5 มิถุนายน 2556

ภาพตัดต่อเพื่อแสดงถึงการบริโภคเนื้อ โดยภาพนี้สื่่อถึงปริมาณบริโภคมาตรฐานต่อคนภายในหนึ่งเดือนของประเทศเยอรมนี ซึ่งคิดเป็นปริมาณเนื้อประเภทต่างๆ และไส้กรอกจำนวน 15 กิโลกรัม และนำมาเสียบเรียงไว้บนรางลูกคิด

ที่ผ่านมาทุกๆ ปี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติจัดให้มีประเด็นรณรงค์ให้คนทั่วโลกใส่ใจและตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น และผลักดันให้สิ่งแวดล้อมกับการพัฒนานั้นเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งสำหรับในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ของปี 2556 นี้นั้น หัวข้อ คือ การบริโภคที่ยั่งยืน

ข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า มีอาหารที่ประชากรโลกกินทิ้งกินขว้างคิดเป็นน้ำหนักราว 1.3 ล้านตันต่อปี เทียบเท่ากับน้ำหนักอาหารที่ผลิตจากภูมิภาคใต้ทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกาทั้งหมด และในขณะที่เราหลายคนกินทิ้งกินขว้าง ทุกๆ 1 คนใน 7 คนบนโลกยังต้องอดอยากหิวโหย เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มากกว่า 20,000 คน ต้องเสียชีวิตทุกวันจากความอดอยาก

การกินทิ้งกินขว้างในที่นี้รวมถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้นตลอดวงจรการผลิตอาหาร ในประเทศกำลังพัฒนาการสูญเสียส่วนใหญ่เกิดขึ้นในขั้นตอนของการผลิตที่ต้นทาง ส่วนในประเทศอุตสาหกรรมการสูญเสียส่วนใหญ่เกิดขึ้นในขั้นตอนของการบริโภค

คนไทยยังพอโชคดีที่อยู่บนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ที่เรียกว่า “สุวรรณภูมิ” และยังพอที่จะพูดได้ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ตราบใดที่สังคมไทยยังเข้มแข็งและคอยดูแลซึ่งกันและกัน แต่จากการที่ประเทศไทยพัฒนาสู่ความเป็นเมือง และมีวิถีชีวิตที่แปรเปลี่ยนไปอันเป็นผลมาจากการพัฒนา เราก็ได้พัฒนานิสัยการกินทิ้งขว้างมากขึ้น ผลก็คือ ปริมาณของเสียเพิ่มพูนเป็นภูเขาเลากาจากการผลิตและการบริโภคของเราเอง

แคมเปญในวันสิ่งแวดล้อมโลก “คิดก่อนกิน ช่วยดูแลโลก” จึงต้องการให้เราตระหนักถึงการผลิตและการบริโภคอาหารที่เกี่ยวข้องกับเราตลอด 24 ชั่วโมงและ 365 วัน เพราะการหยุดกินทิ้งกินขว้างนั้นจะเป็นการช่วยยืดชะตากรรมของสิ่งแวดล้อมที่คอยค้ำจุนชีวิตและความอยู่รอดของมนุษย์

การกินของเราจึงเป็นเรื่องที่ใหญ่มากด้วยประการฉะนี้

เราต้องใช้น้ำ 1 ลิตรในการผลิตนม 1 ลิตร และใช้น้ำ 16,000 ลิตรไปกับการผลิตอาหารป้อนวัวเพื่อเอาเนื้อมาทำแฮมเบอร์เกอร์  1 ชิ้น แน่นอน การทำปศุสัตว์ขนาดใหญ่นั้นเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญสู่ชั้นบรรยากาศ รวมถึงมีการสูญเสียทรัพยากรเกิดขึ้นตลอดวงจรของการผลิตอาหาร

ในการผลิตอาหารเพื่อตอบสนองกับความต้องการของประชากรโลกนั้นต้องใช้พื้นที่ซึ่งสามารถเป็นที่อยู่อาศัยได้ มากถึงร้อยละ 25 ของพื้นที่ทั้งหมดบนโลก ใช้น้ำจืดร้อยละ 70 ของปริมาณน้ำจืดทั้งหมด แผ้วถางพื้นที่ป่าไม้ไปร้อยละ 80 ของป่าไม้ทั้งหมด และมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศร้อยละ 30 อาจกล่าวได้ว่าการผลิตอาหารของโลกเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งเดียวของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และนำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

หากเราทุกคนคิดก่อนกิน เลือกอาหารที่เราจะบริโภค อาหารที่ปลอดภัยจากยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง อาหารที่ผลิตในท้องถิ่น ปฏิเสธผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอ ที่สำคัญ กินแต่พอดี เลิกนิสัยกินทิ้งกินขว้าง นอกจากจะทำให้เราสวย หล่อและฉลาดขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยกันดูแลโลกของเราให้น่าอยู่ขึ้นอีกด้วย