ฮาโลเจนเนเต็ด แอนิลีน และเพอร์ฟลูออริเนต เป็นชื่อของกลุ่มสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมประเภทฟอกย้อม และสิ่งทอซึ่งคุณคงไม่เคยได้ยินมาก่อน นอกจากจะอ่านยากแล้ว ทั้งคู่ยังเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต ทั้งในน้ำและบนผืนแผ่นดิน สารเคมีสำหรับย้อมผ้าบางชนิดสามารถแตกตัวเป็นสารก่อมะเร็ง และสารเพอร์ฟลูออริเนต ก็เป็นสารพิษที่มีผลต่อระบบสืบพันธุ์และระบบประสาทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมถึงมนุษย์

น่ากลัวใช่ไหมล่ะ

ท่อน้ำทิ้ง จากโรงบำบัดน้ำเสียในบริเวณอุตสาหกรรมสิ่งทอในชายฝั่งมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน © Greenpeace

 

ถึงแม้ว่าสารเคมีเหล่านี้จะฟังดูไม่คุ้นหู แต่คุณคงเคยได้สัมผัสใกล้ชิดกับมันแน่ เพราะมันอาจแฝงอยู่ในกระบวนการผลิตเสื้อผ้าที่คุณกำลังสวมใส่อยู่

สารเคมีอันตรายกกลุ่มนี้ถูกตรวจพบในตัวอย่างจากท่อน้ำทิ้ง และแหล่งน้ำสาธารณะในบริเวณอุตสาหกรรมสิ่งทอในชายฝั่งมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ที่ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดังจำนวนมาก อาทิ ลีวายส์ คาลวินไคลน์ และแก็บ ดังที่มีการบันทึกผลการตรวจสอบไว้ในรายงาน 'สารพิษในเส้นใย: ขบวนการมลพิษ' (Toxic Threads: Putting Pollution on Parade) นั่นหมายความว่าเราอาจกำลังสวมใส่แฟชั่นสารพิษกันอยู่

ชีวิตในโรงงานฟอกย้อม © Qiu Bo / Greenpeace

ถึงแม้ว่าประเทศจีนจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ผลิตให้กับตลาดทั้งในและนอกประเทศ แต่ก็ยังขาดการเปิดเผยข้อมูลการใช้และการปล่อยสารเคมีประเภทต่างๆ ขณะนี้ประเทศจีนใช้วิธีการบำบัดน้ำเพื่อจัดการกับน้ำเสียจากโรงงานอุสาหกรรมสิ่งทอในมณฑลเจ้อเจียง แต่การบำบัดน้ำนี้ได้ผลเพียงกับน้ำเสียบางประเภทเท่านั้น เช่น ของเสียทางชีวภาพ แต่สำหรับสารเคมีอันตรายอย่างสารพีเอฟซีนั้นไม่สามารถบำบัดได้และจะถูกปล่อยผ่านไปยังแหล่งน้ำโดยตรง มลพิษทางน้ำเป็นปัญหาระดับใหญ่ โดยที่กว่าร้อยละ 70 ของทะเลสาบ แม่น้ำ และแหล่งน้ำในประเทศจีนต่างได้รับผลกระทบจากมลพิษทางน้ำ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

การสืบเสาะหาต้อตนของปัญหานั้นอาจจะยากสักหน่อย

เพราะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในละแวกนั้นใช้เครื่องบำบัดน้ำเสียร่วมกัน เมื่อน้ำเสียอยู่รวมกันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกออกว่าสารพิษใดมาจากโรงงานใด นั่นคือวิธีที่แบรนด์ต่างๆ ซ่อนตัวในกลุ่มอุตสาหกรรม และเป็นวิธีการง่ายๆ สำหรับแบรนด์และตัวแทนการผลิตที่จ้างให้โรงงานเหล่านี้ผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพราะไม่สามารถสืบไปถึงต้นตอของสารเคมีอันตรายได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะดำเนินการผลิตไปพร้อมกับสร้างมลพิษ 

เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ไม่ควรจะมีสารพิษเป็นเครื่องประดับ ซึ่งสารเคมีอันตรายนี้ไม่เพียงแค่ถูกปล่อยสู่แหล่งน้ำในกระบวนการผลิตที่โรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่การที่เราซักเสื้อผ้าที่บ้านก็เป็นการปล่อยสารเคมีเหล่านี้ไปยังแหล่งน้ำในบริเวณที่อยู่อาศัยของเราโดยไม่รู้ตัวอีกเช่นกัน แน่นอนว่ามีทางเลือกที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีอันตรายในการผลิต แต่ก่อนอื่นทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ตัวแทนผู้ผลิต และแบรนด์แฟชั่นจะต้องพร้อมใจกันแสดงเจตนารมณ์ในการเปิดเผยข้อมูลการใช้และการปล่อยมลพิษ เพราะสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการที่สาธารณะชนต้องได้รับรู้ข้อมูลนี้

เราปล่อยให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ปิดบังเบื้องหลังอันสกปรกที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมานานมากพอแล้ว

พอกันที

ขณะนี้ผู้คนจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้บริโภค นักกิจกรรม และผู้ชื่นชอบแฟชั่นกำลังรวมตัวกันภายใต้ความเชื่อเดียวกันว่า เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ควรจะแฝงไปด้วยเรื่องราวที่เราภาคภูมิใจ ไม่ใช่ร่องรอยของสารเคมีอันตราย ประชาชนเหล่านี้ต้องการเห็นแบรนด์แฟชั่นก้าวออกมาลงมือล้างสารพิษเช่นเดียวกับซาร่า แบรนด์แฟชั่นจำเป็นต้องคำนึงถึงปัญหามลพิษนี้และกำหนดนโยบายหรือแถลงการณ์เพื่อรักษากลุ่มผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยถึงปัญหาและทางออกต่อสาธารณะ เปิดเผยข้อมูลมลพิษเกี่ยวกับการใช้และการปล่อยสารเคมีอันตรายตลอดห่วงโซ่การผลิต และก้าวออกมาเป็นผู้นำแฟชั่นปลอดสารพิษ

ร่วมกันรณรงค์ตั้งแต่ตอนนี้

ช่วยกันเผยแพร่วิดีโอ “Detox Fashion” (ล้างสารพิษออกจากแฟชั่น) ออกไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นการเผยความลับของสารพิษที่อยู่เบื้องหลังของเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ให้ทุกคนได้รับรู้

แบรนด์แฟชั่นเหล่านี้มีการจับตามองกระแสในสื่อสังคมออนไลน์มากพอๆ กับสื่อทั่วไป และทุกๆ ครั้งที่คุณกดไลค์ แชร์ แสดงความคิดเห็น และช่วยเราโปรโมทวิดีโอนี้ จะเป็นการเร่งผลักดันให้แบรนด์แฟชั่นออกมาสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เราต้องการ คือ หยุดยั้งการปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำในประเทศที่ผลิตผลิตภัณฑ์นั้น และยุติการส่งต่อสารเคมีอันตรายไปรอบโลกผ่านทางเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารพิษ

เราได้แสดงพลังจากประชาชนให้อุตสาหกรรมได้ประจักษ์กันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กระบวนการปล่อยสารพิษยังไม่สิ้นสุดลง ในเมื่อซาร่าซึ่งเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของโลกได้ตอบรับปัญหาเร่งด่วนในการจัดการสารพิษพร้อมกับก้าวสู่บทใหม่ของการเป็นผู้นำแฟชั่นปลอดสารพิษแล้ว ถึงเวลาที่แบรนด์อื่นๆ จะต้องร่วมกันลงมือล้างสารพิษออกจากแหล่งน้ำของเราเสียที