เราได้เห็นข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องจากเยอรมนีไปจนถึงอิตาลี จากสวิตเซอร์แลนด์ถึงคูเวต ที่รัฐบาลและประชาชนต่างหันหลังให้พลังงานนิวเคลียร์ อุตสาหกรรมนิวเคลียร์จะต้องตระหนักถึงและน่าจะรู้สึกไม่มั่นคงถึงอนาคตในระยะยาวของพลังงานชนิดนี้

และอีกครั้งหนึ่งที่มีการหันหลังให้กับพลังงานนิวเคลียร์เกิดขึ้นในช่วงอาทิตย์นี้นั่นเอง เมื่อนายกรัฐมนตรีคังของญี่ปุ่นประกาศว่า ญี่ปุ่นจะมุ่งหน้าสู่สังคมที่ปราศจากนิวเคลียร์ ผู้นำท่านอื่นๆก็ควรจะทำตาม

คำแถลงของนายกรัฐมนตรีคัง ไม่เพียงแต่เป็นการตอบรับอย่างมีเหตุผลต่อวิกฤตนิวเคลียร์ฟูกูชิมาเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำในอนาคตที่จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนิวเคลียร์จะค่อยๆลดความสำคัญลง และหันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของสาธารณะเป็นอันดับแรก

เมื่อพิจารณานวัตกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน เกิดอะไรขึ้นกับแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถนำมาพิมพ์ลงบนกระดาษได้ พลังงานแสงอาทิตย์ขณะนี้มีราคาถูกกว่านิวเคลียร์แล้ว และคาดว่าจะยิ่งถูกกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

วิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีคังที่จะนำญี่ปุ่นปลอดนิวเคลียร์นั้น ไม่ใช่การวาดหวังที่ว่างเปล่าและเป็นเพียงอุดมคติแต่อย่างใด เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเราสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานของโลกได้ด้วย ทางเลือกพลังงานที่ชาญฉลาดในอนาคต โดยอาศัยพลังงานหมุนเวียนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน

รัฐสภาของญี่ปุ่นน่าจะตอบสนองความกล้าหาญของนายกรัฐมนตรี ด้วยการผ่านกฎหมายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Promotion Bill) ในสมัยการประชุมนี้ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจะต้องยกเลิกแผนการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ทันที พร้อมทั้งเตรียมแผนการเพื่อการยกเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ด้วย

ในประเทศเยอรมนีเอง มีการจ้างงานถึง 370,000 คนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ดังนั้นประเทศญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ก็ควรจะเข้าร่วมส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนด้วย