คุณเชื่อหรือไม่ว่าทะเลที่อยู่ใกล้ชิดกับเมืองแห่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศไทยอย่างบริเวณช่วงอ่าวไทยตอนบนนั้นมีสัตว์ทะเลหายากอย่างวาฬบรูด้า โลมาลีลาวดี และโลมาหัวบาตรอาศัยอยู่ …

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาเป็นวันสุดท้ายแล้วในการมาเยือนไทยของเรือเอสเพอรันซา และก็เป็นอีกวันที่กลุ่มพี่น้องชาวนักปั่นกว่า 600 คนมารวมตัวกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ “ปั่นไปพิทักษ์รักษ์ทะเล” ร่วมกับเรือแห่งความหวังของกรีนพีซ “เอสเพอรันซา” ตั้งแต่เวลาหกโมงเช้ากลุ่มนักปั่นของเราก็ได้มารวมตัวกันจนหนาตาแทบจะแน่นขนัดสวนลุมพินีฯ นักกิจกรรมและอาสาสมัครกรีนพีซก็ต่างทักทายพี่น้องนักปั่นอย่างคุ้นเคย เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงนักปั่นขาจร แต่เป็นขาประจำที่มาร่วมปั่นจักรยานรณรงค์ “ผู้พิทักษ์รักษ์ทะเล”กับเราตั้งแต่ที่สงขลา และที่ประจวบฯ อีกด้วย  โดยเริ่มตั้งขบวนจากสวนลุมพินี และเคลื่อนขบวนผ่านจุดสำคัญต่างๆรอบกรุงเทพฯ เป็นระยะทางกว่า 20 กม. เพื่อรณรงค์ให้คนไทยได้ตื่นตัวถึงปัญหาการคุกคามท้องทะเลและมหาสมุทร ซึ่งหนี่งในนั้นก็มีลูกเรือของเอสเพอรันซาเข้าร่วมการปั่นในครั้งนี้ด้วย

ตลอดงาน “ยืดอายุทะเลไทยกับเรือเอสเพอรันซา” สี่วัน ณ ท่าเรือกรุงเทพ คลองเตย มีความหวังใหม่ก่อเกิดขึ้นอีกหลายพันความหวัง และมีแรงบันดาลใจที่ผู้พิทักษ์รักษ์ทะเลส่งต่อถึงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อปกป้องอนาคตของทะเลไทยให้คนรุ่นหลังของเรา “สิ่งที่กรีนพีซทำนั้นไม่ได้ทำเพื่อยุติการประมง แต่เราทำงานเพื่อปกป้องทะเลให้สามารถทำประมงได้อย่างยั่งยืน และให้มีทรัพยากรคงอยู่ในท้องทะเลตลอดไป เป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชาวประมง เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้สัมผัสกับท้องทะเลอันสวยงามอุดมสมบูรณ์อย่างที่เราเคยสัมผัส เราจึงต้องทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้นำสิ่งดีๆ เหล่านั้นกลับคืนมา” กัปตันวันเดอร์มาร์แห่งเอสเพอรันซากล่าว

ท้องทะเลไทยถือเป็นทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ใครหลายคนอาจจะคาดไม่ถึงอย่างอ่าวไทยตอนบนที่อยู่ใกล้กับแหล่งอุตสาหกรรมจะมีระบบห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเป็นระบบนิเวศหาดโคลนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีแม่น้ำไหลผ่าน 5 สาย ได้แก่ บางปะกง เจ้าพระยา แม่กลอง เพชรบุรี และท่าจันทร์ มีแพลงตอนจำนวนมหาศาลอยู่ที่บริเวณปากแม่น้ำ ปลาสายพันธุ์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้จึงได้รับความนิยมในการบริโภค อาทิเช่น ปลาทูแม่กลองที่ถือว่ารสชาติยอดเยี่ยมมากที่สุด ท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ได้รับการปกป้องดูแลโดยพี่น้องชาวประมงแห่งเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบนผู้คอยปกป้องดูแลทะเลที่เสมือเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงพวกเขาไว้อย่างเข้มแข็ง พี่น้องชาวประมงร่วม 300 คนได้มาเยือนเรือแห่งความหวังและพร้อมใจกันประกาศแถลงการณ์ที่จะพิทักษ์รักษ์ทะเลบนเรือเอสเพอรันซาว่า “เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน ขอร้อยรวมดวงใจให้เป็นจิตวิญญาณดวงใหญ่ ร่วมพิทักษ์รักษาฟื้นฟูทะเลไทยเอาไว้ให้แผ่นดิน ให้ลูกหลานได้ทำมาหากินสืบไปนานเท่านาน" นับเป็นอีกช่วงเวลาที่รู้สึกถึงพลังของชุมชนผู้ปกป้องอ่าวไทยตอนบนแล้วขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว

ความอุดมสมบูรณ์อันน่าทึ่งของอ่าวไทยตอนบนนั้นพิสูจน์ได้ด้วยการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตท้องทะเลอันน่ามหัศจรรย์อย่าง วาฬบรูดา โลมาลีลาวดี และโลมาหัวบาตร ตามเรื่องเล่าของปู่ย่าตายายชาวประมงจะเคารพนับถือ “พ่อปู่” ซึ่งก็คือวาฬ ไม่แตกต่างอะไรกับชาวป่าชาวเขาที่นับถือสิงโตในป่า จากคำบอกเล่าของตัวแทนเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน นายบรรเจิด อุดมสมุทรหิรัญ ได้เล่าถึงความสัมพันธ์ของชาวประมงพื้นบ้านและวาฬที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นไว้ว่า “เคยพบวาฬติดอยู่ในโป๊ะจับปลาทู ชาวประมงยอมเสียหายเป็นแสนและช่วยกันตัดโป๊ะ เพื่อรักษาชีวิตของสัตว์หายากที่ประเมินค่ามิได้  เพราะชาวประมงพื้นบ้านรู้เสมอว่าสัตว์ชนิดไหนสมควรต้องดูแล” 

แต่ในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นเมื่อมีวาฬบรูดา 4 ตัว ขนาด 10 เมตรขึ้นไป รวมถึงโลมาและเต่าอีกนับร้อยเกยตื้นเสียชีวิตในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ถือเป็นปีที่สัตว์น้ำหายากเหล่านี้ตายมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับอ่าวไทยตอนบน โดยคาดว่าสาเหตุการตายจะมาจากการลักลอบสำรวจท่อก๊าซซึ่งใช้คลื่นเสียงในการทำงาน  และนอกจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นแล้ว ยังมีเต่าขนาด 40 กิโลกรัม ที่ต้องเสียชีวิตลงเพราะติดอยู่ในอวนของเรือประมงแบบทำลายล้าง “การได้เห็นวาฬว่ายวนต้อนฝูงปลากระตัก แล้วหมุนตัวขึ้นสู่ผิวน้ำและกินปลานั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์เหนือคำบรรยาย เมื่อตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาอีกตัวก็จะโผล่ตาม เราต้องร่วมกันปกป้องระบบนิเวศท้องทะเลให้มีความสมบูรณ์ ปราศจากน้ำเสีย เพื่อรักษาให้สัตว์น้ำเหล่านี้ยังคงอยู่คู่ทะเลไทยต่อไป” นายบรรเจิด อุดมสมุทรหิรัญ กล่าวถึงชีวิตสัตว์น้ำหายากในผืนทะเลอ่าวไทยที่อาจจะกลายเป็นแค่เพียงเรื่องเล่าหากเราไม่ช่วยกันฟื้นฟูท้องทะเลตั้งแต่ตอนนี้

สิ่งละอันพันละน้อยสามารถส่งผลกระทบ และสามารถช่วยปกป้องท้องทะเลได้ ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐ อุตสาหกรรมการประมง และพวกเราทุกคนจะร่วมกันปกป้องท้องทะเลเพื่อให้สามารถหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตได้อย่างยั่งยืน แม้กิจกรรมฟื้นชีวิตทะเลไทยกับเรือเอสเพอรันซาจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เราชาวไทยทุกคนยังคงมีภารกิจในการร่วมกันพิทักษ์รักษ์ทะเลต่อไป พร้อมกับส่งต่อความหวังที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต่อไปยังฟิลิปปินส์ ขอขอบคุณทุกความหวังที่เข้ามาเติมความรักให้กับท้องทะเลจากทุกเครือข่าย ทุกองค์กร นักเรียน เยาวชน และพี่น้องทุกคน เพราะทุกๆ คน คือความหวังที่แท้จริงของอนาคตทะเลไทย

ร่วมกันเป็นผู้พิทักษ์รักษ์ทะเลกับกรีนพีซที่ defendouroceans.org