ตอนนี้เราต่างรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอาร์กติกนั้นไม่ได้อยู่แค่เพียงในอาร์กติก แต่ทุกพื้นที่ ทุกประเทศ แม้แต่ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ในวันที่ 20 เมษายน 2556 นี้เอง ผู้คนทั่วโลกกว่า 10,000 คนจาก 280 เมืองทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเมืองบัวโนสไอเรส คิรูนา หรือเคปทาวน์ ได้ออกมารวมตัวกันแปรอักษรภาพมนุษย์ (Human Banner) ร้อยเรียงเป็นคำว่า "I ♥ Arctic" หรือ เรารักอาร์กติก เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองระดับโลกออกมาปกป้องอาร์กติกและกำหนดให้เป็นเขตคุ้มครองธรรมชาติของโลก ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้อง อาร์กติก และร่วมเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์การบอกรักอาร์กติกที่โลกจะต้องจารึกไว้ใน ประวัติศาสตร์เช่นกัน!



วันนี้ยามเช้าของกรุงเทพฯ เริ่มต้นขึ้นเร็วเป็นพิเศษสำหรับชาวไทยหัวใจสีเขียว ทีมงานของกรีนพีซไปตั้งโต๊ะรอตั้งแต่เช้าเพื่อต้อนรับบรรดานักกิจกรรม เครือข่ายจักรยาน อาสาสมัคร นักกิจกรรมออนไลน์ เยาวชน นักศึกษา และประชาชนทุกคนที่ตั้งตารอให้วันนี้มาถึงไม่แพ้กัน..วันที่ทั่วโลกพร้อมใจบอกรักอาร์กติกเป็นเสียงเดียวกัน ไม่นานนักตัวแทนชาวไทยผู้ปกป้องอาร์กติกกว่า 200 คนก็มารวมตัวอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ จุดนัดหมายต่างๆ เพื่อร่วมกิจกรรมการขับเคลื่อนมวลชนครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลก “เรา ♥ อาร์กติก...รักครั้งนี้ต้องแสดงออกให้โลกรู้!"

ตลอดระยะทางที่ผู้มาร่วมกิจกรรมทั้งหมดที่มาจากหลากหลายจังหวัด ได้ร่วมขบวนรณรงค์ตั้งแต่สวนรถไฟ ท่าพระอาทิตย์ สนามหลวง วัดพระแก้วมรกตฯ ไปจนถึงสวนนาคราภิรมย์ (ท่าเตียน) มีผู้คนตลอดสองฝั่งถนนได้ให้ความสนใจถามไถ่ถึงที่มาที่ไปของการรณรงค์นี้ ถึงแม้ 'อาร์กติก' จะยังเป็นสถานที่ห่างไกลไปอีกซีกโลกและยังไม่คุ้นหูคนไทยสักเท่าไร แต่ท่ามกลางอากาศอันร้อนระอุแม้จะยังไม่ถึงเวลาสิบนาฬิกาเช่นนี้ ชาวกรุงคงจะเข้าใจถึงความหมายของวิกฤตโลกร้อนได้เป็นอย่างดี และตระหนักได้มากขึ้นว่าการละลายของน้ำแข็งอาร์กติกนั้นไม่ใช่ปัญหาที่ไกลตัวอย่างที่คิด แต่เป็นสิ่งที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของโลกใบนี้เนื่องจากอาร์กติกเป็นเสมือนตู้เย็นของโลกที่รักษาระดับความเย็นของโลกทั้งใบไว้ และไม่ว่าประเทศไทยจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ได้รับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นกัน

การปกป้องอาร์กติกหมายถึงการปกป้องทุกสรรพชีวิตบนโลกและพวกเราทุกคน ด้วยเหตุนี้บรรดาผู้มาร่วมกิจกรรมหลากหลายกลุ่มที่พร้อมใจมาร่วมตัวกันในวันนี้เพื่อร่วมกันรณรงค์ครั้งสำคัญระดับโลกกับการเรียกร้องให้ผู้ที่มีอำนาจระดับโลกและบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ยุติการทำลายอาร์กติกและหันมาปกป้องอาร์กติกด้วยการประกาศให้บริเวณขั้วโลกเหนือที่ไร้ผู้อยู่อาศัยเป็นเขตคุ้มครองธรรมชาติของโลก ผ่านทางการแปรอักษรภาพมนุษย์เป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่สื่อสารว่า "I Love Arctic" และเปล่งเสียงตะโกนออกมาว่า "เรารักอาร์กติก" พร้อมเพรียงกันกับอีกหลายหมื่นคนทั่วโลก และยังมีอีกหลายล้านเสียงจากทั่วโลกที่ร่วมกันลงนามรณรงค์ปกป้องอาร์กติก ซึ่งแน่นอนว่าทุกๆคน ทุกๆเสียงในวันนี้คงกำลังบอกรักอาร์กติกเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ว่าจะพูดภาษาอะไรและอยู่ในชาติใด

"เรามารวมตัวในครั้งนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นกิจกรรมไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นการทำเพื่อโลก เราต้องการรณรงค์ให้ผู้นำที่มีอำนาจรับรู้ว่ายังมีคนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการทำลายอาร์กติก" นายสุทธิชัย สุศันสนีย์ ตัวแทนจากกลุ่มนักปั่นจักรยานกล่าว

ไม่ใช่เพียงแค่กรุงเทพฯเท่านั้น ชาวไทยในอีกหลายจังหวัดก็ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมบอกรักอาร์กติกเช่นเดียวกัน และในขณะเดียวกันนี้เมืองต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกก็กำลังจัดกิจกรรมแปรอักษรมนุษย์เพื่อรณรงค์ปกป้องอาร์กติกขึ้น ภาพถ่ายหลายร้อยภาพจากการแปรอักษรภาพมนุษย์ "เรา♥ อาร์กติก" นี้จะถูกรวบรวมเป็นรูปเล่มและส่งต่อให้กับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศในกลุ่มอาร์กติกในการประชุมสภาอาร์กติก ที่เมืองคิรูนา ประเทศสวีเดน ในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อแสดงให้ผู้นำทางการเมืองเห็นว่าการเคลื่อนไหวระดับโลกเพื่อปกป้องอาร์กติกนั้นมีพลังเกินกว่าจะเพิกเฉยได้

 

การปกป้องอาร์กติกคือการปกป้อง 'บ้าน' ของเราและของเยาวชนคนรุ่นหลัง กิจกรรมรณรงค์ที่กรุงเทพฯเองจึงมีเยาวชนจำนวนเกือบร้อยคนให้ความสนใจเช่นกัน โดยหนึ่งในนั้น นายนที วลัญชพฤกษ์ ตัวแทนอาสาสมัครได้กล่าวถึงเหตุผลของการมาร่วมปกป้องอาร์กติกในครั้งนี้ว่า "สิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นเรื่องของคนทั้งโลกที่ต้องช่วยกันดูแล ในอนาคตผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะรุนแรงขึ้น การปกป้องอาร์กติกจึงเป็นการปกป้องโลกของเราเพื่อลูกหลานและคนรุ่นหลัง เสียงเล็กๆ ที่เราร่วมกันแสดงออกมาในวันนี้จะรวมกันกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่ร่วมกันบอกออกไปว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันมาปกป้องอาร์กติกและอนาคตของเราทุกคน"

ข้อความและภาพถ่ายจำนวนหลายร้อยหลายพันภาพจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกในวันนี้เป็นสารที่ประกาศออกไปว่าประชาชนกำลังเรียกร้องให้อาร์กติกได้รับการปกป้อง และเราจะไม่หยุดยั้งจนกว่าอาร์กติกจะได้รับการปกป้องอย่างถาวร การรวมพลังมหาชนระดับโลกคงไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้เช่นนี้หากปราศจากพลังของทุกคน และ"คุณ"นั่นเองที่เป็นผู้ปกป้องอาร์กติกเพื่อพวกเราทุกคน