ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีของกรีนพีซตรวจระดับการปนเปื้อนที่โรงเรียนอนุบาลมินามิ ฟูกูชิมา (© Noriko Hayashi  /Greenpeace)

เด็กๆ ที่เมืองฟูกูชิมาจะต้องไปเรียนแล้วในสัปดาห์นี้ แม้จะยังมีการปนเปื้อนในอาคารเรียน ซึ่งเกิดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา ไดอิจินั่นเอง

กว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีของเราตรวจพบระดับรังสีที่เกินมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยในหลายๆโรงเรียน และในสถานที่สาธารณะในเมืองฟูกูชิมาด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรากำลังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายโยชิฮิโกะ โนดะ ยืดระยะเวลาการเปิดเรียนต่อไปอีก จนกว่าจะมีการกำจัดการปนเปื้อนของรังสีที่เหมาะสม ไม่ควรจะต้องมีพ่อแม่ผู้ปกครองคนไหนที่จะต้องเลือกระหว่างความเสี่ยงในการรับรังสีกับการเข้าเรียนหนังสือของลูกหลานเลย แต่ผู้ปกครองนับพันคนกำลังเผชิญภาวะนี้อยู่

ทีมตรวจวัดรังสีของกรีนพีซได้ตรวจวัดที่โรงเรียนมัธยม โรงเรียนเตรียมอนุบาล และศูนย์ดูแลเด็ก และสถานที่สาธารณะอื่นๆในเมืองฟูกูชิมา และตรวจพบกัมมันตภาพรังสีระดับสูงที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งทางหน่วยงานรัฐก็ได้มีการดำเนินการกำจัดการปนเปื้อนรังสี

วีดีโอการแถลงข่าวผลการตรวจวัดจากผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ ยังตรวจพบกัมมันตภาพรังสีในระดับที่มีอันตรายต่อเด็ก ณ บริเวณสวนสาธารณะในใจกลางเมืองฟูกูชิมา และในสถานที่สาธารณะแห่งอื่นๆ อีกด้วย

แม้ว่าอัตราการรับรังสีโดยเฉลี่ยยังคงสูงกว่ามาตรฐานสากลที่กำหนดไว้สูงสุดที่ 1 ไมโครซีเวิร์ตต่อปี ในหลายบริเวณ รวมถึงบริเวณที่มีการกำจัดการปนเปื้อนรังสีจากหน่วยงานรัฐ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังคงพบรังสีระดับต่ำในหลายพื้นที่ที่ชุมชนได้ทำการกำจัดรังสีด้วยตนเอง

เราตรวจพบรังสีที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลในเมืองฟูกูชิมา ซึ่งเป็นความพยายามในการกำจัดการปนเปื้อนรังสีโดยกลุ่มชุมชนและองค์กรพัฒนาเอกชน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเรื่องนี้จะถือเป็นข่าวดี แต่บริเวณรอบๆยังไม่ได้มีการดำเนินการเพื่อให้ปลอดรังสี ดังนั้น เด็กๆจึงยังคงมีความเสี่ยงเมื่ออยู่นอกโรงเรียน และโรงเรียนเองก็ยังคงเสี่ยงที่จะกลับมามีการปนเปื้อนอีกครั้งด้วย

ประเด็นที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การดำเนินการกำจัดรังสีของหน่วยงานรัฐที่ไม่เพียงพอและไม่มีประสิทธิภาพในการดูแลปกป้องสุขภาพของเด็กๆ เท่านั้น แต่หน่วยงานรัฐเองซึ่งก็มีงานเพิ่มขึ้นจากการดำเนินการกำจัดรังสีในบางพื้นที่ กำลังทำให้ประชาชนในฟูกูชิมามีความเสี่ยงมากขึ้นจากการที่ประชาชนต้องดำเนินการด้วยตนเอง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศแผนการดำเนินการกำจัดรังสีขึ้นมาใหม่ สำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของฟูกูชิมา และก็เหมือนกับการดำเนินการในเรื่องอื่นๆที่ผ่านมา ที่นับว่าไม่เพียงพอและช้ามาก นายกรัฐมนตรีโนดะจะต้องดำเนินการปิดโรงเรียนต่อไป อีกทั้งโยกย้ายประชาชนที่อยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงออกไปทันที และจัดกำลังคนจำนวนมากให้เข้ามากำจัดการปนเปื้อนรังสีให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยมากที่สุด

และนี่ก็ถือเป็นความท้าทายสำหรับนายกรัฐมนตรีโยชิฮิโกะ โนดะ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ท่านนายกฯ จะต้องรีบดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องสุขภาพ บ้านเรือนที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของประชาชนให้ปลอดภัย อีกทั้งยังจะต้องทำให้ประเทศชาติมีความปลอดภัยในอนาคต โดยยกเลิกเทคโนโลยีนิวเคลียร์ และเดินหน้าประเทศสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน รัฐสภาญี่ปุ่นได้ดำเนินการก้าวแรกไปแล้วเมื่อวันศุกร์ แต่ยังไม่มีการโหวตให้กับกฎหมายว่าด้วยพลังงานหมุนเวียน กฎหมายฉบับนี้ จะเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีโนดะนำพาประเทศออกจากวงจรนิวเคลียร์ที่แสนแพงและมีความเสี่ยง อีกทั้งยังจะช่วยปกป้องและรักษาเศรษฐกิจของประเทศและอนาคตของประชาชน และยังทำให้ทั้งโลกได้ประจักษ์ถึงการปฏิวัติพลังงานที่แท้จริงอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

หน้าเว็บมหันตภัยนิวเคลียร์ฟูกูชิมา

การปฏิวัติพลังงาน - แนวทางที่ทำได้จริงในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยที่ยังมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ นั่นก็คือ การหยุดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์ และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน

ข้อมูลดิบจากการตรวจวัดรังสีของกรีนพีซ

แผนที่กูเกิ้ลแสดงบริเวณที่มีการปนเปื้อนรังสี

จดหมายของกรีนพีซถึงรัฐบาลญี่ปุ่น เรียกร้องให้มีมาตรการด้านการปลอดรังสีที่เคร่งคัดและมีความปลอดภัย

ข้อเรียกร้องของกรีนพีซ