เมื่อไม่นานมานี้เคเอฟซีได้เพิ่มคำแถลงการณ์ในเว็บไซท์ เรื่อง “การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งที่มาที่ยั่งยืน และการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่” (Sustainable Sourcing and Waste Recovery) ซึ่งดูแล้วหากมีการดำเนินการต่ออย่างเหมาะสม ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเคเอฟซีในการตอบโต้กับการรณรงค์ที่มีคนจำนวนนับแสนเรียกร้องให้คณะผู้บริหารเคเอฟซียุติการเดินหน้าทำลายป่าฝนเขตร้อน

กลุ่มคณะผู้บริหารเคเอฟซีนั่งอยู่บนถังเคเอฟซีขนาดยักษ์โพสต์ท่าสไตล์สนุกสนาน ขณะกรีนพีซกำลังเรียกร้องให้คณะผู้บริหารเคเอฟซีร่วมลงมืออย่างจริงจังในการปกป้องป่าฝนเขตร้อน  ภาพจาก คอร์บิส/ เกรก ซีกัลกลุ่มคณะผู้บริหารเคเอฟซีนั่งอยู่บนถังเคเอฟซีขนาดยักษ์โพสต์ท่าสไตล์ สนุกสนาน ขณะกรีนพีซกำลังเรียกร้องให้คณะผู้บริหารเคเอฟซีร่วมลงมืออย่างจริงจังในการ ปกป้องป่าฝนเขตร้อน
ภาพจาก คอร์บิส/ เกรก ซีกัล

นับเป็นเวลานานมากกว่าจะได้รับการตอบกลับใดๆ จากเคเอฟซี กว่าสองปีแล้วที่กรีนพีซได้พยายามผลักดันบริษัทด้วยวิธีต่างๆ ตั้งแต่การส่งจดหมาย แล้วตามด้วยการตีพิมพ์ผลการตรวจสอบการจัดหาสินค้าและวัตถุดิบ และล่าสุดคือการเปิดตัวการรณรงค์สาธารณะ  แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้รับการตอบโต้ใดๆจากเคเอฟซี สำนักงานใหญ่ถึงรายละเอียดว่าทางบริษัทจะจัดการกับปัญหาที่เรากล่าวถึงนี้อย่างไร คำแถลงการณ์บางส่วนแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยเคเอฟซีก็ยอมรับฟัง แต่หากยังไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บริโภคจำนวนกว่าสิบล้านคนและกลุ่มผู้ถือหุ้นของบริษัทถึงทิศทางของเคเอฟซีว่าจะยึดมั่นกับนโยบายหยุดการทำลายป่าไม้ของโลกหรือไม่ ก็เป็นการยากที่จะรู้ได้ว่าแท้ที่จริงแล้วคำพูดของเคเอฟซีเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มไก่เท่านั้น หรือเป็นเนื้อไก่ของจริงที่ป่าไม้และบรรดาเสือต้องการ คำตอบที่เราต้องการคือ เคเอฟซีจะยกเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากบริษัทอย่าง Asia Pulp and Paper (APP) (เอพีพี) ซึ่งจะยังคงเดินหน้าทำลายป่าฝนเขตร้อนอันเป็นถิ่นที่อยู่ของเสือต่อไป เพื่อทำการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ส่งออกไปในหลายประเทศ

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเร่งกดดันกับหนึ่งในผู้บริหารเคเอฟซี อย่าง ซีอีโอ เดวิด โนวัค โดยตรง

โนวัคมีประวัติในการเมินเฉยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายต่อหลายครั้ง ในการประชุมสามัญประจำปีของบริษัทยัม! ในปี 2012 โนวัคเคยให้คำมั่นสัญญาต่อหน้าคณะผู้บริหารและผู้ถือหุ้นว่าจะมีการพบปะพูดคุยกับองค์กรเอ็นจีโออีกองค์กรหนึ่ง ซึ่งมีการรณรงค์ในเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมเดียวกันนี้ แต่ก่อนหน้าวันนัดหมายเพียงไม่กี่วัน ยัม! กลับบอกกับองค์กรนั้นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพบปะพูดคุยกัน

นอกจากนี้โนวัคยังคงเดินหน้าเพิกเฉยกับผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า อย่างเช่น น้ำมันปาล์มเป็นต้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับมติในที่ประชุมสามัญประจำปีในปี 2011 ซึ่งโดยเสียงส่วนใหญ่จากสามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นลงมติให้บริษัทยัม! ต้องยึดมั่นกับการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน อันจะทำให้บริษัทยัม! ก้าวขึ้นเท่าทันกับบริษัทอาหารอื่นๆ อาทิเช่น แมคโดนัลด์ได้

โนวัคเป็นกูรูด้านความเป็นผู้นำในสไตล์ของตนเอง และสามารถพบเขาได้บ่อยครั้งบนท้องถนนคอยโปรโมทหนังสือของตัวเองเรื่อง “พาผู้คนไปพร้อมกับคุณ หนทางเดียวที่จะทำเรื่องใหญ่ให้สำเร็จได้” แต่โนวัคจะอ้างว่าตนเองเป็นผู้นำแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มตัวได้อย่างไร หากเขายังคงปิดประตูไม่รับฟังความคิดเห็น ข้อวิพากษ์วิจารน์ต่างๆ และไม่สามารถจัดการกับประเด็นเรื่องความยั่งยืนที่สำคัญนี้ได้

มาร่วมกันโน้มน้าวให้โนวัคก้าวออกมายืนหยัดรับความท้าทายนี้ด้วยการส่งอีเมลไปยังคณะผู้บริหารใหญ่ของยัม!  กลุ่มคนกลุ่มเดียวเท่านั้นที่โนวัคไม่อาจเพิกเฉยได้

เคเอฟซีได้เริ่มออกมาแสดงความสนใจบ้างแล้ว ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่จะเรียกร้องให้คณะผู้บริหารของเคเอฟซีออกมาช่วยโน้มน้าวให้ซีอีโอ เดวิด โนวัค ยุติสายสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์อาหารเคเอฟซีกับการตัดไม้ทำลายป่าฝนเขตร้อนอย่างถาวร

รถขุดเจาะกำลังถางป่าฝนเขตร้อนในอินโดนีเซีย ไม่ใช่การกระทำเพื่อความสนุกสนานแต่เป็นการทำลายป่าอย่างแท้จริง โดยเมื่อเดือนที่แล้วมีการพบการถางป่าในพื้นที่ปลูกป่า ซึ่งรถขุดเจาะนั้นเป็นของบริษัท PT Asia Tani Persada ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาบรรจุภัณฑ์ในเครือบริษัท Asia Pulp and Paper (APP) (เอพีพี)รถขุดเจาะกำลังถางป่าฝนเขตร้อนในอินโดนีเซีย นี่ไม่ใช่การกระทำเพื่อความสนุกสนานแต่เป็นการทำลายป่าอย่างแท้จริง โดยเมื่อเดือนที่แล้วมีการพบการถางป่าในพื้นที่ป่าปลูก โดยรถขุดเจาะนั้นเป็นของบริษัท PT Asia Tani Persada ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาบรรจุภัณฑ์ในเครือบริษัท Asia Pulp and Paper (APP) (เอพีพี) นั่นเอง