หากคุณคิดว่าการช่วยปกป้องอาร์กติกนั้นไม่เกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลองคิดใหม่อีกครั้ง หรือจะให้ดีกว่านั้น ลองมาฟังเสียงสองสาววัยรุ่นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเราผู้ที่จะมาบอกเล่าให้เราฟังว่าอาร์กติกมีความเกี่ยวข้องกับเราทุกอย่างจริงแท้แค่ไหน

14 มีนาคม 2556 ผู้ชนะ: ซาราห์ อายุ 13 ปี จากมาเลเซีย

“ในฐานะที่เป็นสมาชิกขององค์กรผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งโลก ประเทศมาเลเซีย ฉันรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องอาร์กติก และพิธีการฉลองธงครั้งประวัติศาสตร์นี้ เราต้องการปกป้องอาร์กติกเพราะอาร์กติกเป็นบ้านของชนพื้นเมืองจำนวนมาก อีกทั้งยังมีสัตว์อีกนานาชนิด อาร์กติกควรได้รับการประกาศให้เป็นเขตคุ้มครองธรรมชาติของโลก ฉันทราบข่าวการประกวดระหว่างการเดินทาง Environmental Journey เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา ที่เมือง Sangam ประเทศอินเดีย อันเป็นศูนย์รวมของ องค์กรผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งโลก หลังจากที่ดูรูปภาพของเด็กผู้หญิงสองคนถ่ายรูปที่อาร์กติก ฉันตัดสินใจที่จะมีส่วนร่วมเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการเข้าร่วมและสนับสนุนการรณรงค์ปกป้องอาร์กติก นี่เป็นโอกาสอันมีค่าสำหรับฉันในการส่งข้อความแห่งความหวังและสันติภาพไปยังทั่วทั้งโลก เราจะสามารถปกป้องอาร์กติกเพื่อคนรุ่นต่อไปได้ หากเรารวมพลังกันเป็นอันหนึ่งอันเดียว”

“หากเราไม่ช่วยกันตั้งแต่ตอนนี้ คนรุ่นหลังจะต้องเดือดร้อน ธรรมชาติกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ อีกไม่นานจะเกิดวิกฤตทางอาหารและมลพิษ และเราคงจะใช้ชีวิตกันอย่างไม่มีความสุข” ซาราห์ บาร์ทริซเยีย จากกัวลาลัมเปอร์ กล่าว

การรักษ์โลกนั้นเป็นสิ่งที่ซาราห์ (อายุ 13 ปี) ให้ความทุ่มเทเป็นอย่างมาก จากความรักษ์ผสมผสานกับความรักและความคิดสร้างสรรค์ เธอจึงได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะการออกแบบธงแห่งอนาคตของกรีนพีซ

สาววัยรุ่นชาวมาเลเซียคนนี้เป็นผู้ชนะการประกวดจากผู้เข้าร่วมทั้ง 54 ประเทศ ในการออกแบบธงเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งเจตนารมณ์ของประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกที่ได้ร่วมลงนามเพื่อปกป้องอาร์กติก ผลงานชนะเลิศของซาราห์จะถูกทำเป็นธงไทเทเนียมเพื่อนำไปปักไว้ที่ขั้วโลกเหนือ ลึกลงไป 4 กิโลเมตรที่พื้นท้องทะเลอาร์กติกใต้น้ำแข็ง และใส่ลงในแคปซูลกาลเวลาพร้อมกับรายชื่อของผู้คนหลายล้านที่ร่วมกันเป็นผู้ปกป้องอาร์กติก

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีประเทศใดที่มีสิทธิครอบครองน่านน้ำสากลบริเวณขั้วโลกเหนือ แต่เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ทะเลน้ำแข็งละลาย บรรดาประเทศและบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็มุ่งหน้ามาทำลายทรัพยากรธรรมชาติเพื่อขุดเจาะน้ำมันและทำอุตสาหกรรมการประมงแบบทำลายล้างที่มหาสมุทรอาร์กติก

“เราต้องปกป้องอาร์กติกเพราะอาร์กติกเป็นของเราทุกคน และเป็นส่วนสำคัญของโลก ภาวะโลกร้อนส่งผลถึงเราทุกคน” ซาราห์เสริม “ผู้นำระดับโลกจำเป็นต้องลงมือเสียแต่ตอนนี้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ให้กับคนรุ่นหลัง”

14 มีนาคม 2556 ชิ ยุง ประเทศสิงคโปร์ อายุ 14 ปี

องค์กรผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งโลก:”มือเป็นสิ่งแทนเราทุกคน และแสดงให้เราเห็นว่าเรากำลังไขว่คว้าแสงสีเงิน ซึ่งแทนถึงความหวังท่ามกลางความมืดมิด ต้นไม้บนมือแสดงถึงสันติภาพของเราทุกคน ฉันรู้สึกปลื้มมากที่ธงของฉันได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 18 ผลงาน ฉันรู้สึกได้ว่าการเดินทางครั้งนี้เปี่ยมไปด้วยความหมาย และมีจุดมุ่งหมายที่ดี ซึ่งฉันก็อยากมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน

ชิ ยุน ลิม (อายุ 13 ปี) จากสิงคโปร์เป็นผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในการประกวดนี้ ซึ่งธงของเธอเองก็ได้เดินทางไปอาร์กติกเช่นกัน

“ฉันอยู่ในประเทศที่มีอากาศร้อน แต่ฉันรู้ดีว่าน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือนั้นมีความสำคัญมากในการช่วยรักษาสภาพอากาศให้โลกทั้งใบ หากน้ำแข็งละลายหมดไป โลกจะยิ่งร้อนขึ้น และเกาะเล็กๆ อย่างสิงคโปร์จะต้องเดือดร้อนเนื่องจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น”

ชิ ยุน ยังรู้ถึงหนทางแก้ไขของปัญหานี้อีกด้วย “ผู้นำระดับโลกจะต้องตระหนักว่าถึงเวลาที่เราต้องหยุดใช้พลังงานสกปรกจากฟอสซิลเสียที และยังมีพลังงานสะอาดอีกหลากหลายประเภทที่เราสามารถใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด เช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์”

ทั้งสองสาวเป็นสมาชิกขององค์กรผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งโลก (WAGGGS) และต่างตระหนักเป็นอย่างดีว่าเราทุกคนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในชุมชนของเราเอง “ฉันร่วมทำกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บหนังสือพิมพ์เก่าๆ และการรีไซเคิล” ซาราห์กล่าว

เยาวชนผู้สร้างแรงบันดาลใจทั้งสองคนนี้เป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เพียงแค่จะทำในส่วนของเธอในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในอนาคตเท่านั้น แต่ยังเข้าใจว่าปัญหาระดับโลกต้องอาศัยการแก้ไขระดับโลกเช่นกัน

“ทุกคนในโลกต้องร่วมมือกันอย่างสันติเท่านั้นจึงจะนำมาซึ่งความหวังในการช่วยโลกของเรา” ชิ ยุน กล่าว