ความแห้งแล้ง ความเสียหาย ความสิ้นหวัง สามคำนี้เด่นชัดขึ้นมาในใจขณะที่เดินทางไปยังเมืองดาเวา เพื่อเป็นประจักษ์พยานในผลกระทบจากความพิโรธของพายุใต้ฝุ่นโบพา ในเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเวลาหกวันที่ทีมของพวกเราหกคนเดินทางเป็นระยะเวลาเกือบ 1 พันกิโลเมตรเพื่อไปบันทึกภาพและวิดีโอเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เข้าโจมตีเมืองนิว บาตาน ณ หุบเขาคอมโพสเตรา แวลลีย์ และเมืองชายฝั่ง อาทิ บอสตัน คาตีล และบากันกา ในจังหวัดดาเวา โอเรียลทัล เราได้รับคำเตือนว่าจะมีถนนบางเส้นที่ยังใช้งานไม่ได้ และไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และไม่มีน้ำประปาในที่ที่เรากำลังจะไป ซึ่งสามารถบ่งชื้ได้เป็นอย่างดีถึงความเสียหายที่ไต้ฝุ่นโบพาได้สร้างไว้ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

จากความเขียวขจีสู่ความหายนะ

 ตลอดการเดินทางเราพบเห็นต้นไม้จำนวนมาหักโค่นทับบ้านเรือน โรงเรียน และเสาไฟฟ้า ขณะที่เราขึ้นทางหลวงมุ่งหน้าไปยังหุบเขาคอมโพสตรา แวลลีย์  เราก็ต้องตกใจกับภาพของสวนกล้วยหลายร้อยไร่สุดลูกหูลูกตาล้มระเนระนาด ตามท้องถนนผู้คนและชาวนาชาวสวนส่วนใหญ่จำเป็นต้องออกมาขออาหาร เงิน และงานอะไรก็ตามที่สามารถทำได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและก้าวผ่านวิกฤติอันเลงร้ายครั้งนี้


ในเมืองนิว บาตอน เราพบเห็นเมืองพูรอก 14 ถูกปกคลุมไปด้วยโคลนและซากปรักหักพัง ตามมาด้วยน้ำท่วมเฉียบพลันไหลหลากลงสู่เมือง ซึ่งคร่าชีวิตชาวฟิลิปปินส์ไปจำนวนมาก

ขณะขับรถต่อไปทางชายฝั่ง เราได้เห็นภูเขาสีน้ำตาลกับต้นมะพร้าวที่ดูแล้วหม่นหมอง ยอดของต้นมะพร้าวโค้งลง และไบไม้หันไปทางเดียวกันหมด ดูราวกับเป็นร่มที่ถูกพลิกหงายอยู่ และยิ่งเข้าไปลึกขึ้นก็จะพบก็นต้นไม้หักกลาง คุณคงจินตนาการได้ว่าแรงลมนั้นมหาศาลขนาดไหนถึงสามารถล้มต้นไม้ที่มีอายุหลายร้อยปีเหล่านี้ได้ ส่วนต้นไม้ที่ยังสามารถยืนหยัดอยู่ก็ดูแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา ราวกับเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์ของทิม เบอร์ตัน

ที่เมืองคาตีล เราพบเห็นเศษไม้และขอนไม้นับพันถูกซัดมายังชายฝั่ง แน่นอนว่าไม้เหล่านี้เองที่จะนำมาใช้สร้างบ้านให้กับประชาชน เพื่อหลีกเร้นหนีความร้อนในช่วงเดือนธันวาคม

ใต้ฝุ่นที่ตราตรึงในความทรงจำ

ในการเดินทางของเราทุกครั้งที่เราหยุดตามที่ต่างๆ เราจะสัมภาษณ์ผู้คนและสอบถามถึงประสบการณ์ในเหตุการณ์พายุใต้ฝุ่นโบพา ถึงแม้จะมีการเตือนถึงการหวนมาของใต้ฝุ่นโบพา แต่ประชาชนก็ไม่เคยมีประสบการณ์ และไม่สามารถเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างพายุกำลังลม 1 และกำลังลม 3 ที่ผ่านมาเกาะมินดาเนาเคยมีเพียงแค่ฝนตกเล็กน้อยในช่วงปลายปีเท่านั้น ไม่เคยพบเจอกับสภาพพายุที่ใกล้เคียงกับเฮอร์ริเคน กำลังลมแรงถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งพัดเข้าโจมตีไร่นาจนราบเป็นหน้ากลองถอนรากถอนโคนบ้านเรือนภายในช่วงพริบตา

กัปตันบารังเกย์ (ผู้นำของเมือง) มารา ชิง จาก เมืองชาตีล ยังจำได้อย่างแม่นยำว่าเธอและครอบครัวต้องนอนราบกับพื้น และยึดเกาะกับทุกคนไว้ในวันที่ 4 ธันวาคม เพื่อไม่ให้ปลิวลอยไปตามแรงลม คนอื่นๆ อย่างเทเรสซา โอบาโตนอน ไปซ่อนในห้องน้ำเพื่อไม่ให้โดนดูดกลืนเข้าไปในพายุ วันนั้นราวกับเป็นวันสิ้นโลกสำหรับเธอ

ในบารังเกย์ ร้อยละ 95 ของบ้านเรือนถูกทำลายอย่างสิ้นซาก เราพบ ริชาร์ด มาซามายอร์ ที่กำลังโศกเศร้ากับลูกชายที่สิ้นลมไปในอ้อมแขนของเขาขณะที่เขากำลังหาที่หลับภัยในโบสถ์ ส่วนตัวเขาเองแขนหักจากการที่กำแพงล้มทับ

ที่เมืองนิว บาตาน เราติดตามคณะกู้ภัยไปค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่ยังจมอยู่ใต้โคลนหลังจากที่เกิดภัยพิบัติมาหนึ่งสัปดาห์ เมื่อดูจากสภาพอันย่อยยับของเมืองแล้วคาดว่าคงต้องใช้เวลานานกว่าจะกู้ศพทั้งหมดออกมาได้ โทนี ตาบูตาบู หนึ่งในหน่วยกู้ภัย กล่าวว่า เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงขนาดนี้จากเพียงสภาพภูมิอากาศอันเลวร้ายเท่านั้น

จงตื่นตัวอยู่เสมอ

โพบา มาจากคำว่า Pablo (พาโบล) ซึ่งเป็นภาษาละตินที่แปลว่า อ่อนน้อม หรือเล็กน้อย แต่ตรงกันข้ามกับชื่อของมัน ใต้ฝุ่นโบพานี้กลับแสดงให้ประจักษ์แก่สายตาถึงพลังธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ รวมถึงทำให้เมืองในเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศรู้ซึ้งและต้องยอมอ่อนน้อมต่อพายุลูกนี้

หลังจากที่ใต้ฝุ่นโบพาผ่านพ้นไป ผู้คนเหล่านี้ต่างอยู่กันอย่างตื่นตัวอยู่เสมอ และยังต้องก่อร่างสร้างชีวิตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้านเรือน ปะติดปะต่อวิถีชีวิต หรือแม้แต่ทำใจกับการจากไปของคนที่รัก

การมาถ่ายทำเรื่องราวหายนะและฟังเรื่องเล่าของผู้รอดชีวิต ทีมของเราก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสลดไปกับเหตุการณ์ต่างๆ สิ่งรู้สึกประหลาดใจมากเป็นพิเศษคือประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีโครกล่าวโทษใคร แม้แต่รัฐบาลที่เกิดภัยพิบัติเช่นนี้ขึ้นกับพวกเขา บ้างก็มองเป็นสัญญาณเตือนจากสวรรค์ เป็นสิ่งที่แม่พระธรณีลงโทษมนุษย์จากการทำลายธรรมชาติ

ขณะที่ใต้ฝุ่นโบพาเข้าถล่มฟิลิปปินส์นั้นมีการจัดประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยตัวแทนรัฐบาลประเทศฟิลิปปินส์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทั้งน้ำตาขณะทำการเจรจา ประเทศต่างๆ อย่างฟิลิปปินส์จำเป็นต้องแบกรับภัยจากสภาพภูมิอากาศอันเลวร้ายซึ่งเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งอย่าง พายุใต้ฝุ่นโบพา น่าเสียดายที่ถึงแม้ภัยพิบัตินี้อาจจะกลายเป็นภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้นอันเป็นผลพวงมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ แต่ยังไม่มีการประชุมตกลงกันเพื่อดำเนินการร่วมมือระดับนานาชาติใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ภัยพิบัติจากสภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น

ทั่วทั้งโลกต่างแสดงความเห็นใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่เกาะมินาเดา การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภัยพิบัติกำลังหลั่งไหลเข้ามา ถึงแม้ว่าการฟื้นฟูสภาพบนเกาะจะใช้เวลาหลายปี หรือหลายสิบปี แต่ฉันก็หวังที่จะเห็นวันที่หุบเขาคอมโพสตรา แวลลีย์  กลับมารุ่งโรจน์ดังเดิม และภูเขาดาเวา โอเรียนทัล กลับมาเขียวขจีสดใสอีกครั้งหนึ่ง ภาพที่ปรากฎออกมาในภาพถ่ายและวิดีโอจะกลับมางดงามมากกว่าเดิม คงอีกไม่นานที่ดินแดนนี้จะเยียวยาตนเองและผู้คนที่อาศัยอยู่ ให้แข็งแกร่งขึ้นยิ่งกว่าที่เคย

เธเรเซ ซัลวาดอร์ เป็น Media Officer ประจำกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศฟิลิปปินส์