ที่กรีนพีซ เราดำรงอยู่เพื่อเปิดโปงและเป็นประจักษ์พยานในผลกระทบจากอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อม ให้ปรากฎสู่สายตาของทุกคนบนโลก และเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

เมื่อปีที่แล้วเราได้ตรวจสอบการปล่อยน้ำเสียในแม่น้ำเฉียนถังในมณฑลเจ้อเจียง โดยมณฑลนี้เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและฟอกย้อมมากกว่าหนึ่งในสามของประเทศจีน ซึ่งต่างต้องเร่งการผลิตเพื่อตอบสนองโลกที่กระหายในแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง คาลวินไคลน์ (Calvin Klein) ก็มีความเชื่อมโยงกับโรงงานผู้ผลิตในเขตมณฑลนี้เช่นกัน และพบว่ามีการปล่อยมลพิษทางน้ำจากโรงงานของตน ปะปนไปกับน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมอื่นผ่านเครื่องบำบัดน้ำเสียของชุมชน เมื่อเราตรวจสอบตัวอย่างน้ำจากแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นี้ เราได้ตรวจพบสารเคมีหลากชนิด ที่มีสารประกอบรบกวนฮอร์โมน และสารก่อมะเร็ง

เราไม่สามารถอดกลั้นต่ออาชญกรรมทางสิ่งแวดล้อมนี้ได้อีกต่อไป โลกจำเป็นต้องรับรู้ถึงการทำลายสิ่งแวดล้อมในนาม “แฟชั่น” และผู้ที่เป็นประจักษ์พยานในอาชญากรรมนี้ได้ดีที่สุดคือ กลุ่มหุ่นโชว์เสื้อผ้าที่เคยทำงานให้กับแบรนด์ที่กำลังผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในโรงงานที่เป็นผู้ก่อมลพิษนี้

การติดตั้งเพื่อบันทึกภาพไม่ใช่เรื่องง่าย พื้นที่โดยรอบของบริเวณ “น้ำวนสีดำ” นั้นเป็นกระแสน้ำที่แรง และมีการปล่อยมลพิษออกมาทางท่อใต้น้ำตลอดเวลา ทางทีมของเราจึงต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันเพื่อลงไปในน้ำที่ทั้งร้อน เหม็น และสกปรก และจำเป็นต้องใช้กาวที่ติดแน่นพิเศษ แผ่นเหล็ก และตาข่ายเหล็ก เพื่อที่จะนำหุ่นโชว์ลงไปได้อย่างปลอดภัย

จากนั้นเราจึงติดเว็บแคมเข้ากับหุ่นส่วนหนึ่ง และเมื่องานแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งเริ่มขึ้น เราจึงสามารถถ่ายทอดสดภาพเหตการณ์สดๆ ของอาชญกรรมทางสิ่งแวดล้อม สร้างความตกตะลึงให้กับนักข่าวในงานเป็นอย่างมาก

ถึงมลพิษทางน้ำจะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ แต่ระดับมลพิษจำนวนมากในพื้นที่นี้นั้นคือสิ่งที่น่าตกตะลึง แม้แต่สำหรับทีมงานของเราเองที่ใช้เวลาหลายปีในการทำงานกับปัญหานี้ นี่คือสาเหตุที่เราไม่เพียงแค่เป็นประจักษ์พยายในอาชญกรรมทางสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังทำงานอย่างจริงจังในการแปรเปลี่ยนสถานการณ์ที่เลวร้ายจากต้นตอของมลพิษโดยตรง และยังเป็นสาเหตุที่เรารณรงค์กับแฟชั่นแบรนด์ระดับโลก ซึ่งกำลังหลบซ่อนอยู่ภายใต้ปฏิบัติการที่คลุมเครือ เพื่อให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อมลพิษที่ตนก่อขึ้นจากการผลิตผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า และอนาคตที่สดใสก็กำลังเริ่มขึ้น เมื่อแบรนด์ดังระดับโลก 11 แบรนด์ ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ ซาร่า เอสปรี และลีวายส์ ได้แสดงเจตนารมณ์ในการร่วมมือกันกับโรงงานผู้ผลิตในการยุติการใช้สารเคมีอันตรายตลอดห่วงโซ่การผลิตและผลิตภัณฑ์ ตามโครงการรณรงค์ล้างสารพิษ “Detox” ของกรีนพีซ ยิ่งไปกว่านั้น แบรนด์เหล่านี้ยังแสดงความมุ่งมั่นในการเผยแพร่ข้อมูลการปล่อยมลพิษจากโรงงานของตนภายในปีพ.ศ. 2556 นี้ เพื่อให้ผู้บริโภคและชุมชนผู้ที่ได้รับผลกระทบในบริเวณนั้นโดยตรงได้รับรู้ว่าสิ่งใดบ้างที่ถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

เพราะการกระทำเห็นผลได้ชัดเจนกว่าคำพูด

พยานเงียบเหล่านี้ยืนหยัดอย่างกล้าหาญเพื่อเป็นแสงสว่างสู่ทางออกของสารพิษ และแน่นอนว่าเราต้องตัดสินแบรนด์ชื่อดังจากการกระทำ ไม่ใช่เพียงแค่เอกสารสัญญา แต่เจตนารมณ์พร้อมกับการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยสารพิษเป็นก้าวแรกที่สำคัญบนถนนสู่อนาคตปลอดสารพิษ

อย่างไรก็ดี ยิ่งแบรนด์ต่างๆ เข้าร่วมโครงการล้างสารพิษกับเรามากเท่าไร และยิ่งผู้คนอีกนับแสนรอบโลกเข้าร่วมงานรณรงค์เพื่อเรียกร้องให้แฟชั่นปลอดสารพิษมากเท่าไร ข้อความที่จะสื่อถึงอุตสาหกรรมสิ่งทอก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น

ยุคของแฟชั่นสารพิษจะสิ้นสุดลงในเร็ววันนี้ และหากมีแบรนด์ใดที่ไม่ฉลาดพอที่จะเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงนี้จะต้องเสี่ยงต่อการหลุดลอยออกไปสู่วังวนของสารพิษตลอดกาล

Muyi Yang ประจำอยู่ที่กรุงปักกิ่ง โดยร่วมทำงานกับงานรณรงค์ล้างสารพิษ “Detox” ตั้งแต่เริ่มต้นในปี 2554 ท้าทายแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลกเพื่อให้ร่วมมือกับโรงงานผู้ผลิตในการยุติการปล่อยสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ