ยังจำโดมกู้วิกฤตโลกร้อนกันได้อยู่หรือเปล่า เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาโดมกู้วิกฤตโลกร้อน (Climate Rescue Station) ได้มาเยือนประเทศไทยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในงานรณรงค์เพื่อผลักดันให้รัฐบาลออกกฏหมายพลังงานหมุนเวียนฉบับแรกของไทยที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และปกป้องสิ่งแวดล้อม กรีนพีซได้จัดกิจกรรมรณรงค์กับโดมกู้วิกฤตโลกร้อนเป็นเวลากว่าสามสัปดาห์ที่ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ถึงแม้การรณรงค์เพื่ออนาคตพลังงานสีเขียวของประเทศไทยยังไม่สิ้นสุด บทใหม่ของการปฏิวัติพลังงานของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเราอย่างประเทศอินโดนีเซียก็ได้เริ่มเปิดฉากเดินหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นทางการพร้อมกับการมาเยือนของโดมกู้วิกฤตโลกร้อน

ไม่ใช่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่วิกฤตโลกร้อนเป็นปัญหาที่ทุกคนในโลกเผชิญร่วมกัน โดยกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำประเทศอินโดนีเซีย ได้ติดตั้งโดมกู้วิกฤตโลกร้อนไว้ที่มหาสถูปบุโรพุทโธ ที่เกาะชวา ศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับแผงโซลาร์เซลล์ซึ่งจะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าให้กับศาสนสถานอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการรู้แจ้งแห่งนี้ โดยโดมกู้วิกฤตโลกร้อนจะประจำที่บริเวณมหาสถูปบุโรพุทโธตั้งแต่วันที่ 13-28 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เพื่อเป็นการสาธิตให้เห็นประชาชนตระหนักว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นเรื่องที่ทำได้จริงและสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งงานรณรงค์นี้ยังเป็นการผลักดันให้รัฐหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานหลัก และลดการพึ่งพาพลังงานสกปรกอย่างถ่านหิน 

“กรีนพีซมุ่งหวังจะจุดมหาสถูปบุโรพุทโธให้สว่างไสวเพื่อเป็นการเปิดทางและเปิดใจของชาวอินโดนีเซียให้เห็นถึงอนาคตที่สะอาดและปลอดภัยจากการใช้พลังงานหมุนเวียน เราอยากบอกถึงชาวอินโดนีเซียทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรัฐบาล ว่าเราทุกคนสามารถร่วมมือกันเพื่ออนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนได้” อาริฟ ฟิยันโต ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำประเทศอินโดนีเซีย กล่าว “การที่รัฐบาลหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนยังเป็นการป้องกันภัยที่เป็นผลกระทบจากมลพิษของถ่านหินที่ส่งผลต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอีกด้วย”




“เราต้องการรณรงค์ให้ชาวอินโดนีเซียทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของทางออกของพลังงานนี้ และก้าวไปสู่ยุคพลังงานหมุนเวียนด้วยการมาที่โดมกู้วิกฤตโลกร้อน ณ มหาสถูปบุโรพุทโธ เพื่อร่วมลงชื่อเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันรัฐบาลกับเรา” อาริฟเสริม

ผู้เชี่ยวชาญของอินโดนีเซียจำนวนมากลงความเห็นว่าภูมิศาสตร์ของอินโดนีเซียนั้นเอื้อต่อการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ตลอดทั้งปี มีพลังงานความร้อนใต้พิภพสูงถึงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับพลังงานความร้อนใต้พิภพทั้งโลก แต่ขณะนี้ทางประเทศยังใช้พลังงานหมุนเวียนเพียงร้อยละ 5 ซึ่งถือว่าน้อยมากและไม่ใช้ประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้เท่าที่ควร

มหาสถูปบุโรพุทโธ เป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 7-9 หรือ พุทธศักราช 1393 และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอินโดนีเซีย สถานที่อันเป็นเสมือนสัญลักษณ์ ความเชื่อ และความหวังของประเทศอินโดนีเซียแห่งนี้กำลังพาชาวอินโดนีเซียเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานหมุนเวียนไปพร้อมๆ กับชาวไทย และทุกประเทศบนโลก

กรีนพีซนำโดมกู้วิกฤตโลกร้อนไปยังหลายประเทศทั่วโลกเพื่อแสดงให้เห็นว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อกู้วิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศสามารถทำได้จริง หากรัฐบาลมีเจตจำนงทางเมืองในการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มที่ พลังงานหมุนเวียนเป็นทางออกที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องการแต่ขาดการสนับสนุนอย่างแท้จริงจากรัฐบาล โดมกู้วิกฤติโลกร้อนยังคงเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ต่อไปเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกประเทศหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่นเดียวกับการรณรงค์เพื่อผลักดันให้เกิดกฎหมายพลังงานหมุนเวียนฉบับแรกของประเทศไทยที่ยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งต้องอาศัยการร่วมมือจากทุกคน ทุกภาค ทุกฝ่าย กิจกรรมรณรงค์ของกรีนพีซเพื่อกฎหมายพลังงานหมุนเวียนต่อจากนี้ คือ การขอความร่วมมือกับชุมชน และสถานศึกษาต่างๆ ของประเทศ อันจะเป็นก้าวไปสู่อนาคตของพลังงานสะอาดครั้งสำคัญ และแน่นอนว่าอนาคตสีเขียวของประเทศไทยเพื่อคนไทยทุกคนคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง หากทุกคนไม่ร่วมกันสนับสนุนการผลักดันกฎหมายพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่วันนี้

ทุกเสียงของคุณมีความหมาย เพียง 55,555 พลังเสียงเท่านั้นในการผลักดันให้เกิดกฏหมายพลังงานหมุนเวียนเพื่อชาวไทยทุกคน สามารถร่วมลงชื่อออนไลน์ที่ www.greenpeace.or.th/GoRenewable