แล้วคนในอำเภอหัวไทรจะอยู่กันอย่างไร หากในน้ำที่เคยมีปลา ในนาที่เคยมีข้าวถูกเปลี่ยนให้เป็นฝันร้ายจากถ่านหิน มีไฟฟ้าใช้ แต่มีอากาศที่สกปรกขาดความอุดมสมบูรณ์ มีทะเลที่ปนเปื้อนด้วยมลพิษ และดินไม่สามารถเพาะปลูกได้ดังเดิม

ในหลวงทรงสร้างที่นี่มาด้วยฝีมือของท่าน ให้ลุ่มน้ำปากพนังเป็นที่ทำประมง และเพาะปลูกทำเกษตรกรรมทุกอย่าง ถ้าเอาโรงไฟฟ้าถ่านหินมาสิ่งที่มีมาก็จบลงทุกอย่าง แล้วท่านจะทำมาเพื่ออะไร แต่กังหันลมสามารถส่งเสริมแนวพระราชดำริได้ ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม และการหากินของชาวบ้าน  และยังมีผลพลอยได้คือการท่องเที่ยว” นายกุศล เหบทานนท์ ตัวแทนชุมชนวัดเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าว พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของพี่ น้องชาวอำเภอหัวไทรมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2538 และความอุดมสมบูรณ์ของหัวไทรแห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนในชุมชนต่างพึ่งพา อาศัยและหวงแหนยิ่งนัก แต่สิ่งที่โครงการพระราชดำริสร้างมาและชุมชนได้รักษามากำลังจะสูญสลายไป ภายในช่วงเวลาไม่นาน หากโรงไฟฟ้าถ่านหินมาเยือนหัวไทร

ในครั้งนี้กลุ่มอาสาสมัครกรีนพีซได้มาเยือนอีกหนึ่งชุมชนเข้มแข็งที่รวมตัวกันแสดงพลังปฏิเสธโรงไฟฟ้าถ่านหิน พื้นที่อำเภอหัวไทร นครศรีฯ แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และที่สำคัญคือมีชุมชนที่รักท้องถิ่นของตนเป็นอย่างยิ่ง โดยมีโครงการพระราชดำริที่ช่วยทำให้อำเภอหัวไทรยิ่งสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เป็นแหล่งที่ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวอย่างแท้จริง “โครงการพระราชดำริของในหลวงช่วยให้ชาวนาสามารถลืมตาอ้าปากขึ้นได้ และกังหันลมเป็นสิ่งที่สวยงามในสายตาของผม สวยงามในแบบที่เราสามารถอยู่กับธรรมชาติ ไม่เป็นมลพิษต่อท้องนา และสามารถนำธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ สามารถใช้ได้ไม่หมดชั่วลูกชั่วหลาน” ธนิธ ไชยหนู เกษตรกรรมทำนา ประธานกลุ่มนาข้าวอินทรีย์ชีวภาพบ้านทะเลปัง กล่าวถึงโครงการพระราชดำริและพลังงานลม

ชาวหัวไทรต่างคิดว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาของพวกเขาทุกคน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด และสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดย่อมดีต่อวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างแยกไม่ออกของพวกเขา “ รู้สึกภูมิใจเมื่อรู้ว่าจะมีโครงการกังหันลมมาอยู่ในบ้านเราในอำเภอเรา กระทรวงพลังงานมองว่าหัวไทรเป็นพื้นที่ร้าง อีกหน่อยจะทำนากุ้งไม่ได้ แต่โรงไฟฟ้าถ่านหินจะทำให้คนมีรายได้ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย แต่กลับจะทำให้ชาวบ้านลำบากขึ้นด้วยโรคภัยต่างๆ ทำให้สัตว์หน้าดินปลาเล็กปลาน้อยตายหมด พลังงานลมเป็นพลังงานที่สะอาดบริสุทธิ์ เหมือนกับโครงการเครื่องฟอกน้ำของพระราชดำริพระเจ้าอยู่หัว ในความคิดของผมมีสองตัวเลือกคือ พลังงานลมกับพลังงานแสงอาทิตย์ ดูสวยงาม ไม่เหมือนถ่านหินที่ดูน่าเกลียด” นายเพชร รักบัวทอง ประธานกลุ่มเลี้ยงกุ้งบ้านทะเลปัง กล่าวถึงความประทับใจต่อกังหันลม

ขณะที่พวกเรากำลังพูดคุยกับพี่น้องชาวหัวไทรนี่เอง ไฟฟ้าก็ดับลงเป็นเวลาประมาณ 30 นาที “ไฟฟ้าที่หัวไทรติดดับติดดับมาตั้งแต่ตอนเริ่มโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เหมือนกับโครงการอื่นที่กำลังจะเกิด จะมีอาการไฟฟ้าติดดับราวกับเป็นการเร่งกดดันประชาชนให้สนับสนุนพลังงานถ่านหินและอ้างว่าไฟฟ้าไม่พอ” นายเพชร รักบัวทอง อธิบายให้พวกเราฟัง

เมื่อเราไปพูดคุยกับหนึ่งในเจ้าหน้าที่ราชการของโครงการลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขาเองดูเหมือนจะไม่กล้าตอบคำถามถึงข้อเสียของโรงไฟฟ้าถ่านหินมากนัก แต่เลี่ยงตอบว่า “ถ่านหินมีผลกระทบแต่ประโยชน์ก็มี ผมไม่เดือดร้อน ถ้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็น่าจะดีผลกระทบค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง ผมอาจจะย้ายกลับไปบ้านที่จังหวัดอื่น” หากผู้ที่มาจากหน่วยงานราชการไม่กล้าตอบคำถามถึงผลกระทบของโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่นนี้ เราได้แต่สงสัยว่า ผลกระทบต่างๆ ที่ชาวบ้านรับรู้ความจริงและกำลังกังวลว่าจะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นของพวกเขานั้น ภาครัฐเองจะรับรู้บ้างไหม

พวกเราชาวประมง 38 ลำ ไม่มีใครเห็นด้วยกับถ่านหินเลย ชาวบ้านต้อนรับกังหันลมอย่างเต็มที่ ไม่เชื่อว่าถ่านหินสะอาด แต่กลับสร้างมลพิษลงสู่คลอง และในที่สุดก็ลงสู่ทะเล” นายสมาน เครือทอง ชาวประมงชายฝั่งแม่น้ำหน้าศาลเหนือ กล่าวถึงผลกระทบจากถ่านหินที่กลุ่มชาวประมงไม่ต้องการ ซึ่งนอกจากด้านการประมงแล้ว เกษตรกรรมก็หนีผลกระทบของถ่านหินไม่พ้นเช่นกัน “ขณะที่ถ่านหินส่งผลกระทบต่ออากาศ ภัยอย่างอื่นก็ตามมาโรคภัยไข้เจ็บที่พร้อมจะคร่าชีวิตสัตว์ต่างๆ ทุกมวล ถ้าเป็นต้นข้าวที่เราเพาะปลูก ก็จะดูดซึมเอาสารพิษที่ถูกชะล้างจากอากาศลงสู่พื้นดิน ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็จะใช้ชีวิตอยู่กับสารพิษ” นายธนิธ ไชยหนู กล่าว “ถึงจะได้รับค่าชดเชยก็ไม่คุ้ม ถึงจะชดเชยให้ผม พอผมตายไปลูกก็ยังได้รับผลกระทบ แล้วจะชดเชยกันไหวไหม เพราะสิ่งแวดล้อมเสียไปแล้ว และเราทำมาหากินอะไรไม่ได้ ถ้าสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินต้องไม่มีชุมชน แต่ถ้าชุมชนอยู่กันเต็มแบบนี้ สร้างโรงงานถ่านหินจะกระทบหมด” นายกุศล เหบทานนท์ กล่าวถึงผลกระทบอย่างไร้ที่สิ้นสุดต่อชุมชน

ผมต่อต้านถ่านหินจนเกือบจะโดนยิงหลายครั้ง หากถ่านหินมาปลาเล็กปลาน้อยในทะเลจะไม่มีเหลือ” นายเพชรกล่าวถึงผลกระทบอันน่ากลัวของถ่านหินที่สร้างความขัดแย้งในชุมชนด้วย “สิ่งใดที่จะเข้ามาในชุมชนก็จำเป็นจะต้องอยู่กับชาวบ้านให้ได้ ไม่ใช่การมาแอบทำแอบสำรวจโดยที่ไม่รับฟังเสียงชาวบ้าน นอกจากนี้เมื่อชุมชนผลิดไฟจากลมเองได้ ผลตอบแทนก็จะเข้าสู่ชุมชน จะได้ไม่ต้องพูดอีกเลยว่าไฟไม่พอ เพราะเราเป็นผู้ผลิตไฟได้เอง” สมชาย ยูโล้ ตัวแทนเครือข่ายประมงพื้นบ้านหัวไทร กล่าวถึงทางออกของความขัดแย้งในชุมชน

เพื่อเป็นสิ่งพิสูจน์ว่าพี่น้องชาวหัวไทรทุกเพศทุกวัยทุกสาขาอาชีพเห็นด้วยกับพลังงานหมุนเวียนเป็นทางออกของชุมชน  ในช่วงบ่ายของวันนี้ (17 สิงหาคม 2556) พี่น้องชาวอำเภอหัวไทรหลายร้อยคนพร้อมกับอาสาสมัครกรีนพีซมารวมตัวกันที่บริเวณทุ่งกังหันลม กรมพัฒนพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน นำว่าวหลายร้อยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มท่ามกลางสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านมาตลอด แสดงถึงศักยภาพพลังงานลมของจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมกับส่งข้อความบอกกับทุกภาคทุกฝ่ายว่า “นครศรีฯลมดี พอกันทีถ่านหิน” เป็นการเรียกร้องให้ภาครัฐนำศักยภาพพลังงานหมุนเวียนนี้มาใช้ผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มที่แทนที่จะผลักดันใช้พลังงานสกปรกอย่างถ่านหิน

เพียงแค่ชูว่าวในระดับศีรษะไม่นานนัก ว่าวตัวน้อยหลายร้อยตัวก็ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า ตลอดหลายวันที่กรีนพีซอยู่เตรียมกิจกรรมที่อำเภอหัวไทรนี้ ไม่ว่าไปที่ไหนก็ตามมีสายลมลอยต้อนรับเราอยู่ตลอด เด็กๆ จำนวนมากกำลังสนุกสนานกับการเล่นว่าว “ชอบเล่นว่าวค่ะ เล่นว่าวต้องมีลมแรงๆ ที่นี่มีลมแรงดี เห็นกังหันลมแล้วชอบ อยากให้มีเพิ่มขึ้นอีกเยอะๆ ไม่ชอบถ่านหิน มันสกปรก มีมลพิษ ไม่อยากให้มีโรงงานไฟฟ้าเพราะสุขภาพแย่” น้องโป 8 ปี กล่าว ชาวชุมชนอำเภอหัวไทรตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุต่างเห็นด้วยกับการพัฒนาพลังงานลมที่สะอาดและยั่งยืน และกำลังเฝ้ารออนาคตที่พวกเขาฝันว่าจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพและปัญหามลพิษที่ทำลายชุมชนของตน

“หัวไทร นครศรีฯ มีศักยภาพพลังงานลมสูง แต่อุปสรรคอันยิ่งใหญ่อยู่ที่นโยบายจากภาครัฐ สิ่งที่เราต้องการนำเสนอวันนี้คือ ‘นครศรีฯ ลมดี พอกันทีถ่านหิน’ พลังงานลมของที่นี่มีประสิทธิภาพพอที่จะส่งออกนำรายได้เข้ามาพัฒนาจังหวัด วันนี้พิสูจน์ให้ได้เห็นว่า ถ่านหินไม่ใช่คำตอบของลุ่มน้ำปากพนัง ถ่านหินไม่ใช่คำตอบของนครศรีธรรมราช ถ่านหินไม่ใช่คำตอบของประเทศไทยแต่พลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่อย่างล้นเหลือโดยเฉพาะที่อ่าวไทยมีมากถึง 8 พันเมกะวัตต์คือคำตอบที่ยั่งยืนที่สุดของพี่น้องชาวไทยทุกคน” จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

อ่านเพิ่มเติม หัวไทร นครศรีฯ ลมดีขนาดนี้ ทำไมต้องพึ่งถ่านหิน?