ทะเลไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผืนน้ำสีครามที่มีหาดทรายเรียงล้อม แต่ทะเลคือชีวิตที่เกื้อหนุนโลกของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวประมงพื้นบ้านแล้ว ทะเลถือเป็นสายเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตและชุมชนของตน ลมหายใจของทะเลจึงเป็นเสมือนลมหายใจของพี่น้องชาวประมงเช่นกัน ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีชายฝั่งทะเลยาว มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และเหนือสิ่งอื่นใด มีชุมชนที่เข้มแข็งคอยปกป้องสิ่งแวดล้อมเสมอมา จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดประจวบฯจึงเป็นจังหวัดแรกที่ได้กฏหมายเขตอนุรักษ์ 3 ไมล์ทะเล จากเดิมเพียงแค่ 3 กิโลเมตรจากชายฝั่งซึ่งเป็นเพียงพื้นที่เล็กน้อยเท่านั้น และในวันนี้ 3 ไมล์ทะเลจะเด่นชัดขึ้น ด้วยพลังอันเข้มแข็งของชาวประมงพื้นบ้านเกือบ 200 ลำที่ช่วยขีดเส้นอาณาเขตปกป้องชายฝั่งทะเลจากการประมงแบบทำลายล้างทุกชนิด

เช้าวันนี้ (23 มิถุนายน 2556) พลังอันยิ่งใหญ่ของชุมชนพี่น้องชาวประจวบฯ ได้เป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง ฝูงเรือประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์จำนวนเกือบ 200 ลำ จาก 14 ชุมชน ร่วมกับสมาคมรักษ์ทะเลไทย พร้อมด้วยเรือเอสเพอรันซาของกรีนพีซ ร่วมกันปักเขตแนวรั้วทะเลเพื่อประกาศเป็น “เขตอนุรักษ์ทางทะเล” ห้ามเครื่องมือประมงทำลายล้างรุกล้ำทำประมงเป็นครั้งแรกของประวัติศาตร์ไทย โดยที่เรือประมงพาณิชย์สามารถจับปลาได้ ตราบใดที่ไม่ได้ใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เรือประมงและพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านจำนวนมากขนาดนี้จะมารวมตัวกันเกิดเป็นรั้วทะเลจากการวางทุ่นกำหนดเขตแดน และเรือประมงเป็นแนวยาวร่วม 60 กิโลเมตร จากชายฝั่ง 3 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 5.5 กิโลเมตร  รั้วทะเลนี้จึงเสมือนเป็นเขตแดนแห่งพลังเรือประมงพื้นบ้านประจวบฯ อย่างแท้จริง

 

ฉันมีโอกาสได้เห็นช่วงที่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านประจวบฯ จากหลายชุมชนช่วยกันตระเตรียมทุ่นจำนวนมาก นำมารวมกัน แล้วแบ่งไปตามเรือแต่ละลำเพื่อแยกกันไปวางทุ่นกำหนดเขตแดน ณ จุด 3 ไมล์ทะเลเรียงรายเป็นแนวยาว เขตอนุรักษ์ 3 ไมล์ทะเลเป็นสิ่งที่พี่น้องในพื้นที่ต่อสู้มา กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ได้เป็นเพราะความเข้มแข็งของประชาชนที่ช่วยกันผลักดันให้กฎหมายประมงนั้นเอื้อต่อความยั่งยืนของท้องทะเลมากขึ้น ไม่ใช่การมุ่งเน้นแต่จำนวนปลาโดย ใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้างจนส่งผลให้ปลาหลายชนิดใกล้สูญพันธ์เข้าไปทุกที

“ช่วง 30 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลง เราจับปลาได้น้อยลง แต่ขณะเดียวกันเรากลับเห็นพัฒนาการประมงพาณิชย์ที่ใช้วิธีการจับปลาแบบทำลายล้างเพื่อให้สามารถจับปลาได้มากขึ้น การประมงด้วยวิธีทำลายล้างเราจะได้ปลาจำนวนมากอยู่เพียงไม่นาน แต่หลังจากนั้นไม่ว่าเราจะใช้เครื่องมืออะไรเราก็จะไม่สามารถจับได้จำนวนมากดังเดิมเพราะสัตว์น้ำฟื้นตัวไม่ทัน ปลาขนาดเล็กที่ถูกจับขึ้นมาไม่สามารถขายได้มูลค่าสูง และปลาเหล่านั้นเป็นปลาเศรษฐกิจที่ควรมีมูลค่ามากกว่านี้ เช่น ลูกปลาทู ปัจจุบันนี้ในตลาดขาย ครึ่งกิโล 500 ตัว ขายในราคาไม่กี่บาท แต่ขณะเดียวกัน ปลาทูตัวโตเต็มที่ 12 ตัวกิโล สามารถขายได้ในราคา 70 บาท เป็นการเพิ่มมูลค่าได้มหาศาล เป็นที่น่าเสียดายที่เราจับพวกมันขึ้นมาก่อนวัย เราเห็นว่าการประมงแบบนี้เป็นการประมงแบบทำลายล้าง” พี่กรณ์อุมา พงษ์น้อย หรือพี่กระรอก ภรรยาของ พี่เจริญ วัดอักษร อดีตประธานกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก กล่าวถึงการประมงแบบทำลายล้างระหว่างการพูดคุยของกลุ่มพี่น้องชาวประจวบฯ

ภาพที่ฉันได้เห็นในวันนี้จะเป็นภาพที่ฉันจดจำไว้ไม่มีวันลืม เส้นแบ่งเขตกันเป็นรั้วทะเลยาวเรียงรายและเรือประมงจากพี่น้องชาวประจวบฯ อีกร่วมร้อย ทุ่นอันเป็นแนวรั้วทะเลนี้ถือเป็นพลังแรงและพลังใจอันแข็งแกร่งของชุมชนในจังหวัดประจวบฯ อย่างแท้จริง  “กิจกรรมในวันนี้ถือว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของชาวประมงไทยรวมถึงชาวประมงของโลก วันนี้ เราได้ประกาศชัยชนะต่อการทำประมงทำลายล้างโดยป้องกันไม่ให้มันเข้ามาในเขตอนุรักษ์ เราร่วมกันทำสิ่งที่มีความหมายโดยสร้างแนวรั้วทะเลที่เป็นทั้งเส้นแบ่งเขต และแนวรั้วปราการจากพลังชุมชนที่จับมือกันพิทักษ์ปกป้องทะเลที่เป็นทรัพยากรที่สำคัญและเป็นชีวิตของเราและลูกหลาน” ปิยะ เทศแย้ม ตัวแทนประมงพื้นบ้าน นายกสมาคมประมงบ้านทุ่งน้อย กล่าว

ถึงเวลาแล้วที่รัฐจะหันมาจัดการการประมงชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน และเร่งบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัด เพื่อปกป้องฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทย เพราะการปกป้องท้องทะเลไทยไม่ใช่เพียงหน้าที่ของพลังชุมชนเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการบังคับทางกฏหมายที่เอื้อต่อการรักษาท้องทะเลด้วย

ฉันได้พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่างระหว่างการเดินทางร่วมกับเรือเอสเพอรันซาทั้งการประมงแบบทำลายล้างหลากชนิดที่ไม่เคยเห็นถึงความร้ายกาจของมันด้วยตาตนเองมาก่อน และได้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของชุมชนที่ทำให้ฉันอิ่มเอมใจอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อนอีกเช่นกัน เราต่างกำลังช่วยปกป้องทะเลอันเป็นชีวิต เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของโลก ถึงแม้จะมีผู้หวังทำลายล้างทะเลเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางพาณิชย์ แต่หากยังมีพลังแห่งความหวังดังเช่นพลังอันเข้มแข็งของผู้พิทักษ์รักษ์ทะเลชาวประจวบฯ ฉันยังเชื่อว่าเรายังสามารถปกป้องทะเลได้และทะเลไทยจะต้องสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วยพลังของทุกคนอย่างแน่นอน

ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังพิทักษ์รักษ์ทะเลได้ที่ defendouroceans.org