ปิดฉากความสนุกสนานส่งท้ายคอนเสิร์ตปฏิวัติพลังงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ผลักดันร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียนฉบับแรกของไทยกันด้วยรอยยิ้ม กับการแสดงสตรีทมิวสิคในตอน “OODSTOCK: ฝนตกขี้หมูไหล พลังไฟ..ฟ้าหมุนเวียน” ที่มีสาวหน้าหวานเสียงใส "แป้งโกะ" มาร้องเพลงอคูสติคเพราะๆ ให้ฟังกันที่เอเชียทีค ริเวอร์ฟรอนท์ ถนนเจริญกรุง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้สาวน้อยขวัญใจชาวไซเบอร์คนนี้ไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังพาแขกรับเชิญคนสำคัญมาด้วย นั่นคือลูกหมูน้อยวัยซนปนน่ารัก จะไม่ให้เรียกว่าแขกคนสำคัญได้อย่างไรเพราะไฟฟ้าที่ใช้ในงานนี้มาจาก "ขี้หมู" ล้วนๆ!

 

เช่นเดียวกับการแสดงสตรีทมิวสิคที่จัดขึ้นโดยกรีนพีซที่ผ่านมา คอนเสิร์ตของ "แป้งโกะ" จินตนัดดา ลัมมะกานนท์ ในครั้งนี้เป็นการสาธิตให้เห็นว่าพลังงานหมุนเวียนสามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานสกปรกที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "ขี้หมู" ที่ผู้คนต่างเห็นว่าเหม็นและสกปรกนั้นกลับเป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด โดยตลอดทั้งกระบวนการการผลิตพลังงานหมุนเวียนจากขี้หมูนั้นไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือเรียกว่า Zero Waste โดยมีกระบวนการ คือ นำขี้หมูมาหมักในถังหมักแก๊ส โดยผลจากการหมักดังกล่าวจะได้วัตถุดิบออกมาสามอย่าง คือ น้ำ กาก และแก๊ส จากตัวอย่างการใช้พลังงานชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงหมูนั้น น้ำที่ได้จากการหมักขี้หมูสามารถนำไปใช้รดน้ำต้นไม้หรือชำระล้างได้ ต่อมากากที่ได้ก็สามารถนำมาตากแห้งและผลิตเป็นปุ๋ยได้ ส่วนสิ่งสำคัญคือแก๊สที่ได้มานั้น สามารถนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงาน และเมื่อเหลือจึงขายเข้าสายให้กับระบบสายส่งกลาง หรือนำมาใช้เป็นแก๊สหุงต้มในระดับชุมชนและครัวเรือนได้อีกด้วย โดยที่แม่หมูโตเต็มวัยจำนวน 20,000 ตัว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 500 กิโลวัตต์ หรือสามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าของโรงงานผู้ผลิตได้ปีละหลายล้านบาท

ปัจจุบันนี้ธุรกิจไบโอแก๊ส หรือแก๊สชีวภาพ อาทิ จากขี้หมู สามารถกระทำได้จริง และเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งการนำขี้หมูมาผลิตเป็นแก๊สชีวภาพนี้จะสามารถช่วยลดการปล่อยแก๊สมีเทนอันเป็นแก๊สที่มีส่วนสำคัญในการเกิดภาวะเรือนกระจกสาเหตุของโลกร้อนได้

ถึงแม้จะไม่มีการสาธิตการเปลี่ยนจากขี้หมูให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าสดๆ ให้เห็นภายในงานคอนเสิร์ต แต่ก็มีแก๊งค์ลูกหมูทั้งสามจากฟาร์มหมูจากจังหวัดราชบุรี ซึ่งได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสัตวแพทย์ตลอดทั้งงาน มาช่วยทำให้มุมมองของผู้คนที่มีต่อพลังงานหมุนเวียนเปลี่ยนไป เพราะหมูไม่ได้เป็นเพียงแค่ปศุสัตว์ แต่ยังสามารถช่วยเราผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย โดย "แป้งโกะ" ให้มุมมองต่อการใช้พลังงานหมุนเวียนจากขี้หมูเช่นนี้ว่า  "เป็นการใช้ของที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพราะพลังงานที่ได้จากน้ำมันทุกวันนี้ก็กำลังหมดไป พลังงานหมุนเวียนอย่างแก๊สชีวภาพจากหมูเองก็เป็นสิ่งที่สามารถช่วยทดแทนพลังงานสกปรกได้ ซึ่งพวกเราทุกคนก็ต้องช่วยกันสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น"

นอกจากการที่ "แป้งโกะ" รวมพลังกับเหล่าลูกหมูเพื่อเปลี่ยนขี้หมูให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเอามาแสดงดนตรีแล้ว ที่ผ่านมาคอนเสิร์ตปฏิวัติพลังงานของกรีนพีซได้มีศิลปินต่างๆ มาร่วมแสดงศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนให้เราได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม กับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ของวงไดมอนด์ วงดนตรีผู้พิการทางสายตา ผู้ที่ไม่เคยมองเห็นแม้แต่แสงอาทิตย์ แต่แสงอาทิตย์ก็มีความสำคัญสำหรับเขา "ผมไม่เคยเห็นอะไรบนโลกนี้ แม้กระทั่งแสงผมก็ไม่มีโอกาสเห็นมัน มันไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรกับผม แต่ที่สุดแล้วผมได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์นี่แหละมาเล่นดนตรีให้ความสุขกับทุกคน และผมเชื่อว่าในอนาคตผมจะสามารถใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์เช่นนี้สร้างความสุขให้กับทุกคนเหมือนเดิม" สุเมตร ธรรมวงศ์ หัวหน้าวงไดมอนด์กล่าวสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มที่

ต่อมาในคอนเสิร์ตครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา วงดนตรีชื่อดัง ETC ได้บรรเลงเพลงสุดมันด้วยพลังงานชีวมวลจากเศษอาหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตแปรเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นพลังงานของโรงงานอำพลฟู๊ดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยการคัดเลือกเฉพาะเศษวัสดุอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร น้ำเสียจากกระบวนการผลิตอาหาร มาเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้า ทั้งนี้ การนำเอาขยะอื่นๆมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านั้นไม่ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เพราะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ โดยนอกจากเพลงโดนใจแล้ว หนึ่งแห่งวง ETC ได้ตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายพลังงานหมุนเวียนว่า "ประโยชน์และศักยภาพของพลังงานงานหมุนเวียนก็ชัดเจนอย่างที่เราเห็นกันในวันนี้ การนำมาใช้ในระดับประเทศผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และอยากให้เกิดขึ้นจริง เพราะเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ ขอชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันครับ"

และในวันที่ 28 กรกฎาคม ก็ถึงคราวที่ "สแตมป์" นักร้องหนุ่มขี้เล่น จะหันมา "เล่นขี้" พร้อมกับเปลี่ยนมุมมองที่ว่าอุจจาระนั้นเป็นสิ่งสกปรก ด้วยการนำอุจจาระของทหารแห่งกองทหารบก จังหวัดกาญจนบุรี หรือโครงการ "ส้วมมหัศจรรย์" ที่รวบรวมสิ่งปฏิกูลจากสุขาในศูนย์ทหารผลิตเป็นก๊าซหุงต้มและไฟฟ้า เป็นการสาธิตให้เราสามารถยิ้มรับกับอนาคตสีเขียวที่จะพาเราก้าวไปด้วยพลังงานหมุนเวียนกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้แล้วยังเป็นการตอกย้ำถึงการปฏิวัติพลังงานด้วยสองมาตรการหลัก คือ การเปลี่ยนจากการใช้พลังงานสกปรก เช่น พลังงานนิวเคลียร์ และถ่านหิน มาเป็นพลังงานสะอาด และการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพจากการที่เคยใช้อย่างสิ้นเปลือง

ถึงแม้การแสดงสตรีทมิวสิคจะจบลง แต่การณรงค์ของกรีนพีซเพื่อผลักดันกฎหมายพลังงานหมุนเวียนนั้นยังไม่สิ้นสุด เป็นเพียงการก้าวมาได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น การดำเนินการต่อไปของกรีนพีซคือการขอความร่วมมือกับชุมชนในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศด้วยการทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจตลอดระยะเวลาสองเดือนต่อจากนี้อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อผลักดันให้กฎหมายพลังงานหมุนเวียนเกิดขึ้นจริง

ทุกเสียงของคุณมีความหมาย เพียง 55,555 พลังเสียงเท่านั้นในการผลักดันให้เกิดกฏหมายพลังงานหมุนเวียนเพื่อชาวไทยทุกคน สามารถเข้าร่วมลงชื่อออนไลน์ที่ www.greenpeace.or.th/GoRenewable