 1 ถ่านหินอร่อยกว่าปลา จริงหรือ?

           เพราะอะไร?

ข้อ   ก     จริง    เพราะว่าถ่านหินจะกรอบและมัน ยิ่งแทะยิ่งได้ผลประโยชน์

ข้อ   ข    ไม่จริง   ปลารสชาติดีกว่า กินปลามากจะได้ฉลาด รู้ทันนายทุน

ข้อ   ค     ยังไม่ตัดสินใจ   เมื่อได้เป็นรัฐบาลจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

คำตอบ หากนักการเมืองเลือกข้อ ก และ ค ประเทศไทยจะต้องลดการส่งออกปลา เพื่อให้นักการเมืองมีปลากินเยอะขึ้น

                    Photo: © Simon Lim / Greenpeace

มีนักการเมืองกี่คนที่รู้ข้อมูลเหล่านี้และมีความตั้งใจจริงในการผลักดันให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานอย่างแท้จริง สอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของคนไทยในการพิจารณากำหนดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าแต่ละครั้ง

รายงานต้นทุนจริงของถ่านหินของกรีนพีซสากล (2551) พบว่า ความเสียหายและการสูญเสียจากถ่านหินในปี 2550 เพียงปีเดียวทั่วโลกมีมูลค่ามากถึง 360 พันล้านยูโรซึ่งศูนย์กลางของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งหมดจะเป็นชุมชนในพื้นที่ที่มีเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าถ่านหินดำเนินกา รอยู่ ประชาชนที่ต้องพึ่งพาเกษตรกรรม การประมง การท่องเที่ยว และอาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง ป่าไม้และภูเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการขุดถ่านหินหรือนำออกมาจากเชิงเขาและประชาชนที่อยู่ในเมืองอาศัยอยู่ภายใต้เงาของโรงไฟฟ้าถ่านหินและใกล้เคียงกับเหมืองถ่านหิน ผู้คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ได้รับผลกระทบที่สังคมมองไม่เห็นหรือตกเป็นเหยื่อของการพัฒนาพลังงานแบบดั้งเดิมมายาวนาน

คำตอบของนักการเมืองที่ผลักให้ประเทศไทยมีแค่ 2 ทางเลือก คือ ถ้าประเทศไทยไม่เอานิวเคลียร์ก็ต้องเอาถ่านหินนั้น อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักการเมืองและหน่วยงานของรัฐที่ผูกขาดด้านการจัดการพลังงานจับมือกันและตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าประเทศไทยต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งๆที่คนเหล่านี้ไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือเหมืองถ่านหินมาก่อนในชีวิต ทำไมพวกเขาจึงปักใจเชื่อว่าถ่านหินกินอร่อยกว่าปลา การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน รัฐต้องมีหลักฐานและมาตรฐานชัดเจนว่า หายนะต่อรายได้ การใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา ใครจะยกมือขึ้นเพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจัง การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงต้องมองทะลุทั้งประโยชน์และการสูญเสียจากต้นทางสู่ปลายทาง

การทำอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียเพื่อการส่งออกมายังประเทศไทยด้วยนั้น ทองคำสีดำในความหมายของภาคธุรกิจเหล่านี้กำลังพ่นพิษต่อผู้คนกว่า 32 ล้านคนให้มีชะตาชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นวัดความยากจน      ผู้คนในชุมชน แหล่งที่อยู่อาศัย ทุ่งนา อาหารและดื่มน้ำจากแม่น้ำไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป เมื่อถ่านหินบีทูบีนัสถูกลำเลียงเข้าสู่โรงไฟฟ้าถ่านหิน การดักจับก๊าซพิษและโลหะหนักที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร้ายแรงยังคงขาดมาตรฐาน แล้วคำว่า “ถ่านหินสะอาด” มีไว้เพื่อหลอกใคร

อุตสาหกรรมถ่านหินและนักการเมืองที่เพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของประชาชนหลายล้านคน จะร่วมรับผิดชอบต่อการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทยได้อย่างไร ใครจะรับผิดชอบต่อฝุ่นที่ฟุ้งกลบบ้านเรือนของคนที่ต้องทน  ปริมาณ “เคยกุ้งและอาหารทะเล”ที่ลดลงและต้องปนเปื้อนถ่านหิน การออกอวนที่ต้องเปลืองพลังงานมากขึ้นเนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ทางท้องทะเลเลือนหาย เมื่อผลผลิตทางอาหารหายจากท้องทะเลและท้องนา ความยากจนเข้ามาแทนที่ เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่นักการเมืองต้องเชื่อมโยงให้ได้ และต้องแยกแยะออกจากผลประโยชน์ส่วนตัว  
    

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง