การระบาดของโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังก่อชนวนระเบิดในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกและภาคใต้ วันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช

ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายหลักของการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินยังคงคุกรุ่นและขยายวงกว้างมากขึ้นเมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยืนยันพื้นที่อำเภอหัวไทรเป็นหนึ่งในตัวเลือกลำดับแรกๆ เพื่อเผาถ่านหินผลิตกระแสไฟฟ้า การเดิมพันของชาวบ้านครั้งนี้จึงมีมูลค่ามหาศาล เพราะต้นทุนภายนอกของถ่านหินอันหมายถึงผลกระทบต่อคนลุ่มน้ำปากพนังกำลังคืบคลานมาจ่อประตูบ้านคนลุ่มน้ำปากพนังกว่าหกแสนชีวิต

จากความพยายามของภาครัฐในการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรกภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปัจจุบันในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง กำลังปลุกให้ผู้คนกว่าครึ่งล้านลุกขึ้นมาตั้งคำถามต่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหารและความมุ่งมั่นในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ทั้งๆที่จากผลการศึกษาวิจัยศักยภาพพลังงานหมุนเวียนจากหน่วยงานด้านพลังงานของรัฐและ/หรือผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษามีคำตอบชัดเจนว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการผลิตพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันและอนาคตของจังหวัดเสียอีก หากแต่การนำศักยภาพพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่มาใช้ยังน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักยภาพจากพลังงานลมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของอำเภอปากพนัง หัวไทร ท่าศาลา สิชลและขนอม

ข้อจำกัดด้านการจัดทำข้อมูล การพัฒนาเทคโนโลยีและงบประมาณด้านพลังงานหมุนเวียนอาจเป็นอุปสรรคที่หาทางแก้ได้ไม่ยากหากทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญและความคุ้มค่าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังแห่งนี้ แต่หากข้อจำกัดของผู้นำประเทศและผู้กำหนดนโยบายด้านพลังงานอยู่ที่วิสัยทัศน์และจิตสำนึก คนในลุ่มน้ำปากพนังก็คงต้องยืนหยัดต่อสู้กับการก่อการร้ายด้านนโยบายพลังงานเหล่านี้ต่อไปอีกนาน

แต่อย่างน้อยการเริ่มต้นลุกขึ้นต่อสู้ของคนลุ่มน้ำปากพนังในวันที่อาหารอุดมสมบูรณ์ ผู้คนย่อมมีเรี่ยวแรงกว่าวันที่หมดสิ้นเพราะถ่านหิน 


อ่าน แถลงการณ์ กรีนพีซสนับสนุนเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนังเพื่อยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินสกปรก