สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ ใครที่ไปเล่นสงกรานต์แถวถนนสีลมและถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา คงจะได้ทักทายกับนักกิจกรรมและอาสาสมัครกรีนพีซ ที่มาร่วมกันเดินรณรงค์ “ปกป้องอาร์กติก” ไปพร้อมๆ กับเล่นน้ำวันสงกรานต์คลายร้อน ขณะนี้น้ำแข็งอาร์กติกที่กำลังละลายนั้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกทั้งใบ ในเทศกาลแห่งความสุขอันสดชื่นเย็นฉ่ำของชาวไทยนี้ กรีนพีซจึงทำกิจกรรมเพื่อสื่อสื่อสารให้คนไทยได้ตระหนักและร่วมปกป้องอาร์กติกซึ่งเป็นพื้นที่ที่สำคัญที่สร้างสมดุลให้กับระบบภูมิอากาศของโลกใบนี้ และเรียกร้องให้มีการประกาศกำหนดอาร์กติกเป็นเขตคุ้มครองธรรมชาติของโลก

โลกร้อน คุณก็ร้อน สงกรานต์แต่ละปีคุณรู้สึกร้อนเพิ่มขึ้นแค่ไหน!

เดือนเมษายนของประเทศไทยเป็นช่วงที่อากาศมีอุณหภูมิสูงสุด และมีแนวโน้มจะมีอุณหูมิสูงขึ้นทุกปี ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่อุณหภูมิสูงขึ้น แต่อุณหภูมิในอาร์กติกกำลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าส่วนอื่นๆ ของโลกและเผชิญผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นในอาร์กติกนั้นไม่ได้อยู่แค่เพียงในอาร์กติก แต่ส่งผลอันมหาศาลต่อโลกใบนี้อย่างใหญ่หลวง กรีนพีซได้รณรงค์ปกป้องอาร์กติกมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา และมีประชาชนทั่วโลกเกือบสามล้านคนได้เข้าร่วมลงนามเรียกร้องกำหนดให้อาร์กติกเป็นเขตคุ้มครองธรรมชาติของโลกแล้ว

ตอนนี้กลุ่มเยาวชนตัวแทนจากทั่วโลก ออโรร่า กำลังออกเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ไปยังขั้วโลกเหนือ เพื่อเรียกร้องให้ประกาศเขตอาร์กติกเป็นเขตคุ้มครองธรรมชาติของโลกในนามของทุกสรรพชีวิตบนผืนโลก  และเจาะรูที่ใต้ทะเลน้ำแข็งเพื่อปักธงแห่งอนาคตพร้อมกับไทม์แคปซูลซึ่งบรรจุรายชื่อของคุณและผู้ปกป้องอาร์กติกกว่า 2.7 ล้านคน เป็นการบอกกับผู้นำระดับโลกและคนรุ่นหลังว่า เมื่อถึงเวลาที่เราต้องยืนหยัดปกป้องอาร์กติก “เรา” ได้อยู่ ณ จุดนั้น

ขณะที่ทีมออโรร่ากำลังเป็นตัวแทนของเราในการปกป้องอาร์กติก ทางนักกิจกรรมและอาสาสมัครกรีนพีซก็เป็นตัวแทนเสียงเล็กๆ จากหมีขั้วโลกที่บ้านของเขากำลังละลายหายไป และได้สร้างกระแสรักอาร์กติกชวนให้ชาวกรุงที่กำลังสนุกสนานกับความสดชื่นในเทศกาลสงกรานต์หันมาใส่ใจในภาวะโลกร้อนและผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติจนไม่สามารถหยุดยั้งได้หากน้ำแข็งอาร์กติกละลายจนหมดสิ้น งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า กรุงเทพมหานคร และประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติอันเกิดจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ช่วงตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ประสบกับปัญหาฝนแล้งไม่ตกต้องตามฤดูกาลในบางพื้นที่ ขณะที่เกิดพายุมรสุมต่อเนื่องยาวนานในอีกพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกพืชผลได้ตามฤดูกาล เราไม่สามารถเลี่ยงภัยพิบัติร้ายแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถลดภาวะโลกร้อนและสร้างอนาคตที่ดีกว่าได้ด้วยการปกป้องขั้วโลกเหนือ เพราะการปกป้องอาร์กติกหมายถึงการปกป้องเราทุกคนและทุกชีวิตบนผืนโลก

ชมภาพบรรยากาศการรณรงค์ปกป้องอาร์กติกเพื่อหมีขั้วโลกและเพื่อเราทุกคนได้ที่นี่

ความเย็นฉ่ำของเทศกาลกำลังใกล้สิ้นสุดลง จากนี้ไปประเทศไทยคงต้องทนกับอากาศร้อนที่จะยาวนานไปอีกหลายเดือน คงจะไม่มีใครอยากจะจินตนาการถึงวันที่น้ำแข็งอาร์กติกละลายไปจนหมดสิ้นว่าสภาพภูมิอากาศของไทยและของโลกจะเลวร้ายขึ้นมากสักเพียงใด ก่อนที่จะสายเกินแก้ เราสามารถร่วมกันสร้างการเคลื่อนไหวแสดงพลังให้กลุ่มนักการเมืองระดับโลกได้เห็นว่าประชาชนจากทั่วโลกกำลังรวมพลังกันผลักดันเพื่อปกป้องอาร์กติก และรักษาสมดุลทางระบบนิเวศของโลกไว้  โดยในวันที่ 20 เมษายน 2556 นี้ คุณสามารถร่วมกิจกรรมการแปรอักษรภาพมนุษย์ เป็นคำว่า  "I  ARCTIC" หรือ “เรา  อาร์กติก พร้อมกับผู้คนจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพลังมวลชนครั้งยิ่งใหญ่ในวัน Global Day of Action ที่ สวนนาคราภิรมย์ (ท่าเตียน) เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ได้ เพื่อให้ผู้นำระดับโลกรับรู้ว่าประชาชนจะไม่นิ่งดูดายปล่อยให้พวกเขาทำลายอาร์กติก

เพราะสภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นจริง และจะรุนแรงขึ้นหากเราไม่ช่วยกันปกป้องอาร์กติก ชื่นฉ่ำวันสงกรานต์แล้วก็อย่าลืมหันมาร่วมกันบอกรักอาร์กติกนะคะ