ข่าวเด็ด: รัฐมนตรีเศรษฐกิจของญี่ปุ่นต้องการเดินหน้าผลักดันนิวเคลียร์ให้เป็นส่วนสำคัญของภาคพลังงานในญี่ปุ่น สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการทำประชามติในอิตาลี และ รัฐบาลจีนยอมรับว่ามีการปลูกข้าวที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม

© Greenpeace / Chiaki Oshima

#ฟูกูชิมา: ข่าวจากประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับบทเรียนจากวิกฤตนิวเคลียร์ที่ฟูกูชิมา โดยในการประชุมเมื่อต้นเดือนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น นายบันริ ไคเอดะ กล่าวว่า พลังงานนิวเคลียร์ควรจะต้องมีบทบาทสำคัญต่อพลังงานในภาพรวมของญี่ปุ่น ข่าวจากแจแปน ไทมส์ กล่าวว่า จุดยืนของไคเอดะนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำประกาศของนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คังที่สนับสนุนการพัฒนามาตรการด้านการประหยัดพลังงานและพลังงานหมุนเวียนให้เป็นส่วนสำคัญของนโยบายพลังงานของประเทศ ในระหว่างการประชุม ไคเอดะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลวางแผนให้มี “สัดส่วนพลังงานที่เหมาะสมที่สุด” ระหว่างพลังงานนิวเคลียร์ ฟอสซิล และพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานทั้งในระยะกลางและระยะยาวของประเทศ การตัดสินใจในเรื่องนี้ดูเหมือนจะสวนทางกับความเห็นของ ประชาชนคนญี่ปุ่น ซึ่งสามในสี่ไม่เห็นด้วยกับนิวเคลียร์ และต้องการเห็นการยกเลิกนิวเคลียร์ในที่สุด ตามข้อมูลการสำรวจของหนังสือพิมพ์อาซาฮีที่เผยแพร่ออกมาเมื่อต้นสัปดาห์นี้

องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมหลายองค์กร รวมทั้งกรีนพีซ และ WWF ได้ตำหนิและวิจารณ์รัฐบาลญี่ปุ่นที่จงใจปกปิดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน

#นิวเคลียร์: จากการที่คนระดับรากหญ้ามีการตื่นตัวมากขึ้น ทางตะวันออกกลางก็ได้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของสื่อออนไลน์ที่มีต่อสถานการณ์ต่างๆของโลก แม้แต่รัฐบาลประเทศอิตาลีที่ปกติมักจะตื่นกลัวเรื่องเทคโนโลยีก็กำลังตระหนักถึง ความรวดเร็วในการแพร่กระจายความคิดต่างๆในอินเตอร์เน็ตโดยอาศัยเทคโนโลยีใหม่ เหล่านี้ หนังสือพิมพ์ ลา รีพับลิกก้า (La Republica) ได้รายงานถึงสื่อและเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้ง Facebook, Twitter และ Youtube ว่ากำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักในเรื่องอันตรายและข้อกังวลเกี่ยวกับ พลังงานนิวเคลียร์และการแปรรูประบบน้ำให้กับคนอิตาเลียนอยู่ในขณะนี้ จากรายงานดังกล่าว กรีนพีซถือเป็นหนึ่งในกลุ่มระดับแนวหน้าที่กำลังผลักดันให้เกิดการปฏิเสธพลังงาน นิวเคลียร์ในประเทศ การใช้อินเตอร์เน็ตของกรีนพีซจำเป็นอย่างมากเพื่อสร้างความตระหนักกับสาธารณะใน วงกว้างและในการระดมคนจำนวนมาก

#อาหารที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม: ในที่สุดรัฐบาลจีนก็ออกมายอมรับถึงสิ่งที่เรารับรู้กันอยู่แล้ว "มีเมล็ดพันธุ์ที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรมที่ผิดกฎหมายอยู่ในหลายจังหวัดเนื่องจากการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ" เป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการถึงสิ่งที่เรารับรู้กันอย่างแพร่หลายในยุโรปมาหลายปีแล้ว ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ ระบบการเตือนภัยฉุกเฉินว่าด้วยเรื่องอาหารคนและสัตว์แห่งสหภาพยุโรป (European Union's Rapid Alert System for Food and Feed) นั้น ประเทศต่างๆในยุโรปตรวจพบข้าวที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรมในผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศจีนถึง 115 ครั้ง ในช่วงระหว่างปีพ.ศ. 2549 ถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ ในขณะที่นักปฐพีวิทยาชื่อ ตอง ปิงยา กล่าวว่า “จีนไม่จะเป็นต้องใช้ข้าวที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรมเลย เพราะสามารถผลิตข้าวได้อย่างเพียงพออยู่แล้ว และยังส่งออกบางส่วนอีกด้วย"