“การลาดตระเวนน่านน้ำอ่าวไทยของเรือเอสเพอรันซา ทำให้เราได้เห็นความจริงที่ว่าทะเลไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต สิ่งที่เราได้รับรู้เป็นเรื่องจริง และหากทุกคนยังคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวเราแย่แน่ๆ”

 

นี่เป็นคำกล่าวของนายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมประมงพื้นบ้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะกรีนพีซเปิดตัวรายงาน “เจาะวิกฤตทะเลไทย” หลังจากที่เรือเอสเพอรันซามาจอดเทียบท่าโอบี ท่าเรือกรุงเทพ คลองเตย และเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมวันแรกเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา การเดินทางเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ของเรือเอสเพอรันซาในน่านน้ำอ่าวไทยไม่ใช่เป็นการค้นพบการประมงผิดกฏหมายและการประมงแบบทำลายล้างเป็นครั้งแรก แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมานาน และทำให้ทะเลไทยเสื่อมโทรมอย่างน่าตกใจ และนั่นคือวิกฤตที่เราทุกคนไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย จากชายฝั่งจนถึงยอดดอยจะต้องลุกขึ้นลงมือร่วมกันแก้ไข เพราะหากคนกินปลาและคนหาปลาไม่ร่วมมือกันปกป้องทะเลไทยตั้งแต่วันนี้ ท้องทะเลไทยอาจจะไม่เหลือปลาให้เรากินกันอีกต่อไป

“การประมงพาณิชย์ต้องมีจิตสำนึก การประมงแบบทำลายล้างจะต้องยุติลง และคนรักการกินปลาควรจะต้องลุกขึ้นสู้ กรมประมงจะต้องดำเนินนโยบายการบังคับใช้ที่เข้มแข็ง จัดการเข้มงวดกับการกระทำที่ผิดกฏหมาย เพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเล ปกป้องแหล่งอาหาร และวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งทะเลเพื่อคนไทยทุกคน” นายปิยะ เทศแย้ม กล่าวถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฏหมายที่ต้องเข้มงวดขึ้นเพื่อความยั่งยืนของทะเลไทย

ความหวังยังคงอยู่คู่ทุกพลังที่ร่วมกันปกป้องท้องทะเล การลาดตระเวนของกรีนพีซและเรือเอสเพอรันซาไม่ใช่เป็นเพียงการเก็บข้อมูลของอาชญากรแห่งท้องทะเลที่สูญเปล่า แต่ทั้งข้อมูลวิจัยและหลักฐานของการประมงผิดกฏหมายและการประมงแบบทำลายล้างนั้นได้ถูกส่งไปถึงมือนายสมหวัง พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมงแล้ว รวมถึงยังร่วมตัดอวนเปิดงานและลงชื่อเป็นผู้พิทักษ์รักษ์ทะเลกับกรีนพีซอีกด้วย “ผมมีความยินดีที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้กับกรมประมง และทำงานประสานร่วมกับชาวประมงพื้นบ้านชาวไทยเพื่อความเป็นอยู่มีกินมีใช้ของคนไทยตลอดไป” บางทีนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นชีวิตทะเลไทยที่เราได้ร่วมกันต่อสู้มาก็เป็นได้ ฉันหวังเช่นนั้น

ในงานวันนี้ยังมีความหวังจากเยาวชนผู้พิทักษ์ทะเลตัวน้อยเกิดขึ้นอีกมากมาย ตั้งแต่ช่วงเช้ามีเด็กนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ เดินแถวเข้ามาชมนิทรรศการ “ยืดอายุทะเลไทยกับเรือเอสเพอรันซา” ซึ่งมีการแสดงเครื่องมือประมงแบบทำลายล้างต่างๆ และอนาคตของท้องทะเลที่ล่มสลายจะเป็นเช่นไรหากเราไม่ร่วมกันปกป้องตั้งแต่ตอนนี้ “ถ้าเราเป็นลูกปลา เวลาเราถูกจับติดอวนอยู่ก็คงรู้สึกแบบนี้สินะ”  เด็กหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเดินผ่านอวนตาถี่ เพื่อชมส่วนต่างๆ ของนิทรรศการ มุมมองจากเด็กตัวน้อยต่อการประมงแบบทำลายล้างที่จับทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาโดยไม่คำนึงถึงระบบนิเวศ สำหรับการประมงแล้ว ลูกปลาที่ถูกเครื่องมือประมงแบบทำลายล้างจับขึ้นมาได้นั้นจะไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจใดใด แต่มีมูลค่าเหนือคณานับสำหรับระบบนิเวศ หากปล่อยให้ลูกปลาเหล่านี้เติบโตเป็นตัวเต็มวัยสามารถขยายพันธุ์สร้างปลาอันเป็นผลผลิตอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสำหรับประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

ถึงอากาศจะร้อนระอุตลอดทั้งวัน แต่ผู้เข้าเยี่ยมชมเรือแห่งความหวังของกรีนพีซก็ไม่ย่อท้อหรือเหนื่อยหน่าย ต่างเดินเที่ยวชมเรือด้วยรอยยิ้ม และมีหัวใจที่ต้องการพิทักษ์รักษ์ทะเลอย่างแท้จริง ลูกเรือทุกคนก็ต่างรอคอยต้อนรับเยาวชนและประชาชนจำนวนมากที่ขึ้นมาเยี่ยมชมเรืออย่างไม่ขาดสาย “ถึงจะร้อนและเหนื่อยมาก แต่ก็น่าประทับใจมากที่ชาวไทยต่างสนใจในสถานการณ์ปัญหาท้องทะเล สิ่งที่กรีนพีซกำลังผลักดัน และสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้เพื่อความยั่งยืนของท้องทะเล อีกหลายร้อยหลายพันความหวังกำลังก่อเกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว” หนึ่งในลูกเรือเอสเพอรันซากล่าว
 
ไม่ใช่เพียงแค่ชาวประมง หรือใครคนใดคนหนึ่ง แต่ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องร่วมกันฟื้นชีวิตทะเลไทย ให้ทะเลได้หยุดพักจากการถูกทำลายล้าง รวมถึงร่วมผลักดันเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายและการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้ลดการจับสัตว์น้ำด้วยวิธีทำประมงแบบทำลายล้างที่สร้างความเสื่อมโทรมให้ทะเลอย่างมาก เพราะทะเลคือชีวิตของชาวประมงและชาวไทยทุกคน

แวะมาพูดคุยทักทายลูกเรือ และฟังเรื่องราวแห่งความหวังของเรือเอสเพอรันซาได้ที่ท่าเรือโอบี ท่าเรือกรุงเทพ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้นะคะ ร่วมสร้างความหวังให้กับท้องทะเล และเป็นผู้พิทักษ์รักษ์ทะเลได้ที่ defendouroceans.org