ช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 มิถุนายน 2556 “เอสเพอรันซา” ที่แปลว่า “ความหวัง “ เรือลำทีใหญ่ที่สุดของกรีนพีซได้เข้าทอดสมอบริเวณหน้าหาดสมิหลา สงขลา ฉันอดตื่นเต้นไม่ได้กับการมาเยือนเมืองไทยครั้งแรกของเรือลำนี้ทั้งๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่คนนึงของกรีนพีซ พร้อมๆ ไปกับตื่นเต้นที่จะต้อนรับพี่ ป้า น้า อา และน้องๆ ที่มาจากทั้งหาดใหญ่ สงขลา จากนครศรีฯ และก็ยังมีที่ตั้งหน้าตั้งตาจะมาเยี่ยมชมเรือและรู้จักกับทีมเรือทั้งกัปตันและลูกเรือของเรา

เรือทอดสมอตรงเวลาเป๊ะ ที่ 6 โมงเช้า เป็นเวลาเดียวกันกับขบวนนักปั่นเริ่มนัดหมาย เพื่อ “ปั่นไปพิทักษ์รักษ์ทะเล” โดย ลุง ป้า น้า อา ทีมนักปั่นจากหาดใหญ่กว่า 120 คน ซึ่งนำโดยทีมคุณอาสุทธิชัย นักปั่นสะพานบุญที่มาสมทบจากกรุงเทพฯ และจะไปสมทบกลุ่มใหญ่กับนักปั่นสงขลาที่ให้เกียรตินำทีมโดยท่านนายกเทศมนตรีนครสงขลา ที่เป็นกันเองและแสนใจดีที่เตรียมข้าวต้มร้อนๆ เผื่อพวกเราทุกๆ คน  จากนั้นภาพนักปั่นกว่า 400 ชีวิตที่แตกต่างวัย ได้ร่วมกันปั่นรณรงค์และชวนชาวสงขลามาร่วมเป็นผู้พิทักษ์รักษ์ทะเล ในงาน ฟื้นชีวิตทะเลไทย กับเรือเอสเพอรันซา ที่หาดสมิหลา

 

“นครสงขลาขอต้อนรับเรือเอสเพอรันซาสู่ประเทศไทย และยินดีร่วมสนับสนุนภารกิจฟื้นชีวิตทะเลไทยในครั้งนี้ สงขลาเป็นจังหวัดที่ต้องพึ่งพิงทะเลเป็นอย่างมาก เราต้องการจะปกปักรักษาท้องทะเลเพื่อลูกหลานของเราในอนาคต” นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าว

น้องๆ มโนราห์ตัวน้อย ฟ้อนรำต้อนรับลูกเรือเอสเพอรันซาชนิดที่เรียกได้ว่า นักยิมนาสติกยังอาย ทำให้ฉันแอบอดคิดไม่ได้ว่าอะไรกันนะ ที่นำพวกเรามาพบกันอย่างไม่มีเงื่อนไข ฉันเชื่อว่ากับตันและลูกเรือต่างชาติของเราคงไม่มีใครเข้าใจหรอกว่ามโนราห์คืออะไร และพี่ น้องหรือลุง ป้า ที่นี่ก็คงไม่ได้รู้จัก งานรณรงค์ปกป้องทะเลและมหาสมุทรของเรือเอสเพอรันซามาก่อนมากนัก แต่ฉันรู้สึกได้ถึงจุดหมายร่วมกันของพวกเค้า นั่นคือ ทะเล เพราะทะเลคือชีวิตของพวกเค้าและพวกเราทุกคน

งาน ‘ฟื้นชีวิตทะเลไทย กับเรือเอสเพอรันซา’ ที่สงขลาครั้งนี้ จึงเป็นการรวมตัวกันของเครือข่ายอนุรักษ์มากมาย อาทิ เทศบาลนครสงขลา สมาคมรักษ์ทะเลไทย สมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย สงขลาฟอรั่ม ประมงพื้นบ้านจังหวัดสงขลา วิทยาลัยวันศุกร์ เครือข่ายรักษ์ทะเลจะนะ เครือข่ายพลังพลเมืองเยาวชนสงขลา และอื่นๆ เพื่อร่วมกันส่งเสียงให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทะเล การยุติการทำประมงทำลายล้าง หยุดสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำบนชายหาด และหยุดการพัฒนาอุตสาหกรรมสกปรก

“หนูรู้จักอวนนี้ เป็นอวนตาถี่มาก จับลูกกุ้งลูกปลาตัวเล็กๆ ได้หมด ขนาดนิ้วหนูยังลอดช่องออกมาไม่ได้เลย” เสียงเล็กๆ จากเด็กหญิงคนหนึ่งที่เข้ามาชมนิทรรศการในงาน ที่ให้ทั้งความรู้แล้ว ยังมีเกมสนุกๆ สร้างจิตสำนึกในการรักษาความสะอาดชายหาด การแสดงประติมากรรมทราย เต่า ปลาหมึกทะเล ขนาดยักษ์ ที่สวยงาม จนฉันอดภาวนาไม่ได้ให้พี่ฝนอย่าเพิ่งโปรยปรายลงมาตอนนี้เลย

 

ส่วนนี้คงขาดไม่ได้ถ้าไม่ได้พูดถึงซึ่งเป็นส่วนที่ฉันทั้งตื่นเต้น ทั้งแอบกังวลพอประมาณที่จะต้อนรับ พี่น้องชาวสงขลา ไปเยี่ยมชมเรือแห่งความหวัง กันได้ทั่วถึงหรือไม่ พวกเรารู้ว่าทุกคนอยากรู้จักเธอ “เอสเพอรันซา” เรือแห่งความหวัง พวกเราพยายามกันเต็มที่ทั้งจัดคิวประสานเรือเล็กรับส่งจากหน้าหาดสิมิหลาไปยังเรือเอสเพอรันซา ในที่สุดพวกเราก็สามารถต้อนรับพี่น้องชาวสงขลา หาดใหญ่ได้ราวเกือบ 400 คน ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงราวบ่ายสี่โมงเย็น แต่ก็ยังคงมีพี่น้องหลายคนที่พลาดโอกาสนี้ไป พี่สาวคนนึงถึงกับพูดก่อนเดินกลับไปว่า  “ไม่เป็นราย ทำจายได้แล้ว” และอมยิ้มเล็กๆ พวกเรารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถต้อนรับพี่น้องได้ครบทุกคน เนื่องด้วยข้อจำกัดทั้งเวลา ขนาดเรือ จำนวนผู้เยียมชม แต่ในอีกด้านพวกเราก็รู้สึกได้ถึงความอิ่มเอมที่พี่น้องให้การต้อนรับ อย่างอุ่นหนาฝาคั่งขนาดนี้ เรือรณรงค์ของเรายังคงเดินหน้ารณรงค์ปกป้องทุกๆ ปีไปทั่วโลกและฉันเชื่อว่า เราคงมีโอกาสได้กลับมาพบกันอีกเรื่อยๆ

พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าแล้ว ขณะนี้ก็ประมาณ หกโมงเย็น พร้อมอากาศเย็นที่ชุ่มฉ่ำจากน้ำฝน เพลงเพราะๆ และงานเสวนา จากบรรดาผู้พิทักษ์รักษ์ทะเลตัวจริง ที่ร่วมปกป้องรณรงค์ทะเลไทยมายาวนานเพื่อรุ่นลูกรุ่นหลาน นั่งล้อมวงเสวนากันในหัวข้อ “กู้วิกฤตพื้นที่ผลิตอาหาร (ทะเลไทย)” เพื่อพูดคุยกันหาทางออกการจัดการประมงที่ยั่งยืน ทะเลไทยมีความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ติดอันดับโลก แต่หากเราไม่เริ่มปกป้องทะเลไทยจากการทำลายล้างเหล่านี้ เราอาจต้องสูญเสียปลา และความสวยงามของท้องทะเลไทยตลอดไป "ถึงเวลาแล้วที่ คนกินปลาต้องลุกขึ้นมาปกป้องแหล่งอาหารโปรตีนของโลกให้หลุดออกจากกลุ่มทุนอุตสาหกรรมประมงที่เอาเปรียบและเห็นแก่ตัว พื้นที่ทุกตารางนิ้วในอ่าวไทยผ่านการถูกอวนลากกวาดมาแล้วจนราบเรียบ กลายเป็นพื้นโคลนโล่งๆ จนสัตว์น้ำไม่มีโอกาสแพร่ขยายพันธุ์ เราจึงต้องร่วมกันหยุดประมงทำลายล้างให้หมดสิ้นไป" พี่บรรจง นะแส ประธานสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าวในคำแถลงการณ์ภาคประชาชนบนเรือเอสเพอรันซา

ฉันเชื่อว่าการมาเยือนของเอสเพอรันซาในครั้งนี้จึงถึงเป็นการรวมตัวและรวมหัวใจของผู้พิทักษ์รักษ์ทะเลจากทั่วทุกสารทิศอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามแม้เอสเพอรันซาจะเป็นเรือแห่งความหวังในการปกป้องมหาสมทุร แต่ความหวังอันแท้จริงของมหาสมุทรและทุกสรรพชีวิตบนโลกก็คือ “คุณ” คือเราทุกคน เพราะเราทุกคนสามารถเป็นผู้ปกป้องท้องทะเลได้ มาร่วมเป็น"ผู้พิทักษ์รักษ์ทะเล "ไปพร้อมกับกรีนพีซในวันนี้ เพื่อฟื้นฟูทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนต่อไปในอนาคต  เพราะหากปราศจากทะเลอันอุดมสมบูรณ์แล้ว สรรพชีวิตก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เช่นกัน

ลิงค์เพิ่มเติม

ติดตามการเดินทางของภารกิจการปกป้องทะเลไทย ของเรือแห่งความหวัง “เอสเพอรันซา” ได้ที่ www.greenpeace.org/seasia/th/about/ships/esperanza/ship-tour-2013