ประเทศไทยจะก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาดเพื่อประชาชนที่แท้จริงได้อย่างไรหากยังขาดพระราชบัญญัติพลังงานหมุนเวียนที่มีความโปร่งใส ธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมจากประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมาเป็นวันที่มีการสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติพลังงานทดแทน  ที่นำเสนอโดยคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณทิตพัฒนบริหารศาสตร์ กรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และกระทรวงพลังงาน ที่ถือว่ายังขาดความชัดเจน ไม่โปร่งใส เต็มไปด้วยข้อสงสัยในเจตนารมณ์ที่เคลือบด้วยเจตนาบิดเบือน  การที่ยังขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเช่นนี้ การร่างพรบ.นี้ก็ไม่ต่างอะไรจากพรบ. “ฉบับเทียม” ที่เป็นเพียงอีกหนึ่งฉากของบทต่อไปของการเดินหน้าพัฒนาพลังงานฟอสซิลในคราบของคำว่า “พลังงานทดแทน” ไม่สามารถพาประเทศก้าวไปสู่การปฎิวัติพลังงานได้อย่างที่ประชาชนต้องการ ต่างจากมาตรฐานตัวบทกฏหมายพลังงานหมุนเวียน “ฉบับแท้” ที่กว่า 40 ประเทศทั่วโลกกำลังใช้กัน

ในการแสดงความไม่เห็นด้วยกับการสัมมนารับฟังความคิดเห็นในครั้งนั้นและไร้เสียงตอบรับจากภาครัฐ นักวิชาการด้านพลังงานและภาคประชาชนจึงจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นขึ้น ใน เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์ระบบพลังงานหมุนเวียนของสังคมไทย เรื่องร่างพระราชบัญญัติพลังงานหมุนเวียน  วันที่ 14 สิงหาคม 2556 เวลา 13.00 – 17.00 น. ซึ่งเป็นการสัมมนาความคิดเห็นร่วมกันจากหลายภาคส่วนในสังคม ประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน วิชาการ และองค์กรพัฒนาเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และองค์กรพัฒนาเอกชน เสนอแนะแนวคิดและขับเคลื่อนผลักดันเพื่อให้มีพระราชบัญญัติพลังงานหมุนเวียน ที่มุ่งเน้นหลักการและแนวทาง “ฉันทามติ”  ของภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปร่วมกัน เพราะกฏหมายพลังงานหมุนเวียนจะต้องเป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน

ข้อบกพร่องหลักที่เต็มไปด้วยเจตนาบิดเบือน ในการร่างพรบ.พลังงานทดแทน พ.ศ. ……คือ

  1. กฏหมายฉบับนี้ยังไม่ใช่คำตอบสำหรับอนาคตพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทย เนื่องจากปราศจากสิทธิความเป็นธรรม ทั้งการผลิตและการเข้าถึงของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพิกเฉยต่อการระบุให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการใช้และผลิตพลังงานหมุนเวียน
  2. ไม่สามารถตอบโจทย์การขจัดอุปสรรคในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของประเทศผ่านระบบการกระจายศูนย์พลังงาน เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและกระบวนการของนโยบายพลังงานหมุนเวียนทั้งระบบได้  ทั้งที่ควรจะต้องระบุให้ชัดเจนเพื่อให้ประเทศสามารถนำศักยภาพพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่ทั้งหมดมาใช้เป็นลำดับแรกและอย่างเต็มที่เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

คอยติดตามกันว่าภาคประชาชนจะมีความเห็นอย่างไรต่อ พระราชบัญญัติพลังงานทดแทน พ.ศ. ……. ....ในครั้งนี้ ในเมื่อภาครัฐขาดความโปร่งใสในการผลักดันกฏหมายพลังงานหมุนเวียนเพื่อประชาชนและทุกภาคส่วนของประเทศไทย แน่นอนว่าหากเราปล่อยให้ภาครัฐก้าวพลาดเดินหน้าใช้กฏหมายฉบับเทียมที่ขาดความโปร่งใสนี้ขับเคลื่อนพลังงานของประเทศไทย ประเทศของเราย่อมไม่มีทางหลุดพ้นจากวังวนอุตสาหกรรมพลังงานสกปรกจากฟอลซิลได้อย่างแน่นอน และยังคงยัดเยียดให้เกิดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลอย่างไม่รู้จบทั้งที่ประเทศไทยมีประสิทธิภาพพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มที่ ขาดแต่เพียงการสนับสนุนจากนโยบายของภาครัฐเท่านั้นเอง

ร่วมกันผลักดันกฏหมายพลังงานหมุนเวียนฉบับแรกของประเทศไทยเพื่อชาวไทยทุกคนกันอีกครั้งในวันที่ 14 สิงหาคม 2556 เวลา 13.00 – 17.00 . ที่ห้องประชุมมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค.วัฒนโยธินอนุสาวรีย์ชัยฯกรุงเทพฯจัดโดย คณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็น การปฏิรูประบบพลังงานหมุนเวียน เพื่อที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ยุคปฏิวัติพลังงานเพื่อใช้พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง อันที่จริงแล้ว เงินลงทุนอันมหาศาลกับโรงไฟฟ้าถ่านหินสามารถนำมาลงทุนกับพลังงานหมุนเวียนได้ อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเงินลงทุนไปกับการทำสัมปทานและการนำเข้าถ่านหิน เพราะประเทศไทยเรามีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนที่นำมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น ยั่งยืน และไร้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม… น่าแปลกใจว่าเรื่องที่ประเทศอื่นที่ไม่มีประสิทธิภาพของพลังงานหมุนเวียนอย่างที่ไทยมียังสามารถทำได้ดี แล้วทำไมประเทศไทยเราถึงยังคิดไม่ได้สักที