ครั้งนี้ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งของ เยาวชนยุคพลังงานสะอาด (Solar Generation) ออกเดินทางเติมเต็มความรู้พลังงานสะอาดจากชุมชนทั่วประเทศที่มารวมตัวกันที่มูลนิธิคำแสด จังหวัดกาญจนบุรี การเดินทางครั้งนี้กำลังทำให้ความคิดบางอย่างหมุนเวียนอยู่ในหัวมากขึ้น คำกล่าว“ชีวิตคือการเดินทาง” และการวัดรอยเท้าเพื่อตามหาความหมายของชีวิต อาจทำให้ฉันต้องเดินทางไกลมากขึ้น มันมิใช่เพียงแค่ระยะทางแต่มันคือความคิดต่างหาก

การใช้ชีวิตเวียนว่ายอยู่ในแวดวงอบรม สัมมนา งานมหกรรมหรืออีกมากมายแล้วแต่เราจะสรรหาคำมาใช้ การพบเจอกันของคนจำนวนหลักร้อยหลักพันย่อมขึ้นอยู่กับความสนใจของคนที่อยากมา ผุดให้เห็นภาพคุ้นเคย แต่จะมีสักกี่คนที่เดินทางมาร่วมงานแล้วสามารถนำสิ่งที่ได้ใส่กระเป๋ากลับไปลงมือทำเองหรือหาทางชดเชยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างจริงจัง เมื่อคนเริ่มรู้จักและสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น บางหน่วยงานจึงเริ่มคิดค้นวิธีการชดเชยการปล่อยคาร์บอนของคนเข้าร่วมด้วยการปลูกต้นไม้หลังจากการสัมมนาเสร็จสิ้น ฉันคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่จะเริ่มต้นทั้งผู้ที่มีงานสัมมนาเป็นอาชีพหรือคนที่กำลังหัดเล่น

งานมหกรรมพลังงานครั้งสุดท้ายของปีนี้ เป็นการเดินทางมาพบกันตรงกลางของเครือข่ายพลังงานทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนทั่วประเทศ การลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมครั้งนี้จะเกิดความคุ้มค่าต่อการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างการเดินทางของแต่ละคนทั้งเจ้าของงาน เครือข่ายและผู้เข้าร่วมงานได้หรือไม่นั้น คงต้องมองจากหลายมุม

มุมของเจ้าของงานที่ต้องอ่านเกมส์ให้ขาดว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งหวังให้เกิดการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานหมุนเวียนผุดอย่างกับดอกเห็ดทั่วประเทศนั้น ในสถานที่จัดกิจกรรมใช้พลังงานอะไรและเอาพลังงานเหล่านั้นมาจากไหน ทั้งไฟฟ้าตามซุ้มกิจกรรมหรือการแสดง  สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนคำตอบชัดเจนว่าการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานหมุนเวียนเป็นไปได้ พูดง่ายๆ ก็คือ แม้คนที่มางานยังไม่ได้เดินเข้าไปร่วมกิจกรรมในซุ้ม แต่พวกเขาก็รับรู้และซึมซับได้ว่า พวกเขากำลังเดินอยู่กับความจริง และสิ่งที่เห็นนับจากนี้จะยิ่งจริงขึ้นอีก อีกทั้งการเห็นความตั้งใจจริงในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แบบที่เรียกว่า คิดให้สุด

มุมผู้ร่วมจัดกิจกรรม ฉันคิดว่านอกจากการสร้างความสนใจให้กับคนที่มาเดินงานแล้ว การทำให้คนฉุกคิด เดินคิดและเดินต่อเพื่อเปลี่ยนแปลงเพราะพวกเขาเห็นกับตาและเข้าใจด้วยตัวเองว่ามีคนทั่วทุกภาคกำลังพึ่งพาตนเองด้านพลังงานหมุนเวียนด้วยการคิดค้นและต่อยอดเทคโนโลยี การทำให้ง่ายจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามหากอยากให้เกิดการปฏิวัติพลังงานทั่วถึง รอยเท้าและความคิดกว่าจะเกิดรอยยิ้มในวันนี้มาจากการเดินแล้วล้มและการตกตะกอนมาเกือบปี การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางมาจากแต่ละภาคของเซียนพลังงานอย่างพวกเขากำลังก่อให้เกิดหน่อพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในอีกหลายจังหวัด และด้วยความหวังว่าหน่อพลังงานใหม่จะเป็นอีกแรงหนึ่งในการลด ละ เลิกการใช้พลังงานสกปรก

นับจากนี้ฉันคิดว่าทุกครั้งที่พวกเราตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมใดก็ตาม การเดินทางแล้วคุ้มกับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์หรือเปล่าเป็นสิ่งที่ต้องถูกนำมาคำนวณ หากบวกลบแล้วมันไม่คุ้มก็ต้องรู้ว่าตัวเราเองต้องทำอะไรอีกเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างย่ำเท้าเดินชมกิจกรรมในงาน

ก้มลงมองเท้าที่เริ่มดำและแตกเป็นขุยของตัวเอง แหม งานมหกรรมพลังงานครั้งนี้คุ้มค่าจริงๆ